bg-single

ความยุติธรรมที่ต้องรอ 17 ปี ย้อนคดีโรงงานลำไยระเบิด จ.เชียงใหม่ มีสารเคมียุทธภัณฑ์กว่า 4,000ตัน

31.07.2023

เกิดคำถามตามมาอย่างมาก…ภายหลังกัมปนาทแห่งระเบิดที่โรงงานอบลำไย ในพื้นที่ 11 ไร่ ของบริษัทหงไทยเกษตรพัฒนาจำกัด บ้านหนองแท่น ต.บ้านกลาง อ.สันบ่าตอง จ.เชียงใหม่ เมื่อเวลา 10.30 น. ของวันอาทิตย์ที่ 19 กันยายน 2542

สรุปแล้วมีผู้เสียชีวิต 45 คน บาดเจ็บกว่าร้อยคน บ้านเรือนของประชาชนในรัศมี 1 กิโลเมตรจากโรงงานได้รับความเสียหายมากกว่า 500 หลังคาเรือน ทั้งกระจกหน้าต่าง บานเกล็ด หลังคาแตกกระจาย โครงเหล็กของโรงงานปลิวมาทับบ้านเรือนโดยรอบ รวมทั้งอาคารของโรงพยาบาลสันป่าตองเกิดยุบตัวลงเล็กน้อยจากแรงระเบิดดังกล่าว ประมาณมูลค่าความเสียหายกว่า 500 ล้านบาท

กล่าวเฉพาะตัวโรงงานอบลำไยอันเป็นแหล่งที่มาแห่งระเบิด ภาพที่ปรากฏไม่เหลืออะไร นอกจากชากปรักหักพัง อย่างชนิดที่เรียกว่าราบเป็นหน้ากลอง

 

พลันที่เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่า จุดระเบิดคือห้องผสมสารโพแทสเซียมคลอเรต ซึ่งเจ้าของโรงงานสะสมไว้ไม่ต่ำกว่า 4,000 ตัน

คำถามที่เสนอเข้ามาก็คือ ทั้งๆ ที่เป็นสารเคมีซึ่งถือว่าเป็นยุทธภัณฑ์เหตุใดจึงปล่อยให้เก็บกักตุนไว้เป็นจำนวนมากถึงขนาดนี้

และในที่สุดแล้วใครคือผู้รับผิดชอบต่อโศกนาฏกรรมครั้งนี้อย่างแท้จริง

ในความรับรู้ของประชาชน ผู้ว่าราชการจังหวัด คือผู้ที่จะต้องรับผิดชอบในฐานะเป็นผู้บริหารสูงสุดของจังหวัด

แต่ในความเป็นจริงก็คือ ผู้ว่าราชการจังหวัดไม่รู้อะไรเลย

และในความเป็นจริง การละสมสารเคมีซึ่งถือว่าเป็นยุทธภัณฑ์จำนวนมากมายเช่นนี้ไม่น่าจะดำเนินไปอย่างปล่อยปละละเลยเช่นนี้ ไม่เพียงแต่จะสะสมเอาไว้มากมายถึงกว่า 4,000 ตัน หากระบบรักษาความปลยดภัยก็แทบไม่มีหลักประกันอะไร

ทุกอย่างดำเนินไปในแบบยถากรรม และหากไม่เกิดโศกนาฎกรรมขึ้น ก็ไม่มีโอกาสได้รับรู้ในความบกพร่องหละหลวม

ภาพจาก https://voicelabour.org

ยิ่งกว่านั้น เมื่อเกิดระเบิดขึ้น นายลี หงเตี่ยน เจ้าของบริษัทหงไทยเกษตรพัฒนาจำกัด ตัวจริงก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

ราษฎรชาวบ้านที่อาศัยอยู่โดยรอบโรงงานแทบไม่มีหลักประกันอะไรเลยเลย ทั้งๆ ที่บริษัทแห่งนี้พิ่งเข้าไปจัดตั้งโรงงานอบลำไยเมื่อดือนพฤษภาคม 2542 แต่ก็สามารถสะสมสารโพแทสเซียมคลอเรตซึ่งเป็นวัตถุระเบิดได้เป็นจำนวนมากถึง 4,000 ตัน ด้วยเวลาอันรวดเร็ว

เป็นการสะสมโดยที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เคยได้ระแคะระคายมาก่อนเลยทั้งๆ ที่ถือกันว่าเป็นสารเคมีซึ่งเป็นยุทธภัณฑ์

เป็นยุทธภัณฑ์ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตจากทางทหารและอยู่ในความควบคุมอย่างใกล้ชิด

น่าเศร้าเป็นอย่างยิ่งที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งระดับท้งถิ่นและระดับจังหวัดไม่ได้รับรู้ในข้อมูลเหล่านี้เลย

คำถามก็คือเจ้าหน้าที่อื่นๆ เคยได้รับรู้ข้อมูลมาก่อนหรือไม่

สำหรับความคืบหน้าทางคดี ภายหลังเจ้าหน้าที่ออกหมายเรียกผู้เกี่ยวของกับเหตุระเบิดของสารโพแทสเซียมคลอเรตในโรงงานลำไยของบริษัทหงไทยเกษตรพัฒนานั้น

ภาพจาก https://voicelabour.org

วันที่ 1 ต.ค. 2542 นายเทิดพันธ์ นันทโรจนศิริ กก.บห.บริษัทหงไทยเกษตรพัฒนา จำกัด เดินทางเข้ามอบตัว ที่สภ.อ.สันป่าตอง

เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบ 5 ข้อกล่าวหา คือ

  1. ร่วมกันกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ตวามตาย และบาดเจ็บสาหัส

2. เป็นนายจ้างมีลูกจ้างเกินกว่า 10 คน ไม่แจ้งต่อเจ้าหน้าที่กองทุนทดแทนและกองทุนประกันสังคม

3. เก็บสารโพแทสเซียมคลอเรตไว้ในสถานที่ที่ไม่ได้รับอนุญาดให้เก็บ

4. กระทำผิดตามประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 103 ลงวันที่ 16 มี.ค.15 คือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการในการเก็บรักษาสารเคมี

และ 5.จัดตั้งโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่นายเทิดพันธ์ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

 

นายเทิดพันธ์ กล่าวว่า ตนเป็นเพียง 1 ในหุ้นส่วนของบริษัท โดยอยู่ในฐานะกรรมการบริหารในนามเท่านั้น

เพราะตนเปิดบริษัททำกล่องกระดาษมาตั้งแต่ปี 2531 รู้จักกับนายลี หงเตี่ยน เพราะนายลี เคยทำทุเรียนส่งนอก และมาซื้อกล่องจากบริษัท ตนเข้าไปเกี่ยวข้องในช่วงแรกๆ ที่เปิดบริษัท เนื่องจากนายลี พูดภาษาไทยไม่เก่ง แต่ระยะหลังนายลีสื่อภาษาไทยได้ ตนก็ไม่ยุ่ง

นายลีบอกว่า หากจะขายกล่องก็ต้องช่วยเขาเรื่องเอกสาร ส่วนนายปธาน ตรีฉัตร์ ผจก.บริษัทหงไทยเกษตรพัฒนา ก็ดูแลเรื่องสวนอย่างเดียว และมีหุ้นเพียง 5% ซึ่งไม่ได้ลงเงินเหมือนตน

ส่วนตนลงไป 32% ก็เป็นหุ้นธรรมดา ไม่ได้ลงเงิน เงินเดือนก็ไม่ได้รับ

นายเทิดพงษ์ กล่าวด้วยว่า ตนได้รวบรวมหลักทรัพย์เป็นโฉนดที่ดินที่อ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ มูลค่าประเมิน 1,400,000 บาท และโฉนดที่กทม. ราคาประมาณ 1 ล้านบาท มาประกันตัว

ต่อมา ที่สภ.อ.สันกำแพง จ.เชีองใหม่ นายจงวุฒิ ชินวัตร ผู้ต้องหาร่วมกันมีสารยุทธภัณฑ์ ไว้ในครอบครองโดยไม่ใด้รับอนุญาด ที่เจ้าหน้าที่ออกหมายจับไปแล้ว ได้เดินทางเข้ามอบตัวพร้อมทนายส่วนตัว

โดย นายจงวุฒิ ได้นำหลักทรัพย์เข้ามาประกันตัวในวงเงิน 5 แสนบาท และให้การปฏิเสธว่าสารดังกล่าวไม่ไช่ของนายตัวเอง โดยนายจงวุฒิให้การว่าเป็นของนายประจิตค์ ชินวัตร พี่ชาย

ส่วนนายจงวุฒิ เป็นเพียงเจ้าของบ้านเท่านั้น ที่ดินดังกล่าวก็ไม่ใช่ของนายจงวุฒิ เจ้าหน้าที่จึงให้ประกันตัวออกไป

กระทั่งวันที่ 27 พฤษภาคม 2559 ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 15 ศาลจังหวัดเชียงใหม่ นายชมเชษบ์ จรัสกร ผู้พิพากษานั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาตัดสินคดีอาญา หมายเลขคดีดำที่ 5822/2542 เหตุโรงงานอบลำไยระเบิด ที่อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อปี 2542 หรือ 17 ปีที่ผ่านมา

โดยพนักงานอัยการพร้อมครอบครัวผู้เสียชีวิต 25 ราย เป็นโจทก์ร่วมฟ้องบริษัท หงไทยเกษตรพัฒนา จำกัด เจ้าของโรงงานที่เกิดเหตุ เป็นจำเลยที่ 1 พร้อมจำเลยที่ 2 นายประธาน ตรีฉัตร ผู้จัดการ จำเลยที่ 3 นายเชิดพันธ์ ฉันทะโรจน์ศิริ ประธานกรรมการบริหารบริษัทฯ และจำเลยที่ 4 นายลี หง เหวิน หุ้นส่วนชาวไต้หวันซึ่งหลบหนีไปแล้วหลังเกิดเหตุ

ศาลพิพากษาสั่งลงโทษจำเลยที่ 1 บริษัท หงไทยเกษตรพัฒนา จำกัด ปรับเป็นเงิน 60,000 บาท จำเลยที่ 2 นายประธาน ตรีฉัตร ผู้จัดการฯ จำคุก 6 ปี 10 เดือน 20 วัน จำเลยที่ 3 นายเชิดพันธ์ ฉันทะโรจน์ศิริ ประธานกรรมการบริหารบริษัทฯ จำคุก 10 ปี 2 เดือน และจำเลยที่ 4 นายลี หง เหวิน หุ้นส่วนชาวไต้หวัน จำคุก 10 ปี แต่จำเลยที่ 3 และ 4 หลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษาจึงออกหมายจับ

ทั้งนี้ มีเพียงนายปธาน ตรีฉัตร ผู้จัดการฯ ซึ่งตกเป็นจำเลยที่ 2 เดินทางมาฟังคำพิพากษา จึงถูกเจ้าหน้าที่ใส่กุญแจมือและคุมตัวเพื่อดำเนินคดีตามคำสั่งศาลในทันที

น.ส.รัชนี นิลจันทร์ ผู้ประสานงานกรณีโรงงานลำไยระเบิด เปิดเผยว่า รู้สึกพอใจในคำตัดสินวันนี้ เพราะชาวบ้านต่อสู้มาอย่างยาวนานมาก ยาวจนคนทั่วไปคิดว่าคดีนี้จบไปแล้วด้วยซ้ำ จากคำพิพากษาศาลฎีกายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ตัดสินว่า จำเลยมีความผิดฐานประมาททำให้ผู้อื่นเสียชีวิตจริง ทั้งนายจ้างชาวไต้หวันและคนไทย แสดงให้เห็นว่ากระบวนการยุติธรรมพึ่งได้ จากนี้ไปก็จะนำคำพิพากษาไปยื่นเพื่อดำเนินการเรียกร้องคดีทางแพ่ง เพื่อชดใช้และเยียวยาชาวบ้านที่สูญเสียต่อไป

นายสุมิตรชัย หัตถสาร หรือ ทนายแย้ กล่าวว่า จะนำคำพิพากษาศาลฎีกาไปแถลงให้ศาลทราบ เพื่อดำเนินการในส่วนของคดีแพ่งภายใน 1-2 เดือนนี้ และคดีนี้คงยุติได้โดยเร็ว จากความเสียหายที่เรียกร้องไป 206 ล้าน จากผู้เสียหาย 400 กว่าราย

อย่างไรก็ตาม ในวันนี้มีครอบครัวและญาติของผู้เสียชีวิตเดินทางมารอฟังการอ่านคำพิพากษาตามนัด ต่างแสดงความยินดีที่คดีอาญาจบลงแล้ว แม้บางรายจะระบุว่า จำเลยถูกจำคุกน้อยเกินไปกับความสูญเสียของครอบครัว เช่นลุงวรรณ ตาจุมปา บอกว่า ไม่เจอแม้แต่ศพลูก ได้รับเพียงโลงเปล่าๆ ไปบำเพ็ญกุศล เป็นความเจ็บปวดแสนสาหัสของคนจน จากนี้ไปก็รอว่าจะได้รับการเยียวยาจากคดีแพ่ง

วันที่ 24 ตุลาคม 2562 ตัวแทนกลุ่มผู้ประสบภัยจากโรงงานลำไยระเบิดที่อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ ปี 2542 ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) กรณีไม่ได้รับการชดเชยค่าเสียหายและการเยียวยาความเดือดร้อนจากเหตุระเบิดของโรงงานลำไย ในพื้นที่อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อเดือนกันยายน 2542 โดยมูลค่าความเสียหายนั้นรวมกว่า 200 ล้านบาท

 



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ
To the Scorching Sun ศิลปะแห่งความร้อนระอุ ที่แผดเผาชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน โดย ยิ่งยศ เย็นอาคาร
พระแม่โพสพ และนิทานเกี่ยวกับผีแม่ข้าวในอุษาคเนย์
‘ทิชชู่เปียก’ อันตราย! ทำร้ายโลก!
เมื่อโลกเปลี่ยน และวอชิงตันต้องปรับตัว
MoU & UNCLOS สงครามการทูตในทะเล
พฤษภาเลือด สไนเปอร์ ‘กระสุนจริง’ จากตึกสูง
E-DUANG | ฐานที่มา แห่ง ระบอบ”อากง” โจทย์ ในมือ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
แกะรอย ประวัติศาสตร์แห่ง ‘อาทิตย์ 3 ดวง’ หรือ ‘Sundogs’ (2)
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 3) เรื่อง ปัญหาบางประการในความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา | สุรชาติ บำรุงสุข
ธำรงศักดิ์โพล เปิดผลสำรวจ ร้อยละ 62.18 ชี้ควรมีการเลือกตั้งผู้ว่าจังหวัดทุกจังหวัดได้แล้ว
“เผ่าภูมิ” ยินดี คลังสานต่อ “Negative Income Tax” ยุคเพื่อไทย พุ่งเป้าช่วยคนจน เสนอเกณฑ์รายได้ต่ำกว่า 6 หมื่น/ปี รับสูงสุด 12,000 บาท/ปี