bg-single

อุทาหรณ์เลือด-สลดสังคม 10 พระธุดงค์สังเวยชีวิต เผลอเสียบกุญแจทิ้งคารถ เด็กพิเศษ 11 ขวบขับซิ่งชน

10.07.2026

คอลัมน์ อาชญากรรม โดย อาชญา ข่าวสด

ฉากทัศน์อันสงบเยือกเย็นของการจาริกแสวงบุญในโครงการจาริกธุดงค์ธรรมยาตรา ต้องแปรเปลี่ยนเป็นโศกนาฏกรรมนองเลือดครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของคณะสงฆ์ไทย

อุบัติเหตุสะเทือนใจคนทั้งประเทศระเบิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 10.53 น. ของวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 บนทางหลวงหมายเลข 2034 (ถนนสายมุกดาหาร-ดอนตาล) บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 6 ด้านหน้าตลาดนาสีนวน บ้านนาเวียงแก ตำบลนาสีนวน อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร

เมื่อรถยนต์กระบะอีซูซุ ตอนเดียว สีบรอนซ์ทอง ป้ายทะเบียนจังหวัดมุกดาหาร เกิดเสียหลักพุ่งตรงเข้าชนกระแทกขบวนพระภิกษุ สามเณร และฆราวาสผู้ติดตามที่กำลังเดินแถวเรียงหนึ่งธุดงค์อย่างสงบอยู่ริมขอบทางหลวงอย่างรุนแรง

ไร้ร่องรอยการเบรกชะลอความเร็ว

แรงกระแทกมหาศาลส่งผลให้ร่างของพระภิกษุหลายรูปกระเด็นไปคนละทิศละทาง บางรูปแรงเหวี่ยงส่งร่างทะลุกระจกหน้ารถเข้าไปนอนแน่นิ่งอยู่ในห้องโดยสาร

ภาพที่ปรากฏแก่สายตาผู้พบเห็นคือ อุปกรณ์อัฐบริขาร บาตร กลด ย่าม รองเท้า และหยาดเลือดสีแดงฉานกระจัดกระจายเกลื่อนพื้นผิวการจราจรเป็นระยะทางยาวหลายสิบเมตร

เจ้าหน้าที่กู้ภัยร่วมใจมุกดาหาร มูลนิธิการกุศลมุกดาหาร และทีมแพทย์ฉุกเฉินต้องระดมกำลังเข้ายื้อชีวิตอย่างโกลาหล แต่พระภิกษุมรณภาพคาที่ทันทีในจุดเกิดเหตุ 5 รูป และไปมรณภาพเพิ่มเติมที่โรงพยาบาลมุกดาหารอีก 5 รูป รวมยอดการสูญเสียชีวิตสูงถึง 10 รูป

นอกจากนี้ยังมีพระสงฆ์บาดเจ็บสาหัส ต้องนอนสู้ชีวิตอยู่ในห้องไอซียูอีกหลายรูป รวมถึงฆราวาสบาดเจ็บอีกรวมกว่า 20 ราย

คดีนี้ส่งผลสะเทือนใจอย่างรุนแรงจน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งการด่วนให้หน่วยงานปราบปรามและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในพื้นที่เร่งลงตรวจสอบจุดเกิดเหตุอย่างเร่งด่วนที่สุดเพื่อหาสาเหตุ

ขบวนพระธุดงค์นี้มีผู้ร่วมเดินทางทั้งหมด 39 คน ประกอบด้วย พระภิกษุ 34 รูป และฆราวาส 5 คน เดินธุดงค์มาจากอำเภอน้ำขุ่น จังหวัดอุบลราชธานี และเข้าจำวัดที่วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ ตำบลนาสีนวน ในคืนที่ผ่านมา

หลังฉันภัตตาหารเช้าเรียบร้อยแล้ว ออกเดินธุดงค์จาริกแสวงบุญเพื่อมุ่งหน้ากลับสู่อำเภอน้ำขุ่น ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 250 กิโลเมตร

ทว่า เมื่อเดินมาถึงบริเวณจุดเกิดเหตุ พระภิกษุ 5 รูปแรกที่เดินนำหน้าสามารถกระโดดหลบรถที่เสียหลักพุ่งมาด้วยความเร็วสูงได้ทันเวลา แต่รถกระบะมรณะกลับพุ่งเข้าชนพระภิกษุตั้งแต่รูปที่ 6 เป็นต้นไป รวมถึงฆราวาสที่เดินติดตาม จนเกิดความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่

พ.ต.อ.ประยุทธ์ เรือนทองคำ ผกก.สภ.เมืองมุกดาหาร และ พ.ต.ต.วัลลพ โพธิวัง สว.สอบสวน เข้าควบคุมตัวผู้ขับขี่รถกระบะมรณะคันดังกล่าว ข้อเท็จจริงที่ปรากฏกลับสร้างความตกตะลึง และทวีความซับซ้อนให้แก่คดีเป็นทวีคูณ

ผู้ที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยคนขับไม่ใช่เสือร้ายหรือคนเมาสุรา แต่เป็นเพียงเยาวชนชายที่มีอายุเพียง 11 ปีเท่านั้น

พล.ต.ต.ไพโรจน์ ไทยพุทรา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยผลการสืบสวนเชิงลึกว่า เด็กชายวัย 11 ปีรายนี้ มีสภาวะเป็นเด็กพิเศษ และได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้พิการประเภทที่ 7 (ออทิสติก) ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ.2550 ภายใต้การดูแลของสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดมุกดาหาร

จากการแกะรอยไทม์ไลน์และพฤติกรรมก่อนเกิดเหตุพบว่า เปิดฉากขึ้นที่บ้านพักของเยาวชนรายนี้ในพื้นที่ตำบลโพธิ์ไทร อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร

ผู้ปกครองของเด็กเสียบกุญแจรถทิ้งค้างไว้ในรถกระบะอย่างประมาทเลินเล่อ เปิดโอกาสให้เด็กชายแอบขโมยขับรถยนต์ สตาร์ตเครื่องพุ่งออกจากบ้านไปอย่างไร้จุดหมาย

ยายของผู้ก่อเหตุระบุว่า เมื่อเห็นหลานชายขับรถหนีไปตกใจมาก จึงรีบโทรศัพท์แจ้งสายด่วน 191 ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยสกัดจับ

แต่รถกระบะที่ขับโดยเด็ก 11 ขวบ กลับซิ่งผ่านด่านนาคำน้อยมุ่งหน้าเข้าเขตเมืองมุกดาหารด้วยความเร็วสูง จนกระทั่งรถเกิดเสียหลักพุ่งเข้าชนท้ายขบวนพระธุดงค์

ปัจจุบันเด็กผู้ก่อเหตุยังอยู่ในอาการช็อกและตื่นตระหนก เจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวไปควบคุมและตรวจประเมินสภาพจิตใจอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์ จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อรอนัดหมายทีมสหวิชาชีพและอัยการเข้าร่วมสอบสวนตามกฎหมายคุ้มครองเด็กต่อไป

นอกจากนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังต้องทำงานร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวชอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินว่าเด็กมีความพร้อมและมีความเข้าใจในการเข้าสู่กระบวนการสอบสวนมากน้อยเพียงใด เนื่องจากคดีนี้มีความละเอียดอ่อนสูงมาก ทั้งในแง่ของกฎหมายเยาวชนและการคุ้มครองสิทธิ์ของผู้พิการ

ขณะที่สังคมกำลังตั้งคำถามอย่างหนักถึงมาตรการการดูแลบุตรหลานที่เป็นเด็กพิเศษของผู้ปกครอง

เหตุใดจึงปล่อยให้เด็กสามารถเข้าถึงและสตาร์ตรถยนต์ออกมาขับบนทางหลวงจนก่อเหตุสลดใจขึ้น

นางสาวชุติมา คงสกุล อัยการจังหวัดคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัดมุกดาหาร ประชุมคณะทำงานติดตามคดีอย่างใกล้ชิด ร่วมกับ พ.ต.อ.อำนาจ หาญชนะ, พ.ต.อ.สวัสดิ์ ศรีแสนยง, พ.ต.อ.กิตเตชิษฐ์ บำรุง สามรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร, พ.ต.อ.ประยุทธ์ เรือนทองคำ ผกก.สภ.เมืองมุกดาหาร และนางยุพิน ไคลพิมาย พมจ.มุกดาหาร พร้อมแพทย์และนักจิตวิทยาเด็ก ที่ห้องประชุมแสงสิงแก้ว กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร

เพื่อกำหนดทิศทางกระบวนการยุติธรรมให้โปร่งใสและเป็นธรรมที่สุด

พ.ต.อ.อำนาจเปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนได้ระดมกำลังสอบปากคำพยานไปแล้วรวม 28 ปาก ทั้งพยานที่เห็นเหตุการณ์และพยานแวดล้อม พร้อมรวบรวมหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์และกล้องวงจรปิดเข้าสำนวนอย่างต่อเนื่อง

แนวทางการดำเนินคดีแยกออกเป็น 2 ประเด็นหลักอย่างชัดเจนคือ ส่วนแรก การดำเนินคดีกับเด็กชายวัย 11 ปี ผู้ขับขี่ และส่วนที่สอง คือการพิจารณาดำเนินคดีกับผู้ปกครองของเด็กอย่างเด็ดขาด

แต่การสืบสวนยังมีอุปสรรคสำคัญ เนื่องจากพนักงานสอบสวนยังไม่สามารถสอบปากคำเด็กชายผู้ก่อเหตุได้ เพราะทั้งเด็กและมารดายังคงอยู่ในภาวะช็อกและได้รับผลกระทบกระเทือนใจอย่างรุนแรงจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ปัจจุบันตำรวจสอบปากคำเบื้องต้นได้เพียงตาและยายของเด็กเท่านั้น

ส่วนความคืบหน้าในการเอาผิดผู้ปกครอง พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานว่าเข้าข่ายความผิดฐานปล่อยปละละเลยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก หรือกฎหมายส่วนอื่นหรือไม่

โดยเฉพาะประเด็นที่ว่าเหตุใดจึงปล่อยให้เด็กแอบนำรถยนต์ออกมาขับบนทางหลวงสาธารณะ มีใครเป็นผู้สอนขับรถ หรือจงใจปล่อยปละให้เด็กเข้าถึงกุญแจรถยนต์จนเกิดเหตุ

ขณะเดียวกัน ดร.ธนพล คงเจี้ยง นายกสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ สั่งการด่วนให้จัดหา “ทนายอาสา” เข้าช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ทายาทของพระสงฆ์ที่มรณภาพฟรี

พร้อมประกาศเตรียมยื่นฟ้องคดีแพ่งเรียกค่าปลงศพและค่าขาดไร้อุปการะจากผู้ปกครองของเด็กอย่างถึงที่สุด

นอกเหนือจากเงินเยียวยาพื้นฐานของ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถรายละ 500,000 บาท

เพื่อไม่ให้ญาติของผู้มรณภาพและพระสงฆ์ที่ได้รับบาดเจ็บต้องเสียสิทธิ์อันชอบธรรม

ท่ามกลางคราบน้ำตาและความโศกเศร้า บรรยากาศการเคลื่อนสรีระสังขารของพระภิกษุทั้ง 10 รูปออกจากห้องเย็นโรงพยาบาลมุกดาหารกลับสู่ภูมิลำเนาใน 4 จังหวัด คือ อุบลราชธานี 7 รูป นครราชสีมา 1 รูป ขอนแก่น 1 รูป และร้อยเอ็ด 1 รูป เป็นไปด้วยความอาลัยอาวรณ์อย่างที่สุด

ทว่า ความทุกข์ของญาติโยมได้รับการปลอบประโลมด้วยพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชิญดอกบัว ตะกร้าสิ่งของพระราชทาน และพวงมาลาพระราชทาน ไปถวายแด่พระสงฆ์ที่ได้รับบาดเจ็บและวางหน้าหีบศพพระภิกษุที่มรณภาพทุกรูป

พร้อมทรงรับผู้บาดเจ็บทั้งหมดไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ และพระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษ

รวมถึงนายกฯ อนุทิน พร้อม รมว.วัฒนธรรม และคณะรัฐมนตรี เดินทางลงพื้นที่ศาลาการเปรียญ วัดบ้านน้ำขุ่น จังหวัดอุบลราชธานี ร่วมพิธีสรงน้ำศพพระธุดงค์ทั้ง 7 รูป พร้อมมอบเงินช่วยเหลือและให้คำมั่นกับญาติโยมว่าจะควบคุมดูแลคดีนี้อย่างใกล้ชิด

ขณะเดียวกัน ด้านนายอนุวัฒน์ บุญพันธ์ หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า หากแพทย์ประเมินอาการและอนุญาตให้กลับจังหวัดมุกดาหารได้ เด็กจะถูกส่งตัวมาควบคุมดูแลต่อที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดมุกดาหารทันที หลังจากนั้น ทีมสหวิชาชีพจะร่วมประชุมกันอีกครั้ง

เพื่อกำหนดมาตรการคุ้มครองสวัสดิภาพ ฟื้นฟูเยียวยาสภาพจิตใจ ควบคู่ไปกับการกำหนดแนวทางดำเนินการตามกฎหมาย และส่งต่อข้อมูลให้ พมจ.มุกดาหาร นำเข้าสู่กระบวนการ “ถอดบทเรียนระดับชาติ”

กระทรวง พม. ยังเน้นย้ำและขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนทุกคนให้งดการแชร์ หรือเผยแพร่ภาพถ่ายและข้อมูลส่วนตัวของเด็กชายผู้ก่อเหตุผ่านสื่อสังคมออนไลน์ทุกช่องทาง

เนื่องจากอาจเป็นการละเมิดสิทธิ์ของเด็ก และมีความผิดตามกฎหมายคุ้มครองเด็กอีกด้วย

มาตรการหลังจากนี้จะเป็นการบูรณาการร่วมกันของทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายกฎหมาย ฝ่ายสาธารณสุข และฝ่ายปกครอง เพื่อเยียวยาจิตใจของครอบครัวผู้สูญเสีย และกำหนดแนวทางปฏิบัติที่เข้มงวดในการดูแลผู้ป่วยออทิสติกไม่ให้เข้าถึงสิ่งอันตราย

เพื่อไม่ให้อุบัติภัยอันน่าสลดใจเช่นนี้กลับมาทำลายชีวิตผู้บริสุทธิ์อีกต่อไป



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

‘คารีสา’ จ่อสละโสด ‘เคน’ แฟนหนุ่มขอแต่งงาน
อุทาหรณ์ ‘แอร์ฯ มีนา’ รับหิ้วของ แกะรอยโลจิสติกส์สายดาร์ก สู่ขบวนการค้ายาระดับโลก
อุทาหรณ์เลือด-สลดสังคม 10 พระธุดงค์สังเวยชีวิต เผลอเสียบกุญแจทิ้งคารถ เด็กพิเศษ 11 ขวบขับซิ่งชน
คุยกับ ‘เนอส ภัทราภรณ์’ แคนดิเดตประธานสภา กทม. กับภารกิจ ‘ดันบาร์อำนาจ’ และ ‘สภาโปร่งใส’
ธงทอง จันทรางศุ | ‘ชาตินิยมดั้งเดิม’ กรณีลูกแรงงานต่างด้าว
ยุติธรรม ‘ไม่อำนวย’
เจ้าฟ้าและสามัญชน : บุพเพสันนิวาส
งาน CIIE เปิดโอกาสทองสินค้าเกษตรไทยสู่ตลาดจีน ชู “ทุเรียน” สื่อกลางเชื่อมสัมพันธ์
วิวัฒนาการ การเปลี่ยนย้ายและข้อจำกัดของ FOIP ของญี่ปุ่น
ไชโย!ประเทศไทยจะรวยแล้ว! (2)
ถอดรหัสเครมลิน – จาก ‘รัสเซีย’ ถึง ‘อาเซียน’
กฎหมายนิรโทษกรรมจากไหน ทำเพื่อใคร?