bg-single

“เสรีพิศุทธ์”ฉายามือปราบตงฉิน วิบากถูกสั่งสอบ ม.112 กับบันทึกการถูกสั่งปลดผบ.ตร.

31.07.2023

นับตั้งแต่ช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง ปี 2566 การจัดตั้งรัฐบาล มาจนถึงการโหวตนายกรัฐมนตรีในขณะนี้ มีความเกี่ยวข้องกับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 มาโดยตลอด

สำหรับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย นั้นมีจุดยืนชัดเจนว่า เน้นแนวทางสายกลาง คือไม่ยกเลิก แต่เห็นว่าควรมีการปรับในรายละเอียด เช่น ไม่ใช่ใครก็ไปแจ้งความได้ ควรให้ตัวแทนจากสำนักพระราชวังดำเนินการ หรือลดจำนวนปีในการรับโทษติดคุกลงมา เป็นต้น

“ผมตั้งใจทำงานให้สถาบันพระมหากษัตริย์ยังถูกยัดเยียดข้อหาได้ แล้วพี่น้องประชาชน ถ้าใช้กฎหมายนี้ต่อไปจะไม่ถูกยัดเยียดหรือ”

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวในระหว่างการประชุมร่วมของรัฐสภาเพื่อลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของประเทศไทย เมื่อวันที่ 13 ก.ค. 2566 แต่กลับมีสส. และสว. อภิปรายถึงเรื่องการแก้ไข ม.112

หากพลิกดูเส้นทางและหลักฐานต่างๆ พบว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ก็เคยถูกสั่งสอบข้อหาหมิ่นกษัตริย์ด้วยเช่นกัน

โปรดเกล้าฯ – ปลด ผบ.ตร.

วันที่ 23 พฤษภาคม 2551 นับเป็นหนึ่งในวันที่วงการสีกากีต้องบันทึกเอาไว้ ว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส เป็น ผบ.ตร. คนแรกที่ถูกปลดออกจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการ

เพราะแม้ในอดีตจะมี ผบ.ตร. บางคนถูกย้ายไปช่วยราชการ แต่ทุกคนจะได้อยู่ในตำแหน่งจนเกษียณอายุราชการ

เนื่องจากตำแหน่ง ผบ.ตร. เป็นตำแหน่งที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง และหากจะออกจากตำแหน่งโดยไม่เกษียณอายุ หรือไม่ได้ลาออกเอง ต้องได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้พ้นจากตำแหน่งเช่นกัน

เช่น พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ ที่ถูกรัฐบาลขิงแก่เล่นงานเนื่องจากไม่ยอมทำตามความประสงค์ แม้จะถูกย้ายไปช่วยราชการ แต่นายกฯ ก็ไม่มีอำนาจสั่งปลด หรือย้ายไปหน่วยงานอื่น หากไม่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ลงมา

พล.ต.อ.โกวิท ยังได้ชื่อว่าเป็น ผบ.ตร. จนเกษียณอายุราชการ

แต่กรณี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ นั้นต่างออกไป เพราะนอกจากจะถูกย้ายออกจากตำแหน่ง ตามมาด้วยคำสั่งให้ออกจากราชการ ยังถูกตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงหลายต่อหลายข้อหาด้วยกัน

เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2551 นายอาสา สารสิน ราชเลขาธิการ มีหนังสือสำนักราชเลขาธิการ ที่ รล 0001.1/9773 ตอบกลับเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่นำความขึ้นกราบบังคมทูลโปรดเกล้าฯ ให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ พ้นจากตำแหน่งเนื่องจากถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงนั้น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ข้าราชการตำรวจดังกล่าวพ้นจากตำแหน่งตามที่เสนอไป

ในวันรุ่งขึ้นนายสมัคร สุนทรเวช ก็ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ พร้อมออกประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ พ้นจากตำแหน่ง ผบ.ตร. ทันที โดยให้มีผลย้อนหลังไปตั้งแต่วันที่ถูกให้ออกจากราชการคือ 8 เมษายน 2551

 

เปิดเส้นทางก่อนตกเก้าอี้

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ขึ้นมารับตำแหน่ง ผบ.ตร. หลัง พล.ต.อ.โกวิท ถูกรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ สั่งย้ายไปช่วยราชการ เนื่องจากไม่ยอมทำตามความต้องการหลายๆ เรื่อง

แต่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ต้องรอจนเดือนตุลาคม 2550 เมื่อ พล.ต.อ.โกวิท เกษียณอายุราชการ จึงได้ขึ้นเป็น ผบ.ตร. เต็มตัว

กระทั่งรัฐบาลสมัคร เข้ามาบริหารประเทศ และได้รับรายงานเกี่ยวกับปัญหาในองค์กรสีกากีหลายเรื่องด้วยกัน

วันที่ 29 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นายสมัครเซ็นคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 34/2551 แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ รวม 3 ข้อหาประกอบด้วย

1.ดำเนินโครงการเช่ารถยนต์ใช้งบประมาณรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 9,899,578,200 บาท โดยมีพฤติการณ์ส่อไปในทางทุจริต และเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535

2.สั่งการโดยใช้ถ้อยคำที่มิบังควรและไม่เหมาะสมในฐานะที่เป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของหน่วยงาน ในบันทึกของกองสวัสดิการที่เสนอขอให้พิจารณางดการแข่งขันกีฬาภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติประจำปี 2551 เนื่องจากผู้เสนอเห็นว่าอยู่ระหว่างการไว้ทุกข์ตามมติคณะรัฐมนตรี

โดย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เขียนตอบกลับในท้ายรายงานด้วยลายมือตัวเองว่า “ควายหรือเปล่า” และให้ดำเนินการจัดการแข่งขันต่อไป

และ 3.ดำเนินการงานบริหารงานบุคคล โดยออกคำสั่งแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับ พ.ต.อ. ตำแหน่ง ผกก. ฝ่ายปฏิบัติการที่ 1-ที่ 10 ในสังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย และไม่มีกฎหมายรองรับตำแหน่ง

พร้อมกับการตั้งกรรมการสอบ ก็มีคำสั่งให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ มาปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี และให้ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รอง ผบ.ตร. เป็นผู้รักษาราชการแทน

สั่งสอบข้อหาหมิ่นกษัตริย์

ล่วงเข้าวันที่ 8 เมษายน 2551 นายสมัครลงนามในคำสั่งจากสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 71/2551 ตั้งกรรมการสอบสวน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เพิ่มเติมอีก 4 ข้อหา ประกอบด้วย

1.กรณีกล่าวหาว่ามีการทุจริตเงินงบประมาณที่ใช้ในการสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดในโครงการรับซื้อลำไยปี 2547

2.กรณีกล่าวหาว่ามีการทุจริตในการจัดซื้อรถจักรยานยนต์ตามโครงการจัดซื้อรถจักรยานยนต์สายตรวจขนาด 200 ซีซี จำนวน 19,147 คัน

3.กรณีกล่าวหาว่า รีสอร์ตภูไพรธารนํ้า ของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ที่ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ถมหินขนาดใหญ่ขนาดเล็ก ดิน กรวด ทราย จำนวนมากล่วงลํ้าเข้าไปในแม่นํ้าแควน้อย แล้วยึดถือครองที่ดินที่บุกรุกแม่นํ้าแควน้อย

และ 4.กรณีกล่าวหาว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส สั่งการให้กองบินตำรวจจัดอากาศยานชนิดเฮลิคอปเตอร์ที่ใช้สนับสนุนภารกิจ ผบ.ตร. เดินทางไปพักผ่อนและดูแลกิจการที่รีสอร์ตเป็นการส่วนตัวในวันหยุดราชการ

พร้อมทั้งลงนามในคำสั่งที่ 73/2551 ให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ออกจากราชการไว้ก่อน

และทำหนังสือนำความขึ้นกราบบังคมทูลโปรดเกล้าฯ

ถัดมาอีก 1 เดือน นายสมัคร ตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงกับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เพิ่มเติมอีก และให้แจ้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้พิจารณาดำเนินคดีกับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ข้อหาผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปีถึง 15 ปี

 

เปิดหลักฐาน กก. สอบวินัย

คําสั่งดำเนินคดีข้อหาหนักนี้ เป็นผลสืบเนื่องจากการสอบสวนของคณะกรรมการสอบวินัย พบข้อมูลว่าในอดีตที่ผ่านมา พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ มีการกระทำที่แสดงให้เห็นถึงความไม่เหมาะสม และมิบังควรต่อสถาบันพระมหากษัตริย์หลายเรื่อง

คณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงชี้ว่า น่าจะเชื่อมโยงกับการใช้ถ้อยคำ “ควายหรือเปล่า”

คณะกรรมการระบุผลการสอบพบว่า เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระประชวร และประทับรักษาพระองค์ที่โรงพยาบาลศิริราช ตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2550 ถึง 7 พฤศจิกายน 2550 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เดินทางไป ร.พ.ศิริราช แค่เพียงครั้งเดียว

และวันที่เสด็จพระราชดำเนินกลับ มีข้าราชการ พ่อค้า ประชาชนเฝ้าฯ ส่งเสด็จเป็นจำนวนมาก แต่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ไม่ได้มาร่วมส่งเสด็จ ทั้งๆ ที่ดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร. มีหน้าที่สำคัญในการถวายอารักขาความปลอดภัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2550 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ปฏิเสธที่จะร่วมงานพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนของทหารรักษาพระองค์ ทั้งที่เลขาธิการพระราชวังได้มีหนังสือแจ้งให้มาปฏิบัติหน้าที่ กอปรกับกองบัญชาการทหารสูงสุดก็มีหนังสือเชิญมาด้วยเช่นกัน

แต่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กลับเลือกไปงานแสดงความยินดีกับ นายบุญยงค์ กมลเลิศวรา สมาชิก “กลุ่มเพื่อนเสรี” ที่เปิดสถานบริการนวดเพื่อสุขภาพแห่งใหม่ และร่วมพิธีแต่งงานของบุคคลอื่น

กรรมการสอบสวนระบุในรายงานว่ามีหลายครั้งที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ แสดงความคิดเห็นต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ อย่างไม่สมควร มิบังควร

อาทิ ช่วงการให้โอวาทข้าราชการตำรวจจำนวนมากที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2551 โดยมีการบันทึกหลักฐานทั้งภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหวตลอดจนคำให้การของพยานบุคคล

นอกจากนี้เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2549 ยังได้กล่าวถ้อยคำบางประการ ขณะนั่งดูโทรทัศน์เสนอข่าวพระราชดำรัส ต่อหน้าบุคคลอื่น โดยมีพยานให้การยืนยัน

กระทั่งวันที่ 22 พฤษภาคม สำนักราชเลขาธิการส่งหนังสือตอบกลับมายังเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ว่าทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ พ้นจากตำแหน่ง ผบ.ตร.

และทั้งหมดนั้นคือเส้นทางก่อนถึงบทสรุปของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ อดีต ผบ.ตร.



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

E-DUANG | “ทางออก” อันเป็น “ทางเลือก” หาก อนุทิน ชาญวีรกูล อำลา
ควันหลงเยือนจีน… เพลงรักของไต้หวัน! ร้องเพลงหวานที่ปักกิ่ง กินยาขมที่กรุงเทพฯ
‘นี่ฉันไง ไม่ใช่ AI’
ดินแดง ราชปรารภ น้ำใจ ไมตรี ระหว่าง ผู้ชุมนุม ก่อนสละชีพ โดยกระสุนเข้ม
นพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ ชี้ทางสกัดโศกนาฏกรรมในรั้วโรงเรียน ‘ถ้าลิดกิ่งก้าน โดยไม่ปรับปรุงลำต้น เดี๋ยวปัญหาอื่นก็ปรากฏ’
ถ้าสังคมมันเปลี่ยนยาก แล้วโจทย์ต่อไปคืออะไร? ถามก่อนจะปลง
ความหวัง ‘ลงทุน’ ไทย พลิกชะตา ศก.หวังโต 3%
เช็กฐานที่มั่น ตท.26 ‘บิ๊กปู’ กุมบังเหียน ทบ.-ทร. แอนตี้ นโยบาย 2 ปีอัพ สโลว์ดาวน์ ‘ทัพภาค 1’ จับตา พลัง ตท.28
สพป.ชัยนาท แสดงพลังจิตอาสาฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย สานต่อแนวคิด “เขาขยาย เขาทะเลทราย สู่เขาสวรรค์”
สถานีคิดเลขที่12 โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร เสียงหลัง”กำแพง”
E-DUANG | ภาพลักษณ์ ปฏิมา การเมือง ของ ทิม พิธา และ “น้องก้อย”
ขุมทรัพย์จากป่าสู่สูตรยาพลิกโลก ephedrine (1)