
วันนี้ผมขอเขียนถึงคนกันเอง คือ อาจารย์วนิดา พึ่งสุนทร ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะสถาปัตยกรรม (แบบประเพณี) ประจำปีพุทธศักราช 2546
ผมเรียกอาจารย์วนิดาว่า “พี่นิด” ด้วยเหตุว่า พี่นิดเป็นลูกผู้พี่ คือเป็นลูกของคุณป้าที่เป็นพี่สาวแท้ๆ ของแม่ผม
เราจึงป็นลูกพี่ลูกน้อง “ชั้นที่หนึ่ง” (First Cousins)
ผมเติบโตมาในบริเวณ “บ้านโยคี” ของคุณป้าทองพูน แม่พี่นิด ผู้เป็นเจ้าของบริษัท โยคีทองพูน จำกัด ที่สำเหร่ ฝั่งธนบุรี
พี่นิดอายุแก่กว่าผม 9 ปี
พี่นิดเข้าศึกษาที่คณะสถาปัตยกรรมไทย มหาวิทยาลัยศิลปากร ผมยังจำได้ดีว่า ในปีสุดท้ายที่จะเรียนจบ พี่นิดและผองเพื่อนช่วยกันทำวิทยานิพนธ์ ออกแบบเพื่อสำเร็จการศึกษา อดหลับอดนอนกันเป็นแรมเดือน
พี่นิดสำเร็จการศึกษาปี 2505
ช่วงแรกเข้าศึกษาที่ศิลปากรยังมีชื่อหลักสูตรว่า คณะสถาปัตยกรรมไทย เรียน 3 ปีได้รับอนุปริญญา ศาสตราจารย์พระพรหม พรหมพิจิตร (อู๋ ลาภานนท์) เป็นคณบดี
ครั้นพออาจารย์วนิดาศึกษาถึงปีที่ 3 ก็ได้ขึ้นชั้นปีที่ 4 เพราะมีการเปลี่ยนคณบดีเป็นศาสตราจารย์ อัน นิมมานเหมินท์ มีการปรับปรุงหลักสูตรเพิ่มเป็น 5 ปี ให้ปริญญาสถาปัตย์บัณทิต พร้อมเปลี่ยนชื่อคณะเป็น คณะสถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร
เมื่อสำเร็จการศึกษา พี่นิดเข้าเป็นอาจารย์ที่คณะสถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร ประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้ให้นักศึกษาจากรุ่นสู่รุ่นจนเกษียณอายุราชการ
แต่จิตวิญญาณของการเป็นครูบาอาจารย์ไม่เคยหยุดนิ่ง
ทุกวันนี้ พี่นิดที่อายุ 86 ปี ยังขับรถจากบ้านโยคีที่สำเหร่มาสอนนักศึกษาที่วังท่าพระตามชั่วโมงสอนเต็มตามตารางไม่เคยว่างเว้นเฉกเช่นอาจารย์ประจำคนหนึ่ง รวมทั้งเดินทางไปตรวจงานก่อสร้างตามต่างจังหวัดและต่างประเทศอยู่เป็นเนืองนิจ
พี่นิดไม่ได้มีโปรแกรมออกกำลังกายอะไรเป็นพิเศษ แต่การสอนหนัสือและการเดินทางตรวจงาน ถือเป็นการออกกำลังกายที่พอเพียงแล้ว
เป็นอาจารย์ที่สมาร์ตที่สุด ทุกคนพากันเรียกขานว่า “แม่นิด”
ใช่แต่งานสอนพียงอย่างเดียวก็หาไม่ ผลงานออกแบบรังสรรค์สถาปัตยกรรมไทยของพี่นิดที่ผ่านมา มีมากมายเหลือจะคณานับ ทั้งผลงานในประเทศและต่างประเทศ รวบรวมเป็นหนังสือผลงานออกมาได้ 4 เล่ม คือ
1. สรรค์สร้างอย่างไทย พิมพ์ครั้งที่ 1 เสนอผลงานปี พ.ศ.2532-2540 ในวาระเจริญอายุครบ 60 ปี
2. สานสร้างทางไทย เสนอผลงานปี พ.ศ.2541-2552 ในวาระเจริญอายุครบ 72 ปี
3. สรรค์สร้างอย่างไทย พิมพ์ครั้งที่ 2 พ.ศ.2562
4. ไทยอย่างสร้างสรรค์ เสนอผลงานปี 2553-2560 ในวาระเจริญอายุครบ 80 ปี
หนังสือทั้ง 4 เล่ม จัดพิมพ์โดย สถาบันศิลปสถาปัตยกรรมไทยเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้รับสนับสนุนการจัดพิมพ์จากกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม
หนังสือ 4 เล่มนี้ นำเสนอผลงานของอาจารย์วนิดาในการออกแบบสถาปัตยกรรมไทย นำมาสู่การได้รับเลือกให้เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาสถาปัตยกรรม (แบบประเพณี) ในปี พ.ศ.2546
อาจารย์วนิดาเคยเป็นประธานมูลนิธิศิลปินแห่งชาติอยู่ระยะหนึ่ง ปัจจุบันเป็นรองประธานมูลนิธิศิลปินแห่งชาติ ยังช่วยประสานงานต่างๆ ของเหล่าศิลปินแห่งชาติ
จะขอนำงานออกแบบที่เป็นยอดของพี่นิดมาบันทึกไว้บางรายการ ดังต่อไปนี้
พระมหาธาตุเจดีย์ศรีจันเสน
วัดจันเสน ต.จันเสน อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์
วัดจันเสนเป็นวัดที่ตั้งอยู่ใกล้เมืองโบราณจันเสน อันเป็นเมืองเก่าสมัยทวารวดีตอนต้น โดยหลวงพ่อโอด (พระครูนิสัยจริยคุณ) เจ้าอาวาสขณะนั้น ได้รับมอบศิลปะวัตถุโบราณของเมืองจันเสนจากประชาชนจำนวนมาก ประกอบกับในที่นั้นยังไม่มีเจดีย์เป็นองค์ประธานของวัดเลย จึงมีดำริในการจัดสร้างเจดีย์เป็นอาคารประธานสำหรับบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พระพุทธรูปสำคัญ มีพิพิธภัณฑ์เพื่อจัดแสดงวัตถุหลากหลายชนิดของเมืองจันเสน และพื้นที่ซึ่งสามารถใช้งานในลักษณะอเนกประสงค์สำหรับประกอบกิจกรรมต่างๆ ได้ด้วย
การออกแบบพระมหาธาตุเจดีย์องค์นี้ จึงต้องศึกษารูปแบบสถาปัตยกรรมยุคสมัยทวารวดี ต้องศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับศิลปวัตถุที่มีอยู่ ซึ่งเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์สำคัญ อันมีผลต่อแนวคิดในการออกแบบศิลปกรรม ดังนั้น รูปแบบศิลปะสถาปัตยกรรมของพระมหาธาตุเจดีย์องค์นี้จะสื่อถึงสมัยทวารวดี ซึ่งในประเทศไทยไม่มีรูปแบบของสถาปัตยกรรมอันสมบูรณ์หลงเหลือให้เห็นอย่างชัดเจนอยู่เลย
ดังนั้น อาจารย์วนิดาผู้ออกแบบจึงต้องศึกษาค้นคว้าจากหลักฐานทางสถาปัตยกรรมเท่าที่เหลืออยู่ และศึกษาจากชิ้นส่วนของศิลปวัตถุโบราณเท่าที่มี อาทิ การศึกษาลวดลายจากใบเสมาใหญ่สมัยทวารวดี ศิลปกรรมต่างๆ ที่ปรากฏให้เห็นได้จากพระเครื่อง พระพิมพ์ สมัยทวารวดี
ผลงานออกมาเป็นพระมหาธาตุเจดีย์ศรีจันเสนอันงดงามยิ่งนัก
พระมหาธาตุเฉลิมราชศรัทธา
วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ อินเดีย
เดือนกุมภาพันธ์ 2016 ผมเป็นหัวหน้าทัวร์พาเพื่อนสวนกุหลาบฯ รุ่น 80 และเพื่อนบัญชีจุฬาฯ รุ่น 27 ไปเยือนเส้นทางพุทธวิถีในอินเดีย ตอนที่คณะเราเดินทางไปถึงวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ เมืองกุสินารา ขณะที่กำลังเข้านมัสการพระบรมสารีริกธาตุและเส้นพระเจ้าที่รัชกาลที่ 9 ได้อัญเชิญให้ไปประดิษฐานที่พระมหาธาตุเฉลิมราชศรัทธานั้น
ได้พบกับพี่นิด อาจารย์วนิดา พึ่งสุนทร ในพระมหาธาตุเจดีย์แห่งนั้น
นับเป็นโชคดีที่เราได้ไปเยือนพระมหาธาตุเจดีย์อันงดงาม และได้พบกับผู้ออกแบบที่มาร่วมงานเฉลิมฉลอง ณ วัดไทยกุสินาราฯ โดยมิได้นัดหมาย
พระมหาธาตุเจดีย์ออกแบบเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 จึงกำหนดให้มี 9 ยอดเพื่อสื่อความหมายถึงรัชกาลที่ 9 ประกอบกับฉัตรเจดีย์เก้าชั้นเพื่อแสดงถึงพระอิสริยศักดิ์ โดยนำเอาลักษณะเด่นทางศิลปสถาปัตยกรรมสมัยสุโขทัย อยุธยาและรัตนโกสินทร์มาประยุกต์ใช้ในการออกแบบขึ้นมาใหม่ เพื่อแสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองทางพระพุทธศาสนาของไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพฯ (พระยศขณะนั้น) เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์เมื่อ 30 มีนาคม 2544 และเสด็จแทนพระองค์ไปประกอบพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุและเส้นพระเจ้า พร้อมทั้งยกยอดฉัตรทองคำเมื่อ 1 มีนาคม 2548
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.9 พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์เป็นปฐมฤกษ์ในการก่อสร้าง และภายหลังก่อสร้างแล้วเสร็จยังพระราชทานเงินทุนเพื่อการบูรณปฏิสังขรณ์องค์พระมหาธาตุเจดีย์ในอนาคตไว้ด้วย
ทรงรับสั่งกับผู้ใกล้ชิดว่า “เจดีย์ของฉัน”
ยังมีผลงานออกแบบของพี่นิดในวัดไทยกุสินาราฯ อีกหนึ่งชิ้นที่ต้องบันทึกไว้คือ อาคารประดิษฐานพระบรมรูป พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ เป็นอาคารที่ตั้งอยู่เคียงข้างกับพระมหาธาตุเจดีย์ เป็นอาคารที่สง่างาม “สมพระเกียรติ” เป็นอาคารซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเป็น “ไทย” ผสมผสานกับเอกลักษณ์ของความเป็น “อินเดีย” อันเป็นสถานที่ตั้งด้วย ภายในอาคารประดิษฐานพระบรมรูป ร.9 ฉลองพระองค์จอมทัพไทย
ข้ามถนนไปฝั่งตรงข้ามประตูวัดไทยกุสินาราฯ คือ โรงพยาบาลวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ มีหมออาสาสมัครจากเมืองไทยไปให้การรักษาพยาบาลคนไข้อินเดียจำนวนมากทุกวัน รักษาพยาบาลฟรี
ในบริเวณโรงพยาบาลมีอาคารหอพระเทพรัตน์ เป็นหอพระประจำโรงพยาบาล ประดิษฐานพระสาทิสลักษณ์สมเด็จพระเทพฯ และภาพวาดเหตุการณ์สำคัญสมัยสมเด็จพระเทพฯ เสด็จเยือนวัดไทยกุสินาราฯ
อาคารหอพระฯ ออกแบบโดยพี่นิด อาจารย์วนิดา สง่างามสมพระเกียรติ
พุทธาวาส วัดธัมมธโร
กรุงแคนเบอร์รา ออสเตรเลีย
วัดธัมมธโรเป็นวัดหลักทางพุทธศาสนาของไทย ตั้งอยู่ที่กรุงแคนเบอร์รา ประเทศออสเตรเลีย แต่เดิมเป็นวัดที่ยังไม่มีเสนาสนะเป็นหลักของวัด ต่อมาจึงมีดำริจัดสร้างเขตพุทธาวาสเพื่อเป็นการเผยแผ่และบำรุงพระพุทธศาสนาในต่างแดน
จึงมีการขอพระราชทานแบบก่อสร้าง “พระมหาธาตุเจดีย์” ที่วัดไทยกุสินาราฯ มาเป็นแม่แบบ ร.9 ทรงมีพระราชวินิจฉัยให้ออกแบบพระมหาธาตุเจดีย์ให้สูงขึ้นและขยายความกว้างขึ้นเล็กน้อยจากขนาดเดิม เนื่องจากมีระเบียงคดล้อมรอบ จึงทำให้พระมหาธาตุเจดีย์สง่างามยิ่งขึ้น
ทั้งหมดประกอบด้วยกลุ่มอาคารในเขตพุทธาวาส ได้แก่ พระเจดีย์ พระอุโบสถ และระเบียงคดอันงามสง่าสมภาคภูมิของสถาปัตยกรรมไทย จากการออกแบบของพี่นิด อาจารย์วนิดา พึ่งสุนทร
การก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว เพียงแต่ยังไม่มีพิธีเฉลิมฉลองพุทธาวาสอย่างเป็นทางการ
ยังมีผลงานออกแบบที่ยังไม่ได้รวบรวมเป็นเล่มอีกหลากหลาย เช่น อาคารที่พักพระภิกษุศึกษาปริยัติธรรม วัดไอ้ไข่ นครศรีธรรมราช, การออกแบบปรับปรุงมหาเจดีย์วัดเขาสุกิม จ.จันทบุรี, โบสถ์วัดป่าคอวัง จ.น่าน ฯลฯ
นอกจากนี้ พี่นิดยังเป็นลูกศิษย์ใกล้ชิดของเกจิอาจารย์ดังหลายองค์ของเมืองไทย เช่น หลวงพ่อโอด วัดจันเสนต่อมาถึงหลวงพ่อเจริญเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน, หลวงพ่อสาคร วัดหนองกรับ, เจ้าคุณหลายรูปของวัดบวรนิเวศฯ สมัยออกแบบสร้างตำหนักสมเด็จพระสังฆราชที่วัดนาควัชรโสภณ (วัดช้าง) จ.กำแพงเพชร ฯลฯ
แต่ที่ต้องขอบันทึกไว้คือ พี่นิดเป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อเนื่อง วัดจุฬามณี แห่งอัมพวา สมุทรสงคราม
พี่นิดบอกว่า “เป็นลูกสาวหลวงพ่อเนื่อง”
เวลาพี่นิดไปกราบหลวงพ่อเนื่อง จะมีชาวบ้านมานั่งฟังการสนทนา คอยจดคำพูดของหลวงพ่อไปตีเป็นตัวเลขเพื่อแทงหวย แล้วแทงถูกด้วย
แต่เหนืออื่นใด ตอนที่พี่นิดซื้อรถคันใหม่ทุกคัน พี่นิดจะขับไปนิมนต์หลวงพ่อเนื่องให้นั่งประเดิมเพื่อเป็นสิริมงคล แล้วขับรถพาหลวงพ่อเนื่องวนรอบตลาดอัมพวา
พี่นิดไม่เคยรู้ตัวว่าได้ทำบุญใหญ่หลวงให้ชาวตลาดและคนอัมพวารวมทั้งคนแม่กลอง ถูกหวยรวยกันทั่วหน้า
เพราะหวยออกหมายเลขทะเบียนรถคันที่พี่นิดขับให้หลวงพ่อเนื่องนั่งทุกครั้ง
สะดวก ฉับไว คุ้มค่า สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ได้ที่นี่https://t.co/KYFMEpsHWj
— MatichonWeekly มติชนสุดสัปดาห์ (@matichonweekly) July 27, 2022
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
