bg-single

ครอบครัว-ดนตรี-กอล์ฟ เรื่อง “ซอฟต์” ในศึกเดือด “บิ๊กตู่” สู้เพื่อ “ไปต่อ” นายกฯ

16.04.2023

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ให้สัมภาษณ์พิเศษเปิดใจผ่าน “เครือมติชน” ถึงการเดินหน้าต่อทางการเมืองผ่านการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 14 พฤษภาคม

ในการสัมภาษณ์ครั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ได้กล่าวถึงเรื่องซอฟต์ๆ ที่ พล.อ.ประยุทธ์ให้ความสำคัญและชื่นชอบเป็นพิเศษ คือ ครอบครัว ดนตรี และกอล์ฟ ไว้อย่างน่าสนใจ

และยังสามารถเชื่อมโยงไปสู่ประเด็นการเมืองหนักๆ ได้

โดยเฉพาะการจะ “ลุ้น” ไปต่อในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกสมัย หรืออย่างน้อย 2 ปีครึ่ง

นี่คือสิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์เปิดใจ

ในเรื่องครอบครัว พล.อ.ประยุทธ์เล่าว่า

ด้านครอบครัว ผมถือเป็นคนโชคดี โดยเฉพาะเรื่องลูก เขาไม่ต้องการมาเป็นภาระของคนเป็นพ่อ จะไปไหนมาไหนก็เป็นห่วง ลูกผมอยากไปไหนมาไหนด้วย

แต่เขาบอกว่าอยากไปในฐานะที่ไม่ใช่นายกรัฐมนตรี

8 ปีแล้วที่ลูกถามว่าเมื่อไหร่จะพาเขาไปเที่ยว แต่ทุกวันก็ได้ใช้ชีวิตครอบครัว รับประทานข้าวร่วมกันทุกวันที่บ้าน เพราะถ้าไปนอกบ้านก็จะวุ่นวายทั้งชุดรักษาความปลอดภัย ชุดล่วงหน้า ตำรวจเต็มไปหมด ชีวิตไม่เป็นส่วนตัว แล้วเกิดมีคนมาทำอะไรชุดรักษาความปลอดภัยก็ไม่ยอม ก็จะเกิดการทำหน้าที่แล้วจะไปทำให้มันวุ่นวายทำไม

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ตั้งแต่ก่อนเป็นแม่ทัพภาคที่ 1 ก็ไม่ได้เดินทางไปในที่สาธารณะเท่าไหร่ แต่สมัยก่อนก็เดินห้างสรรพสินค้า สวนจตุจักรเป็นตลาดนัดของผม ช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ ชอบไปพูดคุย ไปเดินไปชม และคิดว่าวันนี้แฟนคลับของผมก็ยังอยู่ คงมีคำถามว่าผมหายไปไหนหลายปีมาแล้ว

ไม่ใช่ว่าเป็นนายกฯ แล้วจะถือตัว ผมไม่ได้มีร้านประจำที่สวนจตุจักร ส่วนใหญ่เดินไปทั่ว ไปดูสิ่งแปลกๆ ใหม่ๆ เพราะต้องระมัดระวังในการใช้เงิน

วันนี้ก็ยังอยากจะไปหลายที่ ที่เคยไปแต่ไม่ได้ไป แต่ที่ไปไม่ใช่สถานที่อบายมุข อยากไปเดินห้าง ไปเดินสวนสาธารณะ หรือกินกาแฟ

สมัยก่อนก็ไปมาเกือบทั้งหมด แต่วันนี้เมื่อรู้ตัวว่าไปลำบาก ถ้าไปแล้วเป็นภาระก็เลยไม่ได้ไป

เมื่อถูกถามว่า ถ้าต้องไปต่อในตำแหน่งนายกฯ อีก 2 ปีได้พูดคุยกับครอบครัวแล้วหรือไม่

พล.อ.ประยุทธ์บอกว่าได้พูดคุยกันแล้ว ซึ่งครั้งแรกก็คิดว่าอยู่มา 8 ปีแล้วเราจะทำอย่างไรกันต่อ คำตอบคือการพักผ่อนอายุเยอะแล้ว เกือบจะ 70 ปี

แต่ก็คุยกันกับลูกๆ ว่า สิ่งที่พ่อยังทำไม่เสร็จแล้วใครจะทำต่อ แต่ถ้าได้ทำต่อครบวาระพ่อต้องหาคนทำให้ได้ก็แล้วกัน เราเลยบอกว่าเดี๋ยวก็มีคนทำอยู่ดีนั่นแหละ ก็เป็นเรื่องในครอบครัว ซึ่งเขาเข้าใจ เขาอดทน

สมัยหนุ่มจบจากโรงเรียนนายร้อยก็อยู่ต่างจังหวัดมาโดยตลอด อยู่ชายแดนอยู่ที่ จ.ปราจีนบุรี ตั้งแต่สมัยที่ยังมีคอมมิวนิสต์ มีการรบกันตามแนวชายแดน เพิ่งกลับเข้ามาอยู่กรุงเทพฯ เมื่อปี 2548 มาเป็นรองแม่ทัพและเป็นแม่ทัพภาคที่ 1 เพิ่งจะมีชีวิตที่เข้ามาใช้อยู่ในกรุงเทพฯ แต่ก็ยังต้องเดินทางไปที่ต่างๆ ไปทุกจังหวัดที่ต้องดูแลทุกกองกำลัง

อย่าลืมว่าตอนลูกผมเกิดมาผมปฏิบัติหน้าที่อยู่ชายแดน ช่วงนั้นกลับบ้านเพียงเดือนละครั้ง ไม่กี่วัน 3-5 วัน

โชคดีที่ลูกของผมทั้ง 2 คนเรียนหนังสือดี เป็นฝาแฝด เป็นเรื่องที่น่าภูมิใจของผม

แต่ผมไม่ได้มางานรับปริญญาลูก เพราะอยู่ในพื้นที่ มาไม่ได้เนื่องจากกำลังมีปัญหาอยู่ในพื้นที่

ลูกๆ เขาก็ต้องอยู่กับแม่ วันสำคัญต่างๆ ส่วนใหญ่ผมไม่ได้กลับบ้าน เพราะติดภารกิจ ถือว่าโชคดีเนื่องจากภรรยาผมเข้าใจ

เจ็บท้องเข้าโรงพยาบาล เขาอยู่ของเขาคนเดียว มีพี่สาวคอยดูแลช่วงที่คลอด ผมอยู่ได้เพียงวันเดียวและต้องกลับพื้นที่

จากนั้นก็ไปๆ กลับๆ วันรับปริญญาลูกก็ไม่ได้กลับมา แค่ได้ถ่ายรูปกับลูกที่บ้าน

ผมก็คิดว่าผมทำถูกหรือไม่ แต่ครอบครัวผมเข้าใจ ไม่เช่นนั้นคงโกรธกันตาย ภรรยาผมไม่เคยงอนอะไรเลย เขาเป็นผู้ใหญ่พอ

ส่วนเรื่องดนตรี ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ชื่นชอบอย่างมากนั้น

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงแง่มุมนี้ว่า ผมเป็นคนชอบดนตรี แต่เล่นดนตรีไม่เป็น

มีเพียงสมัยเด็กที่เล่นดนตรีไทยบ้างเล็กน้อย อย่างเช่น อังกะลุง

แต่คนที่ชอบดนตรีและเล่นดนตรีฝีมือใช้ได้คือลูกผม ไม่ทราบว่ามาจากใครเหมือนกัน

ลูกผมเคยทำวงดนตรีตั้งแต่เด็ก วันนี้ก็มีการซ้อมอยู่ที่บ้าน ก็นั่งฟังเขาเล่นทั้งกลอง กีตาร์ เปียโน

สำหรับผมชอบร้องเพลง แต่ร้องไม่ค่อยเพราะ เพราะไม่ได้เกิดมาเป็นนักร้อง แต่ชอบฟังเพลง

ข้อเสีย คือผมจำชื่อเพลงไม่ได้ แต่จำเนื้อได้ เวลาขอเพลงก็ร้องเนื้อให้ฟัง

ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์แย้มว่า เพลงหาเสียงของพรรครวมไทยสร้างชาติ ก็ช่วยเขียนบ้างนิดหน่อยว่าทำอย่างไรให้เนื้อ “เพลงลุงตู่อยู่ไหน” สามารถเชื่อมกับเบอร์ 22 ได้

วันนี้ถือว่าในส่วนของพรรครวมไทยสร้างชาติ ก็โอเค ประชาชนให้กำลังใจ เพลงที่ออกมาก็ปลุกใจให้คนในพรรคมีกำลังใจ เชื่อว่าอีกไม่กี่วันก็คงจะกระหึ่มทั้งกรุงเทพฯ หลังสงกรานต์ไปแล้วเสียงเพลงคงจะดังว่อนไปหมด

แต่ทั้งหมดอยากให้ดูที่ความตั้งใจ ความจริงใจ ความซื่อสัตย์สุจริต ความเป็นผู้รอบรู้สถานการณ์ในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งสถานการณ์โลก และการที่จะไปไหนก็ตามต้องสง่างาม ต้องภูมิใจในความเป็นผู้นำประเทศ

ผมถือว่าได้ทำมามากพอสมควร ส่วนคนอื่นก็อาจจะทำได้ก็เป็นเรื่องของท่าน แต่ผมก็ถือว่าผมได้ทำอย่างดีที่สุดแล้ว จากที่ได้รับเกียรติจากทุกเวทีโลก ผู้นำทุกคนก็พร้อมที่จะพูดคุย

ใครก็ตามที่จะมาเป็นผู้นำประเทศ เป็นรัฐมนตรีหรือนักการเมืองต้องรับรู้และระมัดระวัง ไม่ใช่มีอำนาจแล้วจะทำได้ทุกอย่าง มีอำนาจแล้วทำทุกอย่างเป็นอย่างไรก็ติดคุก ผมเองไม่ต้องการให้ทั้งตัวผมและผู้ใต้บังคับบัญชาติดคุกตามไปด้วย จึงบอกมาตลอดว่าวันนี้ต้องทำให้ดี ถ้าติดคุกก็เสียใจด้วย

ไปถามทุกคนได้ว่าผมเป็นคนอย่างไร พร้อมรับฟังทุกคนและไม่ใช่คนบ้าๆ บอๆ ไม่ใช่คนที่ใช้อำนาจทุบโต๊ะ หลายอย่างก็อยากจะทุบแต่ก็ทำไม่ได้ งานทุกงาน คนที่เป็นนายกรัฐมนตรีต้องรู้เท่าที่ควรรู้ ไม่ใช่จะเป็นคนวิเศษวิโสหรือเก่งมาจากไหน ถ้าผมเป็นอย่างนั้นคงอยู่มาไม่ถึง 8 ปี ทุกคนมาจากการเลือกตั้ง

ยืนยันว่าไม่เคยทะเลาะกัน เราให้เกียรติกับทุกคน แต่ถ้าแยกกันไปแล้วเขาจะทำอะไรก็เป็นเรื่องของเขา

ส่วนรอบหน้าไม่แน่ใจว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผลการเลือกตั้งออกมาก็ต้องมาดูคะแนนเสียงว่าใครได้มาก ใครได้น้อย

ถ้าผมได้มาก ทีมงานที่เข้าขากันก็พร้อมเต็มที่ที่จะทำต่อ

แต่ถ้าได้น้อย ให้คนที่ได้มากกว่าไป ส่วนจะได้เท่าไหร่คงตอบยาก

พล.อ.ประยุทธ์ย้ำว่าหากได้ไปต่ออีก 2 ปี หลายอย่างจะประสบผลสำเร็จมากขึ้น

แต่ไม่ใช่หยุดแค่นั้น ต้องส่งต่อให้กับรัฐบาลต่อไปเพราะทั้งหมดคือยุทธศาสตร์ชาติ และวิสัยทัศน์ที่เราคาดหวังในอนาคตข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น เพราะเราต้องการให้ประเทศของเรามีความมั่นคงมั่งคั่งและยั่งยืน ปลอดภัย เข้มแข็ง ทุกคนมีรายได้ที่เพียงพอ นี่คือวิสัยทัศน์ของผู้นำประเทศจะต้องมีตรงนี้

เมื่อถามว่า การจะไปต่อ เน้น “ขาย” อะไร

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวทันที ผมไม่มีของให้ขาย แต่ขายด้วยความจริง ขายแต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นได้จริง และเกิดขึ้นแล้ว ที่ทำมาแล้วมันจะเกิดอะไรขึ้นมาอีก

ถ้าใช้คำว่าขายของก็ขายกันอยู่ทุกวัน แล้วถามว่าขายได้หรือไม่ ถ้าขายไม่ได้ก็ล้มละลาย ขายของแบบนี้คนก็ชอบทั้งหมด แต่สิ่งสำคัญที่สุดก็คือทรัพยากรมีเพียงพอหรือไม่ และคนที่จะได้รับจะมีการพัฒนาได้หรือไม่

เขามีความคุ้นเคยกับการใช้เงินขนาดนี้แล้วจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป เพราะนี่คือทรัพยากรมนุษย์ที่ต้องเจริญเติบโตในสิ่งที่ควรจะเป็นและต้องพัฒนาต่อไป ต้องมีความอดทนเพื่อเดินหน้าตัวเองให้ได้ก่อน แล้วรัฐถึงจะเข้าไปช่วย

สื่อเองก็ต้องช่วยบอกว่าอย่ามองแค่เพียงฉาบฉวย หรือมองแค่ประโยชน์ที่จะได้รับ แต่ต้องบอกว่าทำได้จริงหรือไม่ แล้วประเทศจะเป็นอย่างไร คนอื่นจะอยู่ได้หรือไม่

ถ้าต่างคนต่างคิดถึงประโยชน์ของตัวเองทั้งหมดมันไปไม่ได้ ไม่มีใครทำได้

ทุกอย่างจะต้องอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ได้เชื่อมโยงการทำงานของรัฐบาลกับกีฬากอล์ฟ ที่เป็นกีฬาที่ชื่นชอบว่า วันนี้ทุกอย่างหลายเรื่องอยู่บนขอบกรีน และบางอย่างอยู่บนกรีนแล้ว ก็พยายามผลักดัน ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องทีออฟ (ใหม่)

ไม่ใช่บางอย่างอยู่บนกรีนแล้วเตะลูกออกจากกรีน

(ถ้า) ผมต้องไปเริ่มตีใหม่ จะเข้าป่าหรือเปล่ายังไม่รู้

ส่วนใหญ่เรื่องอยู่บนขอบกรีน และบนกรีนจะใช้เวลาอีก 2 ปี พัตต์ลงหลุม

แต่ก็ขึ้นอยู่ที่ว่ากรีนนั้นเรียบสงบเรียบร้อยหรือไม่

ไม่ใช่เป็นกรีนที่มีความวุ่นวายหรือมีหลุมบ่อเยอะ ก็ต้องพัตต์กันหลายที ซึ่งต้องควบคู่ไปกับความมั่นคงและความมีเสถียรภาพ เมื่อก่อนนี้มันมีแต่ความวูบวาบและกรีนพัตต์ยากไม่ยั่งยืน

ดังนั้น สิ่งที่เราจะทำในอีก 2 ปีข้างหน้าคือ ทำต่อให้เสร็จ

เหมือนการพัตต์กอล์ฟ ให้ลูกกอล์ฟบนกรีนหรือขอบกรีนลงหลุมมากที่สุด



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

เรื่องต้องรู้ของฟุตบอลโลก 2026 ศึกเวิลด์คัพฉบับ ‘มหึมา’
ฉบับประจำวันที่ 12-18 มิ.ย. 2569 ฉบับที่ 2391
E-DUANG | ปรากฎการณ์ แบงค์ ศุภณัฐ ต่อเนื่อง มายัง โจ เบอร์สิบ
กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี