
ก่อนจะสิ้นปี 2565 โดยในปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ศาลจังหวัดนนทบุรี นัดคู่ความในคดีนางเอกสาวแตงโม เสียชีวิต เพื่อนัดหมายสืบพยานที่มีถึง 139 ปาก โดยจะสืบพยานกันไปถึงปี 2567 จึงจะได้บทสรุป
ทำให้คนในสังคมได้นึกย้อนถึงเหตุการณ์นี้ ซึ่งเกิดเหตุเมื่อกลางดึกวันที่ 24 กุมภาพันธ์ อันเป็นคดีดังที่สุด อยู่ในความสนใจของประชาชนมากที่สุด จนติดอันดับคดีแห่งปี 2565
อันที่จริงในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565 มีเหตุการณ์ใหญ่เขย่าโลกทั้งโลก เมื่อรัสเซียเปิดสงครามบุกยูเครนอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งยังยืดเยื้อมาถึงวันนี้ ส่งผลสะเทือนต่อเศรษฐกิจทั้งโลก กระทบปัญหาพลังงานอย่างร้ายแรง
สื่อมวลชนไทย เสนอข่าวสงครามรัสเซียกับยูเครนเป็นข่าวใหญ่ได้เพียงแค่วันเดียว!
เพราะกลางดึกวันนั้น เกิดเหตุนางเอกสาวแตงโมตกแม่น้ำเจ้าพระยาแล้วจมหายไป นับจากนั้น ข่าวคดีแตงโมก็ยึดครองความสนใจของประชาชนไทย จนข่าวสงครามใหญ่กลายเป็นข่าวระดับกลางๆ ไปในทันที
คดีแตงโม ซึ่งเริ่มต้นมีปริศนาหลายประเด็น และไม่มีใครยืนยันความจริงได้ว่า เกิดอะไรขึ้นบนเรือสปีดโบ๊ต ซึ่งมีคนเพียง 6 คนอยู่บนเรือ แล่นกลางแม่น้ำเจ้าพระยา ในช่วงค่ำมืด
กล้องวงจรปิด 2 ฟากฝั่งเจ้าพระยา เห็นแต่ภาพมัวซัว ไม่ยืนยันอะไรได้ชัดเจน
ขณะที่ตำรวจต้องใช้เวลาพอควร ในการรวบรวมพยานหลักฐานทุกจุด ยังไม่สามารถสรุปปมประเด็นได้เร็วนัก
ในช่องว่างนี้เอง ทำให้บรรดานักสืบโซเชียล นักเคลื่อนไหวทางคดี แสดงบทบาทกันสุดเหวี่ยง ค้นหาข้อสงสัยกันทุกแง่มุม
กระแสคดีจึงเริ่มโหมไปในทางฆาตกรรม โดยจับจุดจากพิรุธของคนบนเรืออีก 5 คนที่ไม่พบตำรวจอย่างรวดเร็ว
ที่สำคัญ ภาพจากกล้องวงจรปิดอันมัวซัวนี่แหละ กลายเป็นจุดที่นำไปขยายความ ตามจินตนาการของแต่ละฝ่าย
ภาพเงามืดๆ บนเรือ สามารถอธิบายกันได้เป็นฉากๆ และที่สำคัญคนส่วนใหญ่ก็เชื่อตาม กระแสสังคม จึงปักใจไปแล้ว ด้วยข้อมูลจากนักสืบโซเชียล ว่าฆ่ากันแหงๆ
ทั้งที่พยานหลักฐานหลักในการบ่งบอกว่าเป็นการฆาตกรรม ไม่มีปรากฏสักชิ้น
จะว่าไปแล้ว บทบาทของนักสืบโซเชียลนั้น มีแง่ดีแน่นอน ช่วยตรวจสอบทุกสิ่งอย่าง ใครจะบิดเบี้ยวอะไร ก็ทำได้ยากขึ้น
เพียงแต่ข้อสังเกตในกระแสโซเชียลนั้น ควรรับฟังเพื่อนำมาพิจารณากันต่อ และต้องมองไปถึงพยานหลักฐานที่เป็นจริง ที่ชัดเจนกว่าจินตนาการจากภาพมัวๆของวงจรปิด
กระแสโซเชียล และนักเคลื่อนไหวทางคดี ทำให้สังคมไทยปักใจไปก่อนว่าเป็นฆาตกรรม โดยยังไม่มีพยานหลักฐานอะไรรองรับ
บทเรียนจากคดีแตงโม จึงมีประเด็นที่ควรเรียนรู้อีกด้านว่า กระแสสังคม ต้องยึดความจริงมากกว่าเชื่อตามที่พูดๆ กันไป
หลังจากกระแสสังคมเชื่อกันไปไกล ต่อมาเมื่อตำรวจสรุปผลการรวบรวมพยานหลักฐาน ที่บ่งชี้ว่า การตกน้ำของดาราสาวนั้น เป็นอุบัติเหตุ อันเนื่องจากความประมาทของคนบนเรือ ก็ยากจะฝืนความเชื่อที่ไปไกลแล้ว
ตำรวจโดนวิพากษ์วิจารณ์หนัก โดนกล่าวหาว่าบิดเบือนคดีเพื่อช่วยเหลือผู้ต้องหา
แต่เอาเข้าจริงๆ แค่ประเด็นนี้ ก็ค้นหาความจริงได้ไม่ยากว่า ใน 5 คนบนเรือที่เป็นผู้ต้องหานั้น มีระดับทรงอิทธิพลหรือเงินทองมากมายมหาศาลขนาดไหน จะล้มคดีที่คนทั้งประเทศจับตาได้หรือ
แน่นอนว่า ตำรวจรับเงินล้มคดีมีอยู่จริง แต่ในคดีแตงโมจะพบว่า ผู้เข้ามาควบคุมคดีคือ พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบช.ภาค 1 ซึ่งไม่เคยมีประวัติเสียหายทำนองนี้ แถมมีระดับรอง ผบช. ระดับ ผบก. มีนายพลอีกหลายคนร่วมเป็นคณะทำงาน ล้วนมีอนาคตยาวไกล
ไม่เท่านั้น พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.ขณะนั้น ยังเรียกตรวจสอบคดีเป็นระยะๆ การันตีว่า ทีมทำคดีมีพยานหลักฐานรองรับได้มั่นคง ว่าไม่ใช่การฆาตกรรม และยังยกคดีดังในอดีต ที่ตำรวจโดนกระแสโซเชียลถล่มหนัก ลงเอยสุดท้ายเมื่อคดีไปถึงศาล มีคำพิพากษาโดยมองพยานหลักฐานที่ตำรวจนำเสนอ ว่าเชื่อถือได้ และมีคำตัดสินไปตามนั้น
พยานหลักฐานหลักของฝ่ายตำรวจ เช่น พยานแวดล้อม พนักงานเติมน้ำมันเรือ หรือเรือใหญ่ที่แล่นใกล้เรือสปีดโบ๊ตซึ่งมีกล้องวงจรปิด ไม่พบเหตุการณ์มีการวิวาท พบเห็นแต่การดื่นไวน์สนุกสนาน
มีการยึดมือถือของคนบนเรือทั้งหมดมาตรวจสอบ พบว่า หลังเกิดเหตุแตงโมตกน้ำ ทุกเครื่องโทร.ออกถี่ยิบ ไปหาคนใกลชิดหรือที่นับถือ จากนั้นตำรวจตามไปสอบปากคำทุกรายที่ได้รับโทรศัพท์ในคืนนั้น
ได้ข้อมูลเหมือนกันว่า ทั้ง 5 โทร.มาหาด้วยความตกใจร้อนรน ว่าแตงโมตกน้ำ ไม่มีใครเล่าว่ามีการทะเลาะกัน จนพลาดพลั้งอะไรแบบนั้น
ข้อมูลนี้อยู่ในช่วง 15 นาทีแรกหลังเกิดเหตุ น่าเชื่อว่า เป็นข้อมูลสดๆ ที่ยังไม่ผ่านการเตี๊ยมอะไรกัน!
อีกทั้งแตงโมกับคนบนเรือทั้ง 5 ไม่มีเหตุขัดแย้งรุนแรง จนต้องวางแผนมาฆ่า จึงจะมีการวางขั้นตอนบิดคดีเอาไว้ก่อน
นอกจากนี้ภาพถ่ายในกล้องมือถือของทุกคน เห็นช่วงเวลานาทีบนเรือ ซึ่งเต็มไปด้วยภาพเฮฮา
จุดสำคัญ การตรวจพิสูจน์หลักฐานบนเรือสปีดโบ๊ต ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ชั้นสูง ไม่พบคราบเลือด ไม่มีร่องรอยการฆาตกรรม
อีกทั้งสภาพศพ พบว่าเสื้อผ้าของแตงโมอยู่ในสภาพเรียบร้อย ไม่มีการฉีกขาด น่าจะไม่มีทะเลาะทำร้ายกัน มีเพียงบริเวณเป้าของชุดบอดี้สูท ที่ไม่เรียบร้อย ซึ่งตรงกับคำให้การของนายวิศาพัช มโนมัยรัตน์ หรือแซน ที่ระบุว่า แตงโมมาปัสสาวะท้ายเรือ โดยอธิบายท่าทางประกอบ ด้วยพยานหลักฐานที่ตำรวจรวบรวมได้ เป็นวิทยาศาสตร์ เป็นชิ้นเป็นอัน ไม่ปรากฏพบอะไรที่จะชี้ได้ว่ามีการฆาตกรรม
จึงเป็นบทสรุป ตายเพราะตกน้ำลงไปเอง ด้วยความประมาทของคนบนเรือ เช่น สภาพของเรือไม่พร้อม ห้องน้ำใช้ไม่ได้ และดื่มกันเมามายทุกคนจนขาดสติ
นักสืบโซเชียล มีบทบาทที่เป็นคุณต่อสังคมมากมายหลายเหตุการณ์ ช่วยตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่จนได้ผล ทำให้เกิดความถูกต้อง จึงถือเป็นบทบาทของภาคสังคมที่ขาดไม่ได้
แต่ต้องมองบทเรียนอีกด้าน เช่น คดีแตงโม ที่สุดท้ายกระแสสังคมถลำไปไกล โดยไม่มีข้อเท็จจริงที่มากเพียงพอ
เช่น นำเอาภาพวงจรปิดที่มืด ไม่มีอะไรชัด มาอธิบายตามความเชื่อ จนคนดูคลิปก็เชื่อไปตามนั้น แต่ไม่มีพยานหลักฐานอื่นใด
ขณะเดียวกัน เมื่อตำรวจสรุปคดี นำส่งอัยการตรวจสอบกลั่นกรองอีกชั้น ในที่สุดอัยการก็เห็นพ้องตามสำนวนคดีของตำรวจ มีให้สอบเพิ่มบางจุด ให้เพิ่มข้อหาบางประเด็น
แต่ลงเอย ผ่านจากอัยการก็เป็นคดีการเสียชีวิต จากเหตุตกน้ำโดยความประมาทของคนบนเรือ
คดีนี้ผ่านมาแล้วเกือบจนครบปี เริ่มเข้าสู่กระบวนการทางศาลแล้ว
ขณะที่ฝ่ายยืนยันว่าเป็นการฆ่า ก็ยังไม่เลิก แต่ก็เน้นย้ำเพียงข้อสังเกตบางจุด ที่พิสูจน์ไม่ได้เพื่อขยายความเชื่อที่ว่า ต้องฆ่าแน่ๆ
จนบัดนี้ข้อสงสัยว่าฆ่า ยังไม่มีพยานหลักฐานอะไรมารองรับได้อยู่ดี
คดีดังในอดีต เช่น คดีนายห้างทอง ธรรมวัฒนะ คดีฆ่านายเอกยุทธ์ อัญชันบุตร คดีฆ่านักท่องเที่ยวเกาะเต่า กระแสสังคมก็โหมประเด็นตรงข้ามกับการทำคดีของตำรวจ แต่บทสรุปคือ การพิจารณาคดีในชั้นศาล ซึ่งทั้งสองฝ่ายต้องนำพยานหลักฐานมาต่อสู้กัน
ลงเอยคดีดังๆ เหล่านั้น คำพิพากษา เป็นคำตอบได้ว่า พยานหลักฐานตำรวจรับฟังได้
ในคดีแตงโม คดีดังแห่งปี 2565 กำลังเดินหน้าไปถึงศาล โดยบัดนี้ยังมีเพียงพยานหลักฐานว่า เป็นอุบัติเหตุตกน้ำ จากความประมาทของคนบนเรือ ยังไม่มีอะไรมาหักล้างได้เลย!!
สะดวก ฉับไว คุ้มค่า สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ได้ที่นี่https://t.co/KYFMEpsHWj
— MatichonWeekly มติชนสุดสัปดาห์ (@matichonweekly) July 27, 2022
