bg-single

บทเรียนสำคัญของลาตินอเมริกา ต่อการเปลี่ยนแปลงในอิหร่านหรือกลับกัน

20.03.2026

โลกทรรศน์ | อุกฤษฏ์ ปัทมานันท์

อิหร่านอาจสูญเสียการใช้กำลังทางทหารกับสหรัฐในสงครามสหรัฐ อิสราเอลกับอิหร่าน แต่ต้องมองการต่อสู้ในสงครามที่แตกต่างกันของแต่ละฝ่าย

หนึ่งในเป้าหมายอยู่ที่เศรษฐกิจโลก

กว่า 2 สัปดาห์ สหรัฐแสดงความเหนือกว่าทางด้านการทหาร ราชนาวีอิหร่านถูกลดระดับความสามารถลงอย่างแน่ชัด ด้วยเรือรบมากกว่า 50 ลำจมลงหรือได้รับความเสียหาย การตอบโต้ของอิหร่านด้วยการยิงจรวดต่ำกว่าเป้าหมายมากถึง 90% และเครื่องบินกองทัพอากาศอิหร่านถูกยิงตกในสนามรบ

กล่าวได้ว่า ในสนามรบ แต้มต่ออยู่ที่สหรัฐ แม้ว่ายังมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น

ในทางยุทธศาสตร์ ภาพไกลจากความจริง แม้รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังต่อสู้กับ ‘การนิยาม’ เป้าหมายต่างๆ ของตน ได้แก่ กำจัดความเป็นผู้นำของอิหร่าน ทำลายความสามารถทางด้านนิวเคลียร์อิหร่าน หรือมุ่งไปสู่การเปลี่ยนระบอบการปกครอง (Regime Change)

แต่ต้องเผชิญหน้ากับความเป็นจริงที่ว่า สหรัฐและอิสราเอลกำลังต่อสู้กับสาธารณรัฐอิสลาม (Islam Republic) แล้วอิหร่านก็กำลังต่อสู้กับเศรษฐกิจโลก หรือไม่ได้ต่อสู้กับประเทศ แต่ต่อสู้กับระบบ ซึ่งใหญ่กว่ามาก

เหล่านี้คือ มุมมองทั้งความกว้างขวางของสงครามในตะวันออกกลาง และเป็นความจริงที่ต้องมองในความหลากหลายมิติ และที่สำคัญ มีพลวัต (Dynamism)

สิ่งที่บทความสั้นๆ นี้ทำคือ อยากเพียงนำเสนอ มองสงครามในตะวันออกกลางในแง่เปรียบเทียบคือ สงครามในตะวันออกกลางกับการเผชิญหน้าทางการเมืองระหว่างสหรัฐต่อเวเนซุเอลาและต่อคิวบา ด้วยสหรัฐและเวเนซุเอลาเผชิญหน้ากันแล้วตั้งแต่ปีที่แล้ว และยังเผชิญหน้ากันต่อไป โดยสหรัฐกับคิวบานับเป็นอีกการเผชิญหน้าลำดับต่อไป

การเผชิญหน้าระหว่างสหรัฐและอิสราเอลกับอิหร่านนับว่ามีผู้เล่น นโยบาย และผลกระทบบางส่วนเหมือน บางส่วนแตกต่างกับสหรัฐกับเวเนซุเอลาและคิวบา

เราไม่อาจสรุปแบบเบ็ดเสร็จ ใน 2 มหากาพย์พิโรธ แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธความคล้ายของทั้งอุดมการณ์ ความฝันของชนชั้นนำ ผลประโยชน์ และผลกระทบบางประการของ 2 มหากาพย์พิโรธนี้ได้

ลองนำเสนอดังนี้ครับ

อิหร่านอาจเป็นจุดเปลี่ยนของสหรัฐอเมริกาต่อเป้าหมายการเปลี่ยนระบอบการปกครอง (Regime Change) ในลาตินอเมริกาก็ได้

ปฏิบัติการมหากาพย์พิโรธ (Operation Epic Fury) ของสหรัฐอาจเบี่ยงเบนทรัพยากรสหรัฐจากทะเลแคริบเบียน อเมริกาใต้ จำกัดความต้องการ (Demand) ภายในของรัฐบาลสหรัฐเพื่อรณรงค์ต่อไป และทำหมันการคิดคำนวนทางการเมืองเพื่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในคิวบาและเวเนซุเอลา

ในเวเนซุเอลา การปฏิบัติการทางทหารและการเมืองของรัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่ได้ข้อยุติแน่นอน เพราะไม่มีคนอเมริกันเสียชีวิต และนิโคลัส มาดูโร (Nicolas Maduro) ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ถูกจับกุมอย่างว่องไวและถูกแทนที่ด้วยผู้นำคนใหม่คือนาง Delcy Rodriguez ผู้ลงเอยปรับความสัมพันธ์ขั้นปกติ (Normalization) กับสหรัฐ และปฏิรูปให้ประโยชน์ต่อผลประโยชน์ของสหรัฐ ทั้งหมดก่อเกิดสมการทางการเมืองเชิงบวกอย่างมากต่อสหรัฐ

ตรงกันข้าม ปฏิบัติการมหากาพย์พิโรธของสหรัฐต่ออิหร่าน ที่เจ้าหน้าที่อเมริกันบาดเจ็บจำนวนมากและถูกสังหารไป 7 นาย (ขณะที่เขียนบทความนี้)

การตอบโต้ของอิหร่านสร้างความเจ็บปวดให้กับต้นทุนทางการเมือง (Political cost) อย่างสาหัสต่อสหรัฐและพันธมิตร และการแทนที่ผู้นำสูงสุด Ali Khamenei ที่ถูกสังหาร เป็น Mojtaba Khamenei ลูกชายของผู้นำสูงสุดเอง ซึ่งเขาเป็น ผู้นำสายแข็ง (Hard Core) อันส่งสัญญาณว่า อิหร่านท้าทายมากกว่าการยอมให้สหรัฐ

ความเสี่ยงของการพัวพันเพิ่มขึ้นของสหรัฐในอิหร่าน ดูแล้วประสิทธิภาพทั้งทางการเมืองและการทหารของสหรัฐอ่อนแอ และความต้องการภายในของสหรัฐส่อไปในแนวทางการแทรกแซงอิหร่านต่อไป อย่างน้อย บ่ายหน้าสู่การเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐในเดือนพฤศจิกายน 2026

การรักษาความผูกพันทางการทหารของสหรัฐในตะวันออกกลาง อาจเบี่ยงเบนต่อไปต่อทรัพยากรบางส่วนของสหรัฐที่ใช้ในทะเลแคริบเบียน เช่น การปลดย้ายเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Gerald Ford Aircraft Carrier จากแคริบเบียนมาอ่าวเปอร์เซีย

นี่อาจจำกัดความสามารถและประสิทธิภาพการคุกคามใดๆ ของปฏิบัติการสหรัฐในเวเนซุเอลา หรือในคิวบา

ขัดขวางความสามารถของทรัมป์ ต่อการยินยอมให้ถอนตัวสหรัฐออกจากประเด็นเวเนซุเอลาและจากคิวบา โดยเฉพาะประเด็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงเป็นประชาธิปไตย (Democratization) ที่โดยหลักการการเปลี่ยนแปลงนี้ เป็นกระบวนการทางการเมืองที่รัฐบาลสหรัฐหลายรัฐบาลพยายามประกอบสร้างในเวเนซุเอลาและคิวบา

ด้วยความเชื่อมั่นว่า ประชาธิปไตยในสองประเทศเพื่อนบ้านของตนจะก่อคุณประโยชน์ทางการเมืองและเศรษฐกิจ ลดและละลายระบอบการเมืองอำนาจนิยมและพลังชาตินิยมที่เป็นภัยคุกคามสหรัฐและภูมิภาคอเมริกาใต้

คิวบา ยังคงเป็นเป้าหมายสำคัญสำหรับสหรัฐ

ทรัมป์เตือนว่า อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงในคิวบา อย่างไรก็ตาม ความผูกพันปัจจุบันระหว่างสหรัฐ-คิวบา นับได้ว่า ข้อยุติทางการเมืองทำโดยการเจรจามากกว่าการปฏิบัติการทางทหารโดยตรงและสิ้นเปลือง แบบที่เกิดขึ้นในเวเนซุเอลาที่ได้ลากดึงสหรัฐให้ใช้แรงกดดันนำระบอบการปกครองคิวบาเข้าสู่โต๊ะเจรจา การบล็อกการส่งออกน้ำมันส่งผลช่วงขาดพลังอำนาจอันมีผลต่อทุกๆ ภาคส่วนทางเศรษฐกิจ และการเข้าถึงสิ่งจำเป็นพื้นฐาน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้ดันราคาน้ำมันนำเข้าให้สูงขึ้น เสี่ยงด้านการขาดแคลน ความไม่พอใจทางสังคมสูงขึ้นและกดดันรัฐบาล การต่อต้านช่วงก่อนในคิวบาถูกกระตุ้นด้วยการขาดแคลนน้ำมันและพลังงาน และการประท้วงรัฐบาลครั้งนั้นยังมีพลังอยู่

แย้งกับฉากหลัง (Backdrop) นี้ เจ้าหน้าที่สหรัฐทำการเจรจาหลังฉากกับคิวบา ด้วยเป้าหมายสกัดกั้นการล่มสลายของระบอบการเมืองในคิวบา และเพื่อป้องกันการไหลบ่าของการย้ายถิ่นฐานครั้งใหญ่ ให้ยังคงยึดมั่นต่อระบบการเลือกตั้งทั้งในคิวบาและสหรัฐ และเพื่อป้องกันความไร้เสถียรภาพ (destabilization) อย่างกว้างขวางในภูมิภาคลาตินอเมริกา

ในขณะที่ความเป็นไปได้ของความรุนแรงไม่สามารถทำได้อย่างเต็มที่และสมบูรณ์แบบ มีรายงานชี้ว่า การเจรจาต้องเน้นการปฏิรูปเศรษฐกิจ (economic reform) มากกว่าการนำเอาครอบครัวผู้นำคิวบา Castro Family ออกจากอำนาจ

เน้นให้เสรีภาพทางการเมืองเพิ่มมากขึ้น อันอาจลดอะไรที่ต่อต้านระบอบการเมืองคิวบา แล้วมีการเรียกร้องล่าสุดเพื่อการปฏิรูปทางสังคมและเศรษฐกิจโดยประธานาธิบดีคิวบา Miguel Diaz-Canel

ในขณะที่ในเวเนซุเอลา เหตุการณ์ในตะวันออกกลางอาจทำหมันการคิดคำนวณทางการเมืองสำคัญของประธานาธิบดี Delcy Rodriguez แห่งเวเนซุเอลา และทำให้เกิดหยุดชะงักในแผนการของสหรัฐ ชี้นำเวเนซุเอลาช่วงการเปลี่ยนผ่านทางการเมือง (political transition)

จนทุกวันนี้ ความเป็นมิตรในความสัมพันธ์ของสองประเทศ สหรัฐกับเวเนซุเอลาขึ้นอยู่กับการคุกคามทางทหารของสหรัฐ และการปฏิบัติการทางทหาร ถ้าประธานาธิบดี Delcy Rodriguez ล้มเหลวในการยอมทำตามความต้องการของสหรัฐและคำสัญญากระตุ้นทางเศรษฐกิจ ได้แก่ การยกเลิกการแซงก์ชั่นและการไหลทะลักของการลงทุนของต่างประเทศ โดยเฉพาะในภาคเศรษฐกิจน้ำมันและเหมืองแร่

แต่ตอนนี้ ความขัดแย้งในตะวันออกกลางเพิ่มมากขึ้น ความไม่แน่นอนด้านซัพพลายน้ำมันจากกลุ่มรัฐอ่าว (Gulf States) ในตะวันออกกลาง ทำราคาน้ำมันก้าวกระโดด และการที่สหรัฐทำการแทรกแซงในเวเนซุเอลาน้อยลง รัฐบาลเวเนซุเอลากำลังอยู่ในสถานะที่ดีในการเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ อันไม่เพียงแค่สามารถเร่งผลักดันผลประโยชน์ของนักลงทุนต่างประเทศในประเทศของตน

แต่ได้เพิ่มอย่างสำคัญต่อรายได้ที่ได้จากน้ำมัน ซึ่งอาจช่วยชุบชีวิตทางเศรษฐกิจของประเทศ แล้วยังช่วยลดความกดดันภายในประเทศเรื่องการเปิดกว้างทางการเมือง ซึ่งอาจกระทบต่อโครงสร้างอำนาจผู้นำกลุ่มเดิมก็ได้

ไม่น่าเชื่อ การทำสงครามของสหรัฐและอิสราเอลต่ออิหร่านสัมพันธ์เชื่อมโยงกับความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับเวเนซุเอลาและคิวบา ทั้งในแง่ผู้นำ อุดมการณ์ ผลประโยชน์ การทหาร และผลกระทบต่อภูมิภาคและโลก



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

วีระยุทธ จี้บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์แก้ 4 ปัญหาใหญ่ ชี้ต้องกล้าคุมเข้มย้อนหลัง-อุดช่องโหว่กฎหมาย-เลือกส่งเสริมแบบมีเป้าหมาย-อย่าช่วยแต่เจ้าของนิคมกับผู้รับเหมา
อดีต รมว.คลัง ค้านเก็บเล็กเก็บน้อย ค่าเหยียบแผ่นดิน 450 บาท จนเสียรายได้ก้อนใหญ่
สิทธิที่จะนั่ง
เส้นทาง ความคิด ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ สถานะ มนุษยภาพ
จากนาราถึงรมณีนาถ : การเล่าประวัติศาสตร์ยุคสมัยใหม่ผ่านคุก (จบ)
เชลยศึกสงครามลาว (46)
ชีวิตทางการเมือง ของพระสารสาสน์พลขันธ์ (29)
E-DUANG | ความเปราะบาง อำนาจ การเมือง เบื้องหน้า สถานการณ์ “โกงส.ว.”
รัฐประหาร 2520 ! | สุรชาติ บำรุงสุข
ศุภชัย เบรกกระแสฮั้วสว. ปม‘สำนวนคณะ 26’ ชี้ต้นทางยังพิสูจน์ไม่ได้ เตือนอย่าเพิ่งเชื่อเพียงเพราะเขาพูดกันมา
“ประชาธิปัตย์” ต้อนรับ “ปุ๊น ตรีรัตน์” ร่วมพรรค มอบบทบาทเสริมทัพนโยบายพลังงาน-เศรษฐกิจ ชูเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดเพื่อประชาชน
‘โครงการหิ่งห้อย’ โดย CKPower ส่งต่อความเชี่ยวชาญ สู่พลังขับเคลื่อนความยั่งยืน