bg-single

เปิดประวัติ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล จากเซลล์บริษัทน้ำมัน สู่ ผบ.ตร. คนที่ 14

20.03.2024

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล หรือ “บิ๊กต่อ” เกิด 27 มกราคม 2507 เป็นน้องชาย พล.อ.อ.สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ปฏิบัติภารกิจสำคัญในฐานะราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

จบมัธยมโรงเรียนโยธินบูรณะ รัฐศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สิงห์แดงรุ่น 38 ปริญญาโท ศิลปศาสตรมหาบัณทิต จากมหาวิทยาลัยศรีปทุม

สำหรับเส้นทางการดำรงตำแหน่งในอดีต
1 ตุลาคม พ.ศ. 2561 – ผู้บังคับการกองบังคับการถวายปลอดภัยและปฏิบัติการพิเศษ (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น กองบังคับการตำรวจมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ 904 และ กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ ตามลำดับ)
1 ตุลาคม พ.ศ. 2562 – รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง
1 ตุลาคม พ.ศ. 2563 – ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง
1 ตุลาคม พ.ศ. 2564 – ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
1 ตุลาคม พ.ศ. 2565 – รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

มีผลงานการพัฒนาบุคลากร จัดฝึกอบรม “แอคทีฟ ชูตเตอร์” ให้ความรู้ตำรวจทั้งสายงานปราบปราม-หน่วยปฏิบัติการพิเศษเกี่ยวกับการเข้าระงับเหตุ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถรับมือเหตุเฉพาะหน้า โดยเฉพาะเหตุกราดยิง ควบคู่กับการต่อยอดความรู้ไปยังสถานศึกษา

ผู้จุดประกายนำ “ปืนช็อตไฟฟ้า” ลดความสูญเสียของผู้ปฏิบัติ กระทั่งการได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าคณะทำงานแก้ปัญหาปืนหลวง ปัดฝุ่นระเบียบปืนสวัสดิการ นำคิวอาร์โค้ดมาใช้ตรวจสอบและติดตามแก้ปัญหาลอบนำปืนหลวงออกไปขาย

ได้รับฉายา “มือปราบสายธรรมะ” และ “โรโบคอปสายบุญ”

“มติชนออนไลน์” เคยสัมภาษณ์พิเศษเมื่อปี 2561 ถึงด้านหนึ่งของชีวิต พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ที่สะท้อนถึง ฉายามือปราบสายธรรมะ

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์  เล่าว่า อยากเป็นตำรวจตั้งแต่เด็ก ผ่านโรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน บ่อยๆ เห็นพี่ ๆ ใส่เครื่องแบบตำรวจ อยากจะเป็นแบบเขาบ้าง แต่ชีวิตพลิกผันเข้าเรียนมหาวิทยาลัย ไม่ได้เข้าโรงเรียนเหล่า

เป็นหนุ่มสิงห์แดง รุ่นที่ 38 จบจากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เรียนจบออกมาชีวิตยิ่งออกห่างโลกของตำรวจ เข้าทำงานเป็นเซลล์ ในบริษัทน้ำมันคาลเท็กซ์ เงินเดือนตอนนั้นมากกว่าเงินเดือนข้าราชการตำรวจเท่าตัว มีรถยนต์ใช้ไปทำงาน

“จุดเริ่มต้นการทำงานตอนนั้นได้เรียนรู้การให้บริการ ความรู้ในเรื่องของ Products Knowledge (ความรู้ของนักขายเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์) การอ่อนน้อมต่อผู้อื่น ทำงานที่บริษัทได้ประมาณ 7 ปี 6 เดือน ขณะนั้นได้เงินเดือนประมาณ 80,000 บาท รวมทุกอย่างเกือบ 100,000 บาท แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สาระสำคัญ เพราะใจของเราอยากเป็นตำรวจตั้งแต่ยังเด็ก ภาพพี่ๆ ตำรวจในโรงเรียนนายร้อย สวมเครื่องแบบเป็นภาพที่ฝังใจเรา จึงลาออกมาสานฝันให้สำเร็จ”

“ด้วยวาสนาและความประจวบเหมาะ มีการเปิดสอบตำรวจสายสอบสวน เราก็สอบติด จึงได้เข้าอบรมหลักสูตรการฝึกอบรมผู้มีคุณวุฒิทางด้านนิติศาสตร์รัฐศาสตร์ และรัฐประศาสนศาสตร์ เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร สายสอบสวน (กอต. )รุ่นที่ 4 จนได้สวมเครื่องแบบตำรวจอย่างที่ตั้งใจไว้ เมื่อศึกษาจบก็ได้เข้ารับตำแหน่งที่ตำรวจ 191 ในปี 2540 อยู่หน่วย 191 ปีกว่า ในปี 2543 ก็เข้าโรงเรียนสอบสวน เรียนจบสอบได้ที่ 3

กติกาคือเขาคัดเลือกคนที่ได้ที่ 1-2 มาอยู่กองปราบ แต่คนที่ได้ที่ 1 อยู่กองปราบอยู่แล้ว ส่วนที่ 2 ท่านเป็นครู เราจึงได้ย้ายอยู่ในสังกัดกองปราบปราม เป็นห้วหน้าชุดสืบ อยู่งานแผนก 3 กอง 2 รถวิทยุ อยู่ในสังกัดนี้มาประมาณ 18 ปี ออกไปเป็นสารวัตรที่ตำรวจท่องเที่ยวแค่ 1 ปี อยู่สถานี 3 กองกำกับการ 1 ดูแลรถวิทยุฝั่งธน แต่สุดท้ายก็ได้กลับมาเป็น ผบ.ร้อย 3 ที่คอมมานโดคุมภาคเหนือ”

“ผมเป็นสารวัตร 7 ปี ก็เริ่มถวายงานรักษาความปลอดภัยเป็นต้นมา จากนั้นขึ้นรองผู้กำกับการปฏิบัติการพิเศษ 2 ปี และรักษาการผู้กำกับการอีก 2 ปี จนกระทั่งครบ 4 ปี ก็ขึ้น ผกก.ปพ. และสุดท้ายก็ได้รับความไว้วางใจให้รับตำแหน่งรองผบก.ป.” รองต่อเล่าถึงเส้นทางชีวิตจากเซลล์หนุ่มสู่นายตำรวจใหญ่

“หากเราเป็นผู้นำที่ดีก็จะทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาซึมซาบพฤติกรรมนั้น นอกจากนี้ก็ยังทำให้ประชาชนเห็นถึงแง่มุมที่ดีของตำรวจ เสียงตำรวจเสียงเดียวมันไม่ดัง แต่เสียงของพี่น้องประชาชนดังเสมอ”

“ตำรวจก็เหมือนผ้าขาว ผ้าดี ในหน้าหนาวก็สามารถเป็นผ้าห่มที่อบอุ่นให้ประชาชนได้ หน้าร้อนก็เหมือนผ้าแพร กันแดดกันฝนให้กับประชาชนได้ แต่มันดันมีจุดหมึกที่มันเปื้อนเพียงแค่จุดเดียว แต่คนก็โฟกัสเพียงแค่จุดหมึกนั้นว่าแล้วก็บอกว่า ผ้านั้นมันสกปรกแต่ทำไมเราไม่มองผ้าทั้งผืนล่ะว่าผ้านั้นมันสามารถทำอะไรได้บ้าง ซึ่งมันไม่ยุติธรรม แต่การที่จะทำให้จุดหมึกนั้นมันจางลง เราก็ต้องใส่ไฮเตอร์ เข้าไป ซึ่งเปรียบเสมือนในชีวิตจริงของคนเรานั้นคือการปฏิบัติธรรม” พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ เปรียบเปรย

และบอกว่า เสร็จจากภารกิจหรือยามว่างก็จะต้องปฏิบัติธรรม ไม่ใช่แค่ตนเอง ทีมงานน้องๆ จะต้องบวชอย่างน้อย 2 เดือน เพื่อสร้างเสริมให้มีใจใฝ่ธรรมะยิ่งขึ้น

“ทุกความสำเร็จนั้นไม่ใช่เพราะเราเป็นคนทำทั้งหมด แต่เพราะองค์กรมันขับเคลื่อน ระบบการทำงานของตำรวจก็เหมือนเข็มนาฬิกา มีเข็มนาที เข็มวินาที ชั้นประทวนคือเฟือง ดังนั้นจึงสอนลูกน้องทุกคนว่าให้ดูลงไปถึงข้างล่าง เอาใจเขามาใส่ใจเราให้มาก”

พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ ถ่ายทอดแนวคิด แนวทำ แนวทาง สะท้อนให้เห็น เหตุและผลที่ทำให้วันนี้ นายตำรวจชื่อ “ต่อศักดิ์ สุขวิมล” ถูกพูดถึงและน่าจับตามากที่สุดคนหนึ่ง



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ G2, M7 และโลกที่เหลือ (1)
‘จอห์น เทอร์นัส’ ซีอีโอคนใหม่ Apple ในรอบ 15 ปี
จาก ‘เนเน่’ ถึง ‘วอลเลย์บอลหญิงไทย’ ‘Geopolitics’ มุมกลับ | ปราปต์ บุนปาน
“เอกนัฏ” ลุยจัดระเบียบ Data Center ปูพรมตรวจทั่ว กทม. พบถังน้ำมันกว่า 1.5 แสนลิตรไร้ใบอนุญาต สั่งดำเนินคดี
สน.วังทองหลาง เปิดปฏิบัติการลุยตรวจสอบสถานบริการ-สถานประกอบการ กลุ่มเสี่ยง 5 ร้าน โซนซอยมหาดไทย
ไทยสร้างไทย จี้รัฐบาลแก้ปัญหา กยศ. ถังแตก หากไม่เร่งแก้ไข จะตัดโอกาสเยาวชนอีกหลายหมื่นคน
กมธ.สาธารณสุข จี้ รมว.สธ.เร่งตรวจเชิงรุก กรณีพ่อแม่ทิพย์ เสนอบังคับตรวจดีเอ็นเอ​
อนุ กมธ. อุตสาหกรรมฯ จี้คุมเข้ม “แพลนต์ปูน” กลางชุมชน จ่อลุยตรวจแบบไม่แจ้งล่วงหน้าหลังชาวบ้านร้องฝุ่นพิษ-น้ำปูนทะลัก
E-DUANG | พัฒนาการ ในทาง ความคิด เหมือนจะ”จบ” กลับ”ไม่จบ”
วีระยุทธ จี้บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์แก้ 4 ปัญหาใหญ่ ชี้ต้องกล้าคุมเข้มย้อนหลัง-อุดช่องโหว่กฎหมาย-เลือกส่งเสริมแบบมีเป้าหมาย-อย่าช่วยแต่เจ้าของนิคมกับผู้รับเหมา
อดีต รมว.คลัง ค้านเก็บเล็กเก็บน้อย ค่าเหยียบแผ่นดิน 450 บาท จนเสียรายได้ก้อนใหญ่
สิทธิที่จะนั่ง