
คำว่า กาก นั้นหมายถึงของเสีย สิ่งไร้ค่า
คำนี้เลยถูกหยิบยกมาใช้ในหลายๆ บริบทไม่ว่าจะเป็นการเรียกสิ่งของต่างๆ เช่น กากอ้อย กากมะพร้าว กากน้ำตาล กากกาแฟ ฯลฯ
ดูเหมือนเป็นคำธรรมดาที่ใช้ได้ทั่วไป แต่เมื่อคำว่ากากถูกนำมาใช้กับคน ความหมายกลับรุนแรงขึ้น เพราะคำว่า กาก ทำหน้าที่เป็นคำสแลงเชิงดูถูก หมายถึงคนที่ด้อยค่า ไร้ฝีมือ ไร้ความสามารถ และยิ่งรุนแรงขึ้นไปอีก เมื่อกากถูกนำมาซ้อนกับคำว่า เดน ที่มีความหมายไม่ต่างกัน กลายเป็น “กากเดน” หรือของเหลือที่ไม่มีใครต้องการ
คำว่า กาก ไม่ใช่คำใหม่ แต่เป็นคำหยาบที่มีระบุในหนังสืออักขราภิธานศรับท์ของหมอบรัดเลย์ เปรียบหญิงชายที่โง่และชั่ว เหมือนกากของสิ่งทั้งปวง ด้วยคำว่า “อีกากและไอ้กาก”
จักรกฤต โยมพยอม หรือครูทอม ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาและวรรณคดีไทย ได้อธิบายเกี่ยวกับคำว่ากากไว้ว่า คำนี้มีมาตั้งแต่รัตนโกสินทร์ตอนต้น ในวรรณคดีเรื่องพระอภัยมณี เป็นตอนที่พระฤาษีด่านางผีเสื้อสมุทรว่า
“อียักษาตาโตโมโหมาก รูปก็กากปากก็เปราะไม่เหมาะเหม็ง” คือ ด่าว่าผีเสื้อสมุทรหน้าตาไม่ดี ถึงบอกว่ารูปก็กาก
แต่ในทางกลับกันทางด้านศิลปะก็มีการใช้คำว่ากาก แต่ไม่ได้มีความหมายไปในทางที่เสียหายอย่างใด อย่าง ภาพกาก หมายถึง ภาพเขียนที่เป็นตัวประกอบในเรื่อง คล้ายลูกเล่นที่จิตรกรรังสรรค์ไว้ ทั้งในรูปของอารมณ์ขัน สิ่งสัปดน และวิถีชีวิตของผู้คน ผ่านการแสดงท่าทางอากัปกิริยาหรือกิจกรรมที่ต่างออกไป ขณะที่บางภาพสร้างความกากด้วยสีผิวคล้ำดำ หรือเครื่องแต่งกายต่างยุค
ทางจิตรกรรมไทย ภาพกาก คือภาพที่เป็นส่วนนอกเหนือจากโครงเรื่องหลัก ชี้ชวนให้น่าสนใจ เพราะจิตรกรสามารถใส่ความเป็นอิสระทางความคิดกับภาพกากได้เต็มที่ เพราะไม่ถูกผูกติดกับเรื่องหลักเหมือนตัวเอก ฉะนั้นตัวภาพกากจะดึงดูดให้คนสนใจ นอกจากนี้วิถีชีวิตของคนไทยสมัยโบราณที่ไม่ได้ถูกบันทึกก็อาจอยู่ในภาพกากได้
กาก แม้จะหมายความในเชิงไม่ดี แต่อย่างกากมะพร้าว กากกาแฟ ก็ยังนำมาใช้ประโยชน์ในเรื่องทำความสะอาดได้ ใช่ว่าจะไม่ดีเสียทุกอย่างไป
เรียบเรียงจาก http://news.thaipbs.or.th/content/253152 และแฟนเพจ Check in Tin Siam
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
