โลกทรรศน์ | อุกฤษฏ์ ปัทมานันท์
อิหร่านมุ่งหน้าสู่ เปอร์เซียสปริงจริงหรือ?
ด้วยความไม่รู้เรื่องในตะวันออกกลาง แต่เห็นความสำคัญของภูมิภาคนี้อย่างมาก แล้วเรื่องอิหร่านก็ยิ่งควรให้ความสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะอำนาจทางเศรษฐกิจ ทหารและความเชื่อทางอุดมการณ์ของอิหร่านต่อภูมิภาคและโลก
พอเกิดการประท้วงใหญ่ในอิหร่านอีกครั้ง ผมจึงแสวงหาความรู้ แล้วอยากสรุปสาระจากผู้รู้เรื่องอิหร่าน ท่านคือ Gordon Gray ศาสตราจารย์ ผู้ดูแลและติดตามกิจการต่างๆ ในคาบสมุทรอาระเบียน ที่มหาวิทยาลัย George Washington University สังกัด Elliott School of International Affairs ประเทศสหรัฐอเมริกา
ท่านยังได้รับหน้าที่ Deputy Commandant of the National War College และเคยดำรงตำแหน่งทูตประจำประเทศตูนิเซีย และผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศกิจการ Near Eastern Affairs ของรัฐบาลสหรัฐ รับราชการนาน 35 ปี
ความที่เป็นอาจารย์ เป็นผู้เชี่ยวชาญคาบสมุทรอาหรับ ที่สำคัญประสบการณ์เป็นทูตสหรัฐที่ประเทศตูนิเซีย ได้รับรู้ ร่วมเห็นและรับฟังผู้คนสำคัญๆ ช่วง Arab Spring
ผมจึงนำข้อเขียน ข้อคิดบางประการมาช่วยตั้งข้อสังเกตในเรื่องอิหร่านและ Persia Spring
อิหร่าน
อดีตทูต Gray วาดภาพคู่ขนานระหว่างการประท้วงปัจจุบัน 2026 ในอิหร่านกับ Arab Spring ปี 2011 อันตามด้วยการล่มสลายของผู้นำซีเรีย Bashar al-Assad ธันวาคม 2024
ทูต Gray แย้งว่า เตหะรานเผชิญหน้าวิกฤตการณ์ที่มีอยู่เหมือนผลักดันจากความล่มสลายทางเศรษฐกิจและสูญเสียความมีเกียรติของชาติ ในขณะที่ระบอบที่ปกครองอิหร่านนี้อยู่รอดจาก 5 การลุกฮือในอิหร่านตั้งแต่ปี 2009 เนื่องจากความภักดีต่อ IRGC
แต่ทูต Gray เตือนว่า อัตตาธิปไตย (Autocracy) ที่เปราะบางแตกละเอียดได้
ด้วยการคุกคามทางทหารของสหรัฐ ปรากฏเค้าลางและการทะยานขึ้นของแรงกดดันภายใน ทูต Gray ยืนยันว่า ปราศจากการปฏิรูปครั้งใหญ่ การล่มสลายสาธารณรัฐอิสลามคือ หลีกเลี่ยงไม่ได้
ประวัติศาสตร์แสดงให้เห็นว่า บุคคลในศาสนาของอิหร่านไม่สามารถปกครองได้อีกต่อไป
Gray อธิบายว่า การประท้วงต่างๆ ในอิหร่านเป็นกระจกสะท้อนอะไรที่เขาเห็นในตูนิเซีย เมื่อเขาเป็นทูตที่นั่น
ในฐานะทูตอเมริกันที่เริ่มมีอาหรับสปริง เขาได้รับรู้การเคลื่อนไหวที่น่าจดจำหลายการเคลื่อนไหวระหว่างอาชีพรับราชการ 35 ปี แต่วันที่ 14 มกราคม 2011 คือ วันต่อต้าน มันคือวันทำการประท้วงทั่วประเทศ ขับเคลื่อนโดยให้ผู้นำอำนาจนิยมยาวนานลี้ภัยถาวร วันนี้คือ 15 ปีต่อมา เขายังคงได้แรงบันดาลใจจากการแสดงออกมาซึ่งความกล้าหาญของชาวตูนิเซีย
การก้าวขึ้นมาของการประท้วงในอิหร่าน ที่ซึ่งความกล้าหาญของพลเรือนชาวอิหร่านกำลังเดินในท้องถนน เรียกร้องสิทธิของพวกเขา มีการต่อต้านคู่ขนาน ประเด็นเศรษฐกิจ คอร์ปชั่น การจัดการผิดพลาดทางเศรษฐกิจ เงินเฟ้อและการตกงาน คือ แรงจูงใจใหญ่ในการประท้วงในอิหร่านวันนี้ เหมือนที่พวกเขาทำในตูนิเซีย
แต่เขาจำได้ด้วยว่า เขาได้ยินอดีตผู้ต่อต้านระบอบ Ben Ali ซึ่งได้กลายเป็นหนึ่งในรัฐมนตรีในรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (National Unity Government) ในวันหลังการล่มสลายของระบอบเก่า เขาสังเกตว่า ความจนและการตกงานเกิดขึ้นในทุกๆ ที่ ที่ปรากฏออกมาเพราะขาดการสนทนาและสูญเสียเกียรติยศ เสียงของเขายังคงอธิบายชัดเจนที่สุดของการลุกฮือ Arab Spring ตามมา
การต่อสู้ระบอบ Ben Ali เน้นความขมขื่นร่วมกับอำนาจนิยมและทำให้พลเรือนอาหรับกล้าหาญ ประธานาธิบดีลิเบีย มูอัมมาร์ กัดดาฟี (Muammar Qaddafi) ถูกสังหารอย่างตื่นกลัวในท่อใต้ดิน วันที่ 20 ตุลาคม 2011 ประธานาธิบดีเยเมน Ali Saleh ก้าวลงจากตำแหน่ง 27 กุมภาพันธ์ 2012
ดังนั้น เวลาไม่ถึงปี 4 ผู้นำหลายคนที่คิดว่าตนจะได้เป็นประธานาธิบดีตลอดชีวิตถูกบังคับให้ลาออกจากตำแหน่ง พวกเขาได้นำประเทศของพวกเขา อยู่ในมือกำปั่นเหล็ก รวมกันแล้วทั้งหมด 127 ปี และอาจก้าวไปถึง 151 ปีได้ ถ้านำอีก 1 คนรวมเข้ามา คือ ประธานาธิบดีซีเรีย Bashar al-Assad ซึ่งเป็นเผด็จการอาหรับคนสุดท้าย ที่ล้มลงเมื่อกลุ่มกบฏ Hayat Tahrir al-Sham (HTS) ยึดเมืองหลวงดามัสกัส
สู่ Arab Spring หรือ?
คลื่นการประท้วงปกคลุมอิหร่านวันนี้คือ การลุกฮือครั้งใหญ่ครั้งที่ 5 นับตั้งแต่ปี 2009 รัฐบาลอิหร่านอยู่รอดถึงตอนนี้ ดังนั้น คำถามที่ชัดเจนคือ เป็นเงื่อนไขอย่างไรเหมือนนำไปสู่การล้มลงของเผด็จการในตูนิเซีย อียิปต์ ลิเบีย เยเมนและต่อมาซีเรีย และจะนำไปสู่ผลเหมือนกันในอิหร่านหรือไม่?
เงื่อนไขเศรษฐกิจเสื่อมถอยและความแตกแยกกว้างขวางคือ 2 ลักษณะร่วมของอิหร่านกับ Arab Spring
ความเหมือนที่ 3 คือ ไม่มีผู้อุปถัมภ์ที่ทรงพลังจะเข้ามากอบกู้ระบอบผู้นำศาสนา แต่รัฐบาลประธานาธิบดีสหรัฐ บารัก โอบามา (Barack Obama) บอกกับ Hosni Mubarak ประธานาธิบดีอียิปต์ มันคือเวลาก้าวออกไปจากตำแหน่ง และไม่มีมอสโกและเตหะรานยกนิ้วสนับสนุนประธานาธิบดี Assad เมื่อกลุ่มกบฏ HTS เริ่มโจมตีสำเร็จ
ความจริง การต่อต้านในอิหร่านคือ กรณีการเข่นฆ่าผู้ประท้วงอย่างต่อเนื่อง องค์กรด้านความมั่นคงอิหร่านต้องการการพิจารณาว่า มีการคุกคามทางทหารของสหรัฐอย่างชัดเจน รวมทั้งการคุกคามทางทหารอย่างไม่ชัดเจนของอิสราเอลด้วย
กองกำลังด้านความมั่นคงที่จงรักภักดีต่อระบอบคือ 1 ในความแตกต่างสำคัญ
ทูต Gray บอกว่า เขาเห็นระหว่างอิหร่านวันนี้ กับการลุกฮือ Arab Spring ในตูนิเซีย ทหารปฏิเสธการยิงผู้ประท้วง ในอียิปต์ผู้นำทหารบังคับให้ประธานาธิบดี Hosni Mubarak ลงจากอำนาจ ทหารลิเบียแตกแยกอย่างมากและพึ่งพิงอย่างมากกับชาวต่างชาติที่รับมาเป็นทหาร หมายความว่า ทหารลิเบียส่วนมากไม่ใช่ชาวลิเบียซึ่งไม่ผูกพันกับปัญหาต่างๆ ในลิเบียเท่าไรผู้เขียนคิดอย่างนี้ ดังนั้น ทหารพวกนี้ต่างยินดีเข้ามาคุ้มครอง พ.อ.มูอัมมาร์ กัดดาฟีก และระบอบของเขา
ส่วนอิหร่าน หน่วยทหารปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (Iran’s Islamic Revolutionary Guards Corps) และ Basij กองกำลังกึ่งทหาร (para military force) กลับทำในทางตรงกันข้าม ยังคงสนับสนุนแน่นอนระบอบอิหร่าน จนกระทั่งการสนับสนุนค่อยๆ เลือนหายไปเหมือนที่เกิดขึ้นในซีเรียปี 2024 และในอิหร่านเองในปี 1979 รัฐบาลปัจจุบันจะมีอำนาจเหนือกว่า
อย่างไรก็ตาม ความอยู่รอดแตกต่างจากความสำเร็จ ระบอบอิหร่านถ้าไม่นำเสนอสาเหตุแท้จริงของการลุกฮือปัจจุบัน ซึ่งจนถึงตอนนี้พวกเขาไม่ปรารถนาและพวกเขาไม่สามารถที่จะทำได้ ดังนั้น การตายของพวกเขา ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
อิหร่านเป็นกระจกส่องให้เห็น Arab Spring แต่ยังมีตัวแปรภายในภูมิภาค และโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกาด้วย เราไม่ควรสรุปอะไรเลยตอนนี้
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
