ระเบิดที่ BIG-C เราควรมีจุดยืนและก้าวเดิน บนกระบวนการสันติภาพอย่างไร ?

ด้วยพระนามของอัลลอฮ์ ผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ มวลการสรรเสริญเป็นกรรมสิทธิ์พระองค์ผู้ทรงอภิบาลแห่งสากลโลก ขอความสันติสุขจงมีแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่านและสุขสวัสดีแด่ผู้อ่านทุกคน
ตะลึงงัน …หดหู่
อยากกู่ร้องก้อง
เลือด … น้ำตานอง
คนดี… ต้องไม่ …ฆ่าคน
ข้าขอประณาม…
ในความไร้ … เหตุผล
ความมืดบอด … ดวงกมล
ของทุรชน คนพาล
ปาตานี …
ถิ่นคนดี ที่กล่าวขาน
นักสู้ สืบตำนาน
ฤๅ … ถึงกาลเอวัง
ไอ้ปึ้ด หรือ ตาแปะ
ไอ้แพะ หรือ ไอ้หวัง
อีแหมะ หรือ ไอ้บัง
ฤๅ … ต้องสิ้นหวัง …ทุกคราไป
บาบอ มังโซร อับดุลอาซิซ ประธานเครือข่ายโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาบูรณาการอิสลาม https://www.facebook.com/profile.php?id=100001991921097&pnref=story
วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 เกิดเหตุระเบิดสองครั้งในพื้นที่ของห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขาปัตตานี โดยหนึ่งในนั้นเป็นระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบกับรถยนต์ที่เชื่อว่าปล้นชิงมา เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 61 ราย ในจำนวนนี้มีบาดเจ็บสาหัส 4 ราย ซึ่งรวมถึงเด็กอายุ 2 ขวบด้วย
ทั้งนี้ ในจำนวนผู้บาดเจ็บทั้งหมด มีเด็กและเยาวชนรวมอยู่ทั้งสิ้น 11 ราย และมีผู้หญิงมากถึง 43 ราย หรือประมาณร้อยละ 80
นอกจากผลกระทบข้างต้นแล้ว เหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นที่ห้างสรรพสินค้าอันเป็น “พื้นที่สาธารณะที่ปลอดภัย” ซึ่งผู้คนทุกเพศ ทุกวัย ทุกเชื้อชาติและศาสนา ต่างร่วมใช้ประโยชน์ร่วมกันโดยเฉพาะช่วงโรงเรียนในพื้นที่กำลังเปิดหรือจะเปิด ทำให้พ่อ แม่ ผู้ปกครองนำลูกหลานซื้ออุปกรณ์การเรียน อันทำให้สร้างผลสะเทือนต่อความรู้สึกมั่นคงปลอดภัยอย่างมาก
เสียงสะท้อนจากผู้ได้รับผลกระทบและบรรดาแถลงการณ์จากกลุ่มประชาสังคมต่างๆ องค์กรต่างประเทศหรือแม้แต่กลุ่มขบวนการเห็นต่างจากรัฐไม่ว่า PULO อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)ละ MARA PATANI สะท้อนความจริงข้อนี้ได้เป็นอย่างดี
(โปรดดู http://www.deepsouthwatch.org/dsj/th/11161, https://www.facebook.com/patani.voicenopinion?fref=ts และ Kasturi Mahkota https://www.facebook.com/kasturi.mahkota?fref=ts,)
โจทย์ของเรานั้น ควรมีจุดยืนและจะก้าวเดินบนกระบวนการสันติภาพอย่างไร
ตามทัศนะผู้เขียน เราควรมีจุดยืนต่อกรณีดังต่อไปนี้
1. แสดงความเสียใจและความเห็นอกเห็นใจต่อผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ ในฐานะที่เป็นมิตรผู้ร่วมชะตากรรมที่อยู่ท่ามกลางความรุนแรงทางการเมืองมาตลอดระยะเวลานับสิบปี พร้อมทั้งขอพรให้ทุกชีวิต โดยเฉพาะผู้ได้รับบาดเจ็บ สูญเสียได้รับการดูแล เยียวยา และมีสุขภาพพลานามัยดี
2. จากข้อเท็จจริงที่ปรากฏ เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่เพียงแต่ละเมิดกฎหมายของบ้านเมืองเท่านั้น หากแต่ยังละเมิดหลักการของกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศและกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอีกด้วย ปฏิบัติการครั้งนี้ที่มุ่งกระทำต่อพลเรือนดังกล่าวนี้ ต่อให้มีจุดมุ่งหมายที่ดีงามมากน้อยเพียงใด แต่ก็ยังขัดแย้งอย่างสำคัญกับหลักการในทุกศาสนาอีกด้วย โดยเฉพาะหลักการอิสลามอันบริสุทธิ์ที่มีคนมักอ้างถึง
3. เหตุการณ์ครั้งนี้ผู้เห็นต่างจากรัฐ โดยเฉพาะขบวนการบีอาร์เอ็น (BRN) ปีกการทหาร ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ปฏิบัติการครั้งนี้ คณะบริหารสูงสุดของขบวนการบีอาร์เอ็น (BRN) หรือแม้กระทั่งผู้นำบีอาร์เอ็น (BRN) ปีกการทหาร ที่เคยออกแถลงการณ์ต่อรัฐไทยในกระบวนการพูดคุยสันติภาพ รวมทั้งขบวนการ PULA ที่เคยประกาศความรับผิดชอบสังหารทหารพรานที่นราธิวาสเมื่อเดือนเมษายน 2560 ต้องรีบออกแถลงการณ์ด้วยเช่นกัน เพราะประชานที่ท่านอ้างความชอบธรรมการต่อสู้เพื่อพวกเขา อีกทั้งอ้างหลักการอิสลามก็อยากฟัง หากท่านกล้าออกแถลงการณ์ ก็จะเป็นมิติใหม่ทางการเมืองของปัญหาความขัดแย้งที่ปาตานี/ชายแดนใต้
(หมายเหตุผู้เขียนเขียนวันที่ 10/5/60 เวลา 21.00 น.)
สิ่งที่ควรดำเนินการต่อไป
1. รัฐใช้กระบวนการยุติธรรมอย่างโปร่งใส เป็นธรรมในการนำผู้กระทำผิดมาลงโทษและจะต้องไม่เหวี่ยงแห ใช้วิธีนอกกฎหมายแก้ปัญหาหรือหาคนทำผิดในครั้งนี้เพราะจะทำให้ปัญหายิ่งปานปลาย ยากต่อการควบคุมในพื้นที่ความขัดแย้ง
2. เรียกร้องให้ฝ่ายต่างๆ ที่พยายามผลักดันกระบวนการสันติภาพที่กำลังดำเนินอยู่ในทุกระดับคำนึงถึง การมีส่วนร่วมของประชาชน ไม่ว่าฝ่ายรัฐ ประชาสังคม ส่วนขบวนการผู้เห็นต่างก็ต้องรับฟัง ทุกภาคส่วนด้วยเช่นกัน (วิธีช่องทางที่สามารถทำได้)
3. ต้องลดเงื่อนไขภัยแทรกซ้อนโดยเฉพาะการทุจริตโครงการต่างๆ ซึ่งกำลังเป็นข่าวหนาหูที่ชายแดนใต้ไม่ว่า โครงการสร้างมัสยิด 300 ปี โครงการไฟฟ้าโซล่าร์เซล โครงการสนามกีฬา 1,000 ล้านที่นราธิวาส และพิจารณาทำประชาพิจารณ์อย่างมีคุณภาพต่อโครงการสร้างโรงไฟฟ้าเทพา หรืออนาคตที่ปานาเระ
4. จากประสบการณ์การแก้ปัญหาความขัดแย้งทั่วโลกพบว่าการเปิดพื้นที่ทางการเมืองให้ทุกภาคส่วนจะเป็นส่วนสำคัญในการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน
ประชาสังคมชายแดนใต้สรุปว่า
“จากเหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนความไร้ซึ่งอำนาจต่อรองของผู้กระทำการ ด้วยเหตุนี้ จึงมีความจำเป็นที่ต้องเปิดและขยายพื้นที่การเมืองให้เสียงที่แตกต่างสามารถปรากฏตัวขึ้นมาเพื่อสนทนาถึงความคับข้องใจและความคาดหวังร่วมกัน ตลอดจนสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้มีการใคร่ครวญถึงวิธีการใช้ความรุนแรงอย่างมีเหตุผล รอบด้าน และรัดกุม สภาประชาสังคมชายแดนใต้ขอเน้นย้ำให้ฝ่ายต่างๆ เห็นความสำคัญของพื้นที่การเมือง ซึ่งไม่เพียงแต่เอื้อให้มีความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินเท่านั้น หากแต่ยังต้องเป็นพื้นที่ซึ่งเปิดกว้างต่อเสียงของประชาชนพลเรือนที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงอีกด้วย”
อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)
กรรมการสภาประชาสังคมชายแดนใต้
