
เพราะตำแหน่งคืออำนาจ และอำนาจคือผลประโยชน์ ชีวิตรับราชการจึงมีแค่คาดหวังว่าตัวเองจะมีตำแหน่งสูงขึ้น และเมื่อการแต่งตั้งโยกย้ายขึ้นอยู่กับวินิจฉัยของผู้มีที่มีอำนาจสูงกว่า
แม้จะยืนกรานกันมาตลอดจากผู้มีอำนาจว่าการแต่งตั้งโยกย้ายเป็นธรรม แต่เสียงร้องของความน้อยเนื้อต่ำใจไม่เคยเงียบหาย เป็นเสียงร้องในวงแคบๆ ของคนที่กลืนเลือดไม่แสดงความเจ็บปวดออกมาให้เห็นบ้าง เป็นร้องแรกแหกกระเชอได้ยินไปทั่วทั้งประเทศบ้าง
ความรู้สึกไม่เป็นธรรมมีทุกครั้งหลังการพิจารณาแต่งตั้ง
ทั้งที่ไม่ว่าใครขึ้นมามีอำนาจล้วนแล้วแต่ประกาศตัวเองว่าจะสร้างขวัญและกำลังใจให้ข้าราชการเพื่อมีพลังในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้ประชาชนด้วยการแต่งตั้งโยกย้ายอย่างเป็นธรรมทั้งนั้น
แต่ที่ผ่านมาไม่ค่อยจะแตกต่างกันนักเมื่อถูกเรียกร้องให้อธิบายเหตุผลเมื่อเกิดความรู้สึกไม่เป็นธรรม คำชี้แจงจากผู้มีอำนาจมักมีเพียง “เพื่อความเหมาะสม” ซึ่งไม่ทำให้เกิดความเข้าใจที่ดีขึ้น
เหมือนกับผู้มีอำนาจนั้นนึกจะแต่งตั้งโยกย้ายอย่างไรก็ทำ โดยไม่หวั่นเกรงว่าข้าราชการจะรู้สึกอย่างไร
ดังนั้น จึงน่าสนใจไม่น้อยสำหรับการตรวจสอบความคิดของข้าราชการว่าเห็นการแต่งตั้งโยกย้ายเป็นไปอย่างไร
และ “นิด้าโพล” ได้ทำหน้าที่นี้แล้ว ด้วยการสำรวจความคิดเห็นของข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ
ในคำถาม “จากประสบการณ์ของท่านที่ผ่านมา ท่านคิดว่าระดับความเป็นธรรมในการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการเป็นอย่างไร”
คำตอบก็คือ มีเพียงร้อยละ 10.56 เท่านั้นที่เห็นว่ามีความเป็นธรรมมาก ที่ตอบว่าค่อนข้างมีความเป็นธรรม มีร้อยละ 34.00 ขณะที่บอกว่าไม่ค่อยมีความเป็นธรรมมีถึงร้อยละ 39.92 และที่เห็นว่าไม่เป็นธรรมเลย มีร้อยละ 11.04 ที่เหลือร้อยละ 4.48 ไม่ระบุหรือบอกว่าไม่มีความเห็น
เป็นการสะท้อนว่าข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจส่วนใหญ่ ไม่มีความสุขกับการแต่งตั้งโยกย้ายนัก
อย่างไรก็ตาม แม้จะไม่มีความสุขกับการแต่งตั้งโยกย้ายเพราะความรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม แต่เมื่อถามว่า “หากท่านไม่ได้รับความเป็นธรรมในการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ท่านจะทำอย่างไร”
คำตอบกลับสะท้อนค่านิยมบางอย่าง นั่นคือมากที่สุดถึงร้อยละ 28.56 ที่ตอบว่า ไม่ทำอะไรเลย เพราะทำอะไรไม่ได้เลย เป็นกฎระเบียบซึ่งลูกน้องต้องทำตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา ต้องยอมรับความเปลี่ยนแปลง
ที่บอกว่าต้องฟ้องศาลปกครองทันที มีร้อยละ 12.24
ขณะที่ร้อยละ 2.72 ตอบว่าลาออก ร้อยละ 2.48 จะใช้ Social Network เป็นเครื่องมือในการเรียกร้องขอความเป็นธรรม ร้อยละ 1.60 บอกจะฟ้องสื่อมวลชน ร้อยละ 1.04 พยายามหาเส้นสายที่ใหญ่กว่าไปกดดันให้มีการเปลี่ยนแปลง ร้อยละ 2.24 คิดหาวิธีอื่นๆ เช่น พิจารณาตนเองและปรึกษาหารือกับผู้ใหญ่ ขณะที่บางส่วนระบุว่าฟ้องร้องสหภาพแรงงาน และฟ้องศูนย์ดำรงธรรม
มีอีกร้อยละ 3.36 ไม่ตอบ หรือตอบว่าไม่แน่ใจ ขอดูที่สาเหตุและความรุนแรงก่อน
สะท้อนว่า ถึงจะมีความรู้สึกคับข้องใจ แต่ชีวิตข้าราชการส่วนใหญ่ที่ค่านิยมอยู่ที่การยอมจำนน แม้จะรู้สึกมีความไม่เป็นธรรม แต่ส่วนใหญ่จะเลือกรับชะตากรรม หรือในหมู่ของคนที่คิดสู้จะเลือกหนทางที่เป็นทางการมากกว่าที่จะแสดงออกในหนทางอื่น
การยอมจำนนเช่นนี้ทำให้ “ความไม่เป็นธรรม” กลายเป็น “ความปกติ” ที่ยอมรับได้
ผลจากความรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมนั้น ไม่กระทบต่อผู้มีอำนาจที่เอื้อความไม่เป็นธรรมให้ แต่น่าคิดว่าการเก็บความรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมไว้ในใจนั้นส่งผลต่อการบริการประชาชนอย่างไร
อย่างน้อยเรื่องการทำมาหากินกับประชาชนอย่างเกินเลยจากกฎระเบียบนั้น เป็นผลงานที่สร้างเพื่อใช้เป็นเครื่องมือแสวงหาความได้เปรียบเพื่อนร่วมงานในการแต่งตั้งโยกย้ายครั้งหน้าหรือไม่
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
