โลกทรรศน์ | อุกฤษฏ์ ปัทมานันท์
ทรัมป์กับการเมืองโลกปี 2025
ถ้าการเมืองปี 2025 ถูกครอบงำโดยโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ยัดเยียดมุมมองของเขาต่อโลก ปี 2026 จะเผยให้เห็นว่า รัฐบาลต่างๆ ทำตามที่เขาได้นำหรือเริ่มต่อต้านกลับ
ในบรรดาที่กดดันที่สุด และดื้อรั้นซึ่งมีส่วนใกล้กับผลประโยชน์ส่วนบุคคลคือ ยุติสงครามรัสเซียต่อยูเครน 4 ปี ตั้งแต่ประธานาธิบดีปูตินทำการรุกราน ความพยายามที่สหรัฐทำคือ ยุติความเป็นศัตรู ดูเหมือนบางอย่างจบเกมนี้ มีการหยุดยิง แต่มีประเด็นที่รอคอยยังมีอยู่ สันติภาพไม่สามารถถูกกำหนดได้
เรื่องนี้ทรัมป์จะเหนื่อยมากและเดินหนีอีก พยายามบังคับหยุดยิงแบบพวกก้าวร้าวหรืออนุญาตให้รัสเซียคุกคามยุโรปทั้งหมด
อีกจุดร้อนโลกอยู่ที่เวเนซุเอลา ซึ่งความตั้งใจจริงของแรงกดดันทางทหารสหรัฐทำตรงไปที่ระบอบมาดูโร (Maduro regime) ที่ถูกเปิดเผยออกมาก่อนหน้านั้นมียาวนานแล้ว และกับรัสเซีย นโยบายต่อเวเนซุเอลาเสนอเครื่องวัดจริงจังอย่างไรว่า ทรัมป์กำลังพยายามเพื่อประสบความสำเร็จ
โลกในอาณาเขตแห่งอิทธิพล สหรัฐออกแบบกรีนแลนด์ (Greenland) เสียใหม่ คือ พื้นที่ทดสอบอีกแห่งหนึ่งว่า ทรัมป์กำลังครอบงำอย่างไรต่อซีกโลกตะวันตก
นี่คือ ทรัมป์กับการเมืองโลกในปี 2025 แล้วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คาดหวังอะไรจากทรัมป์ในปี 2026
ทรัมป์กับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
มีบันทึกว่าทรัมป์ชนะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปี 2025 แต่ความสงสัยต่างๆ ยังคงมีต่อภูมิภาค การใช้ภาษีการค้า (Tarif) เครื่องหมายการค้า (Trade mark) ยังคาดการณ์ไม่ได้
ช่วงปีแรกของการเป็นประธานาธิบดีของทรัมป์ มีทั้งขึ้นสูงและตกต่ำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อิงจากประวัตินี้ อะไรที่ภูมิภาคควรคาดหวังจากทรัมป์ในปี 2026?
ประการแรก ทรัมป์เข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนตุลาคมที่ผ่านมาที่มาเลเซีย ซึ่งโดดเด่นและสร้างความประหลาดใจ ทรัมป์เกี่ยวข้องโดยตรงการจัดการหยุดยิงระหว่างกัมพูชากับไทย ทรัมป์เป็นประธานการฉลองการลงนามสันติภาพที่กัวลาลัมเปอร์
ประการที่สอง รัฐบาลทรัมป์ยังเพิ่มความแข็งแกร่งด้านการป้องกันประเทศและความผูกพันด้านความมั่นคงกับบรรดาพันธมิตร ได้แก่ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม รัฐบาลทรัมป์ปรับปรุงแม้กับกัมพูชาซึ่งมีประวัติด้านการละเมิดสิทธิมนุษยชน ด้านเศรษฐกิจ วอชิงตันลงนามข้อตกลงแร่สำคัญ (Rare Earth) กับกัมพูชา มาเลเซีย และไทย และตกลงเจรจาลดภาษีการค้ากับ 3 ประเทศนี้และกับเวียดนาม อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จเหล่านี้ชดเชยอย่างสำคัญด้วยเงาความไม่นิยมต่อทรัมป์เรื่องการใช้ภาษีการค้าทั่วภูมิภาค กว้างกว่านั้นคือ เครื่องหมายการค้าของทรัมป์คาดการณ์ไม่ได้ และ transactionalism หรือ ลัทธิกระทำข้ามฝ่ายข้ามประเด็น ได้เร่งแพร่กระจายความสับสนและความไม่ไว้วางใจที่เติบโตขึ้นต่อความตั้งใจของสหรัฐ
ความกังวลเหล่านี้เป็นแรงกดดันบังคับให้ทรัมป์ออก the NEW National Security Strategy-NSS ซึ่งอ้างอิงอย่างขาดแคลนต่อเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
และวางกรอบภูมิภาคอย่างกว้างคือ เป็นเครื่องยนต์อันหนึ่งให้ได้เป้าหมายทางเศรษฐกิจของอเมริกัน
ถ้าปี 2026 เป็นกระจกส่องปี 2025
เราจะพบว่า ความเสี่ยงของรัฐบาลสหรัฐยังคงขาดความเป็นแนวทางที่ดีที่สุด หรือเร่งความถดถอยอิทธิพลสหรัฐให้แย่ที่สุด นี่จะดำเนินต่อไป และเปิดทางให้จีน ทรัมป์อาจเข้าประชุมสุดยอดอาเซียนที่ฟิลิปปินส์เป็นเจ้าภาพปี 2026 แต่นี่ยังห่างไกลจากการยืนยัน ตัวแปรสำคัญคือ แรงจูงใจบุคคล
ก่อนการประชุมสุดยอดอาเซียนปี 2025 มีรายงานว่า ทรัมป์ข่มขู่ยกเลิกเข้าร่วมประชุม แม้ว่าเขาอนุญาตให้เป็นประธานพิธีฉลองลงนามสันติภาพไทย-กัมพูชา ซึ่งเขาเห็นแล้ว เร่งแนวโน้มรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพของเขา
ความสัมพันธ์สหรัฐ-จีนยังสำคัญด้วย ทรัมป์ผ่อนคลายความตึงเครียดกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน และมีแผนเยือนปักกิ่ง เมษายน 2026 ทรัมป์อาจเลี่ยง หนุนผลักดันมะนิลามีแนวทางแข็งกร้าวต่อจีนในปัญหาทะเลจีนใต้
นอกเหนือเรื่องอาเซียน
มีกรอบพหุภาคีที่เกี่ยวข้องกับการมีส่วนร่วมของสหรัฐยังคงอยู่ในปี 2025 ได้แก่ QUAD ที่มีการเสนอชัดเจนใน NSS ใหม่ของสหรัฐคือ วิธีการป้องกันการครอบงำภูมิภาคโดยมหาอำนาจเดียว อย่างไรก็ตาม ทรัมป์หลบหนีแผนประชุมสุดยอด QUAD ที่อินเดียเป็นเจ้าภาพ ก่อความสงสัยต่างๆ เกี่ยวกับเส้นโคจรของ QUAD
ทรัมป์ยืนยันด้วยว่ารัฐบาลเขาสนับสนุนไตรภาคี AUKUS-Australia-UK-US
ในระดับทวิภาคี ดังนั้น ทรัมป์จึงรักษาความผูกพันอย่างจริงใจที่สุดกับประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ Ferdinand Marcos Jr. 1 ใน 2 พันธมิตรสนธิสัญญา (Treaty) ในภูมิภาค ประธานาธิบดีมาร์กอสเยือนทำเนียบขาวกรกฎาคม 2025 มีการประชุมและประสบความสำเร็จดูจากการขึ้นภาษีการค้าฟิลิปปินส์ส่งออกไปสหรัฐจาก 17% เป็น 19% รัฐมนตรีกระทรวงสงคราม Pete Hegseth ประกาศตั้ง Task Force Philippines เพื่อความเข้มแข็งและความร่วมมือความมั่นคงทางทะเลท่ามกลางการต่อต้านจีน
อย่างไรก็ตาม ยังคงมีคำถามต่างๆ การป้องกันฟิลิปปินส์สูงอย่างไรภายใต้สนธิสัญญาป้องกันร่วม เมื่อถูกจัดอันดับโดยทรัมป์ ความพยายามของทรัมป์ปรับปรุงความสัมพันธ์กับสี จิ้นผิง พยายามเลี่ยงความขัดแย้ง รวมทั้งความขัดแย้งต่างๆ ใน NSS ใหม่ที่เน้น ‘นิยาม’ อาณาบริเวณอิทธิพลจีน
เวียดนาม
ความสัมพันธ์ทรัมป์กับเวียดนามไม่สม่ำเสมอมากกว่า รัฐมนตรี Hegseth เยือนฮานอยพฤศจิกายนที่ผ่านมา เวียดนามทำข้อตกลงใหม่ มีประเด็น มรดกสงครามที่อ่อนไหว มีการนับจำนวนคนสูญหาย เวียดนามเผชิญภาษีการค้าสูงต่อไป รวมทั้งหมด 20% ค่าปรับ transshipment 40% นี่อาจเพราะเวียดนามล้อมรอบด้วยความผูกพันลึกกับจีนและกระจายพันธมิตร ผลคือ ความผูกพันของวอชิงตันกับฮานอยอาจเป็นประเด็นเสื่อมถอยต่อไปและถดถอยความไว้วางใจ
อินโดนีเซีย
ด้านเศรษฐกิจอินโดนีเซียใกล้ชิดกว่าความร่วมมือด้านความมั่นคง โดยเฉพาะแร่สำคัญและการพัฒนาการป้องกันประเทศ รวมทั้งการขาย F-15 ให้อินโดนีเซีย แต่การค้ามีปัญหา สหรัฐกล่าวหาว่า อินโดนีเซียกลับคำ
มาเลเซีย
ในขณะที่ทรัมป์สร้างความประหลาดใจต่อมาเลเซีย แม้ว่านายกรัฐมนตรีอันวาร์ออกเสียงสนับสนุนกลุ่ม Hamas ในความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ทรัมป์เป็นประธานการฉลองการลงนามสันติภาพไทย-กัมพูชาที่มาเลเซีย และภาษีการค้าสหรัฐยังสูงคือ 19%
กัมพูชา
บางทีจุดที่สว่างที่สุดของนโยบายเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของทรัมป์คือ กัมพูชา ทรัมป์รื้อฟื้นการซ้อมรบรหัส Angkor ลุล่วงถึงอนุญาตให้กองทัพเรือสหรัฐเยือนฐานทัพเรือเรียม (Ream) ยังคงทำเรื่องแร่สำคัญ (Rare Earth)
ทรัมป์เป็นโบรกเกอร์ดีลสันติภาพไทย-กัมพูชา แต่การปะทะใหม่ระหว่างไทยกับกัมพูชาและการคุกคามของภาษีการค้าต่อไทยก่อความเสี่ยงเป็นการฝ่าฝืนสันติภาพกับกัมพูชาได้
เมียนมา
มีรายงานเรื่องผลประโยชน์ของทรัมป์คือ แร่สำคัญในเมียนมา ซึ่งเมียนมามีแหล่งแร่สำคัญมากเป็นอันดับ 3 ของโลก แม้มีสงครามกลางเมืองต่อไป มีข้อกล่าวหาต่อสหรัฐเรื่องสหรัฐหนุน Kachin Independence Army สหรัฐมีส่วนร่วมกับ พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง ลาย ซึ่งถูกแซงก์ชั่นด้านการค้า การผ่อนคลายความสัมพันธ์กับเมียนมายังมีข้อจำกัด
สิงคโปร์
ทรัมป์ยกระดับสิงคโปร์ ให้อยู่ข้างพันธมิตรคือ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ เป็นสมาชิก Pax Silica ข้อริเริ่มทางยุทธศาสตร์คือ เป้าหมายที่สร้างห่วงโซ่ซัพพลายที่มั่นคงและยืดหยุ่น มีการงัดข้อเรื่องแร่สำคัญที่สนับสนุนการพัฒนา AI
สรุป
โดยรวมนโยบายเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของทรัมป์โดดเด่นว่า สหรัฐชนะ
ซึ่งผู้เขียนว่าเป็นเพียงบางส่วนแถมด้วยเรื่องกังวล นั่นคือความกังวลและคำถามต่างๆ ยังคงอยู่
ยืนยันให้เห็นความคงทนของดีลเรื่องภาษีการค้าและการคาดการณ์ไม่ได้ของทรัมป์
ในประเด็นที่ว่าสมาชิกอาเซียนสามารถพึ่งสหรัฐได้จริงหรือ ความผูกพันของทรัมป์จึงเป็นตัวแปรสำคัญของภูมิภาค
ความไม่แน่นอนเหล่านี้ดูเหมือนจัดรูปต่อพลวัตภูมิภาคสู่ปีใหม่ 2026
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
