นี่ไม่ใช่แค่เรื่องราวของสงคราม แต่มันคือเรื่องของชีวิตความเป็นอยู่
โลกทรรศน์ | อุกฤษฏ์ ปัทมานันท์
ตอนนี้อิหร่าน-อิสราเอลระดมยิงขีปนาวุธใส่กัน ชาติอาหรับโดนโจมตีด้วย ก่อนครบกำหนดเส้นตายของโดนัลด์ ทรัมป์
เปิดศึกขีปนาวุธ โดรนตอบโต้กันไม่หยุด แล้วถล่มพันธมิตรกลุ่มรัฐอ่าวอาหรับ ก่อนถึงเส้นตายของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่บีบให้รัฐบาลอิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซ สำนักงานข่าวเทลอาวีฟ อิสราเอล เปิดเผยเมื่อ 23 มีนาคมว่า อิสราเอลและอิหร่านยังคงยิงขีปนาวุธและโดรนตอบโต้กันต่อเนื่อง
ขณะที่ระบบป้องกันของกลุ่มรัฐอ่าวอาหรับ ซึ่งรวมถึงสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ คูเวตและบาห์เรน เร่งสกัดการโจมตีของโดรนและขีปนาวุธจากอิหร่านต่อเนื่อง
หนึ่งการโจมตีในตะวันออกกลางต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีทั้งหมด
อิหร่านทิ้งระเบิดโรงงานฮีเลียม (Helium) ของกาตาร์ ทำให้ 33% ซัพพลายฮีเลียมโลกสูญหายไปภายในคืนเดียว
แล้วใครบ้างที่เจ็บปวดจากเรื่องนี้ มาดูเป็นรายประเทศ
เกาหลีใต้
เกาหลีใต้นำเข้าฮีเลียม 64.7% จากกาตาร์ มูลค่า 326.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และโรงงานผลิตเกาหลีใต้ Hynix fab เริ่มต้นนับถอยหลังแล้ว
ไต้หวัน
โรงงานหลักของบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีไต้หวัน TSMC ผู้ผลิตราว 18% ของชิพ (chip) โลก ผู้บริหารกล่าวว่า บริษัทกำลังติดตามสถานการณ์นี้อยู่ โดยแปลได้ว่า บริษัทกำลังตื่นตระหนกอย่างเงียบๆ
ญี่ปุ่น
โรงงานผลิตชิพสำคัญและเป็นฮับ (hup) เพื่อใช้ระบบการตรวจ สแกน MRI ของโรงพยาบาล ฮีเลียมหมด ถ้าโรงงานฮีเลียมที่กาตาร์ไม่มีกระแสไฟเพื่อทำการผลิตยาวนานเกิน 60 วัน
สิงคโปร์
ฮับเซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor) ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พึ่งพิงอย่างมากต่อฮีเลียมของกาตาร์ อ่อนแอลงมาก สืบเนื่องจากท่าทีของนักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกันที่ทำงานในโรงงานแห่งนี้ ด้วยจุดยืนทางการเมืองต่อต้านอิหร่าน
อินเดีย
ประเทศที่นำเข้าฮีเลียมจากกาตาร์ แล้วใช้เพื่อเครื่อง MRI ในโรงพยาบาลหลายหมื่นโรงพยาบาลในอินเดีย แล้วต้นทุนของการใช้เครื่อง MRI เพื่อสแกนตรวจโรคของผู้ป่วยสูงขึ้น แล้วการสแกนก็ล่าช้าลง
เยอรมนี
ศูนย์ใหญ่ของบริษัท Linde เจ้าใหญ่ของผู้จำหน่ายก๊าซเพื่ออุตสาหกรรมสำคัญ เมื่อราคาฮีเลียมขึ้นไป 100% ของเหลวใช้ในโรงงานต้องเริ่มปันส่วนแล้ว
สหรัฐ
การเติบโตของฮีเลียมในมลรัฐใช้หมดไปแล้วหลายปีก่อน โรงงานชิพสหรัฐยังได้เผยตัวออกมา ทั้งบริษัทเทคโนโลยีสำคัญ ได้แก่ HP, DELL และ LENOVO บริษัทคอมพิวเตอร์ชั้นนำ ที่ขายผลิตภัณฑ์ให้กับผู้ซื้อระดับอุตสาหกรรม ราคาสินค้าขึ้นไป 15-20% กำลังเกิดขึ้น
สหราชอาณาจักร
โรงพยาบาล NHS อุปกรณ์สแกน MRI ของโรงพยาบาลเผชิญการขาดแคลนอุปทาน (ความต้องการ) เนื่องจากการผลิตฮีเลียมภายในประเทศไม่มีที่จะส่งให้กับโรงพยาบาล
ฝรั่งเศส
สำนักงานใหญ่ของ AIR LIQUIDE ไม่สามารถผลิตฮีเลียมใหม่ได้ เพื่อจำหน่ายภายในประเทศ
จีน
นำเข้าฮีเลียม เพื่อโรงงานผลิตชิพ และเครื่องสแกน MRI กำลังทดลองผลิตฮีเลียมของตัวเองในเขตไซบีเรียเป็นสำคัญอยู่
ออสเตรเลีย
ออสเตรเลียเป็นผู้ส่งออกฮีเลียม มีทางเลือกน้อยมาก ด้วยการผลิตฮีเลียมของประเทศมาจากลุ่มน้ำ Amadeus แต่ก็ยังไม่พอกับการเติมเต็มฮีเลียมที่ได้มาจากกาตาร์
กาตาร์
แหล่งผลิตฮีเลียมได้หยุดการผลิตมาตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม ซีอีโอของบริษัทกล่าวว่า 14% ของกำลังผลิตฮีเลียมเสียหายอย่างถาวร แล้วอย่างน้อยอีก 5 ปีจึงเปิดดำเนินการได้อีก
ข้อมูลจาก Market mind 22 มีนาคม 2026 ข้างต้น
แสดงถึงวิกฤตการณ์ฮีเลียมของกาตาร์ที่เป็นแหล่งผลิตฮีเลียมโลก 33% ต้องยุติการผลิตทันทีเมื่อถูกอิหร่านโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรน
ภูมิภาคต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนฮีเลียม ซึ่งกาตาร์แหล่งผลิตหลักของโลกถูกโจมตีจากอิหร่านที่โจมตีด้วยยิงขีปนาวุธและโดรน
ยุโรป กระทบต่อสหรัฐราชอาณาจักร 21% ฝรั่งเศส 15% เยอรมนี 18%
สหรัฐ 10%
เอเชีย เกาหลีใต้ 40% จีน 22% ไต้หวัน 33% ญี่ปุ่น 30% อินเดีย 20% สิงคโปร์ 25% ออสเตรเลีย 8%
อันมีผลกระทบมีทั้ง ซัพพลายฮีเลียมปั่นป่วน (disrupt) ฮีเลียมขาดสำคัญ
ผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรม ด้านการแพทย์สมัยใหม่ อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor) อากาศยาน (Aero space) อุตสาหกรรมชีวภาพ
กล่าวโดยรวม ข้อมูลด้านฮีเลียมของทั้ง 12 ประเทศ เผยให้เห็นว่า 35% การผลิตฮีเลียมของโลกได้หายไปเลยในเวลาเพียงคืนเดียว การทดแทนฮีเลียมนั้นเป็น 0 แล้วไม่มีตารางเวลาเริ่มต้นผลิตฮีเลียมใหม่
น้ำจืดกับความเปราะบาง
นํ้าดื่มหลายประเทศอ่าวเปอร์เซีย รวมถึงอิสราเอล พึ่งพาน้ำจืดสูงถึง 80%
ทรัพยากรยุทธศาสตร์อีกชนิดหนึ่งของตะวันออกกลางคือ น้ำจืด ในภูมิภาคที่มั่งคั่งด้วยพลังงานทั้งน้ำมันและก๊าซ แต่แห้งแล้งสุดขั้วเรื่องน้ำ
ยูเออีเปิดฉากโจมตีโรงงานผลิตน้ำจืดอิหร่าน เพื่อตอบโต้ที่สนามบินดูไบถูกอิหร่านโจมตี โดรนโจมตีโรงงานผลิตน้ำจืดของบาห์เรนเป็นการตอบโต้กันไปมา
อ่าวเปอร์เซียมั่งคั่งด้วยพลังงาน แต่ขาดแคลนน้ำอย่างรุนแรง ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นทะเลทราย ฝนตกน้อยมาก แหล่งน้ำตามธรรมชาติทั้งแม่น้ำและทะเลสาบแทบไม่มี หรือแม้มีก็ไม่เพียงพอต่อการรองรับประชากรและระบบเศรษฐกิจขนาดใหญ่ในปัจจุบัน
ขณะที่น้ำใต้ดิน ซึ่งเคยเป็นแหล่งสำรองสำคัญ ก็ถูกสูบขึ้นมาใช้ต่อเนื่อง จนเริ่มเสื่อมโทรมและไม่สามารถฟื้นตัวได้ทัน หรือประเทศเหล่านี้ไม่มีทางเลือกตามธรรมชาติ นอกจากต้องสร้างน้ำขึ้นมาเอง ตั้งแต่ทศวรรษ 1970 มีการสร้างโรงกลั่นน้ำทะเล เทคโนโลยีที่เปลี่ยนน้ำทะเลให้กลายเป็นน้ำดื่ม ปัจจุบันมีโรงกลั่นน้ำทะเลเป็นน้ำจืดเกือบ 450 แห่งทั่วภูมิภาค และกลายเป็นเส้นเลือดหลักที่หล่อเลี้ยงประชากร เช่น อิรัก มีประชากรกว่า 100 ล้านคน
คูเวต พึ่งพาน้ำจากการกลั่นน้ำทะเล 90%
โอมาน 80%
ซาอุดีอาระเบีย 70%
ยูเออี 42%
ในขณะเดียวกัน ในเมืองใหญ่อย่างดูไบ (ยูเออี) เมืองที่สร้างภาพลักษณ์โลกอนาคตกลางทะเลทราย ริยาด (ซาอุดีอาระเบีย) เมืองหลวงกลางแผ่นดินที่แทบไม่มีแหล่งน้ำธรรมชาติ โดฮา (กาตาร์) ศูนย์กลางพลังงานและการเงินของภูมิภาคและของโลก เมืองเหล่านี้ไม่เพียงใช้ระบบกลั่นน้ำเพื่อการนี้ แต่ยังรวมถึงภาคอุตสาหกรรม การผลิตอาหาร การท่องเที่ยว ไปจนถึงโครงสร้างฐานเศรษฐกิจยุคใหม่คือ ดาต้าเซ็นเตอร์
ส่วนอิหร่าน พึ่งพาการกลั่นน้ำทะเลน้อยกว่า เนื่องจากยังมีแหล่งน้ำจากแม่น้ำ อ่างเก็บน้ำและแหล่งน้ำใต้ดิน แต่น้ำกลั่นจากน้ำทะเลยังคงเป็นเส้นเลือดใหญ่อยู่ สำหรับประชากรอิหร่านในแถบชายฝั่งทะเลและเกาะต่างๆ
กล่าวโดยสรุป แหล่งผลิตน้ำจึงเป็นจุดอ่อนทางยุทธศาสตร์ของทั้ง 2 ฝ่ายทั้งชาติตะวันตกและชาวอาหรับที่กำลังทำสงครามกันอยู่ในขณะนี้ การโจมตีของอิหร่านต่อแหล่งฮีเลียมของกาตาร์ ดังนั้น วิกฤตการณ์ ฮีเลียมและวิกฤตการณ์น้ำจืด เกิดง่ายและเปราะบางในตะวันออกกลาง
สำหรับฮีเลียม นี่ไม่ใช่แค่เรื่องราวของสงคราม แต่มันมีผลกระทบต่อวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ของคน ต่อการสแกนของเครื่อง MRI ในโรงพยาบาล เมื่อหมอผู้เชี่ยวชาญต้องการรู้สภาพพยาธิวิทยาเชิงลึกของคนไข้ที่ตนกำลังรักษาอยู่
มีผลต่อโทรศัพท์มือถือของทุกคน
คอมพิวเตอร์ แล็ปท็อป ทุกประเภท
เพราะทั้งหมดที่มีผลต่อเรา อุปกรณ์เหล่านี้ทำงานด้วยฮีเลียม โดยที่เราไม่รู้ว่ามันอยู่ในอุปกรณ์ด้านการแพทย์ โทรศัพท์
ไม่ต้องพูดถึงน้ำจืด น้ำจืดเป็นหายนะระดับอารยธรรมเลยทีเดียว
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
