โลกทรรศน์ | อุกฤษฏ์ ปัทมานันท์
รัฐบาลทรัมป์ได้นำสหรัฐเข้าสู่สงครามกับอิหร่าน คาดว่าจะใช้เวลาเอาชนะได้โดยเร็วและด้วยต้นทุนที่น้อย
พวกเขาผิดพลาด มากกว่า 2 สัปดาห์ของการโจมตีทิ้งระเบิดต่อเนื่อง หน่วยข่าวกรองสหรัฐใหม่ให้ข้อมูลว่า ระบอบอิหร่านตอนนี้มีอำนาจแน่นหนา ดูแล้วไม่ล่มสลายและยังนำโดยกลุ่มคนที่ได้รับการฝึกเพื่อวัตถุเฉพาะที่มีแนวทางสุดขั้วมากกว่าก่อน
แม้ว่าสหรัฐใช้กำลังทหารเพิ่มเป็นหลายหมื่นนายเข้าไปในตะวันออกกลาง และโดนัลด์ ทรัมป์ ใกล้จะส่งกำลังภาคพื้นดินเข้าไปในอิหร่าน
แต่เวลานี้คือเวลาเผชิญหน้ากับความจริง ความสำเร็จของกลวิธีไม่สามารถบดบัง อะไรที่รวดเร็วกลายเป็นความล้มเหลวทางยุทธศาสตร์ของสหรัฐอีกในตะวันออกกลาง
ภาพใหญ่บทบาทของสหรัฐในตะวันออกกลาง
ไม่มีข้อสงสัยหรือมีคำถามต่อสหรัฐและอิสราเอลที่สามารถลงโทษ ก่อความเสียหายใหญ่หลวงต่อระบอบอิหร่านและทหารของพวกเขา
เพียงแค่ 100 ชั่วโมงการปล่อยลูกระเบิดมากกว่าครั้งแรกที่สหรัฐโจมตีอิหร่านเมื่อ 6 เดือนที่แล้วที่สหรัฐนำการต่อต้านกลุ่ม ISIS และเป็นเวลาน้อยกว่า 24 ชั่วโมงของการลอบสังหาร Ayatollah Ali Khamenei ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน สงครามของสหรัฐบรรลุผลแน่นอนคือ เป้าหมายเสียหาย ความสำเร็จด้านกลวิธีทำให้อิหร่านอ่อนแอลง
แต่ คำถามกลางยังคงอยู่ที่ เป้าหมายยุทธศาสตร์กองกำลัง เป็นอย่างไร
ด้าน ยุทธศาสตร์ด้านการบริหาร แยกขาดจากเป้าหมายแพร่กระจาย ท่ามกลางหลายๆ เหตุผลที่ย้อนแย้ง และล่องลอยออกมาจากที่สหรัฐใช้อ้างความชอบธรรมการโจมตี 2 ที่ที่สำคัญที่สุด คือ
– ลบล้างโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน
– ยังมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงระบอบในอิหร่าน (Regime Change)
สหรัฐไม่บรรลุเป้าหมายเหล่านี้ และสหรัฐไม่อยู่ในสถานะที่ทำการ 2 เรื่องใหญ่ที่สุดต่อไปด้วย
รัฐบาลทรัมป์ 1 เคยอ้างว่าโครงการนิวเคลียร์อิหร่านแสดง การคุกคามเร่งด่วน (imminent treat) การปฏิบัติการด้านการทหารจำเป็น
ทรัมป์ยืนยัน อิหร่านมีเวลาเพียง 2 สัปดาห์เพื่อยุติโครงการนิวเคลียร์ แต่จากการทิ้งระเบิดยาวนานหลายเดือนของทหาร หลังจากนั้น ทรัมป์อ้างว่า ทำสมบูรณ์แล้วและทำได้ทั้งหมด ทำลายจนสิ้นซากต่อโครงการต่างๆ ระหว่างปฏิบัติการ Operation Midnight Hammer
แต่ ไม่มีเหตุการณ์ที่น่าเชื่อถือได้แสดงว่า อิหร่านปิดการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์
นาย Rafuel Grossi หัวหน้าองค์กรพลังงานนิวเคลียร์นานาชาติ (International Atomic Energy Agency-IAEA) ยืนยันหลังสงครามเริ่ม ความจริงปรากฏตรงกันข้าม
ตามข้อมูลของ รัฐมนตรีต่างประเทศโอมานและหัวหน้าทีมเจรจาระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน Badr bin Hamad al Busaidi ชี้ว่าอิหร่านให้สัมปทานที่โดดเด่นแก่สหรัฐ ที่บางอย่างอยู่นอกเหนือการการันตีเงื่อนไขที่อยู่ในปี 2015 Join Comprehensive Plan of Action (JCPOA)
ความเปลี่ยนแปลงที่ซับซ้อน
ตอนนี้มีเหตุการณ์ที่น่าพิจารณาคือ หัวหน้าผู้เจรจาของทรัมป์ เรื่องนิวเคลียร์อิหร่านคือ Jared Kasner ลูกเขยของทรัมป์ และ Steve Witkoff ทั้งสองคนเข้าใจผิดขั้นพื้นฐาน อย่างน้อยในประเด็นเทคนิค ที่เป็นหัวใจของความขัดแย้งสหรัฐ-อิหร่าน ความสามารถในการเจรจา คาดว่ารัฐบาลกำลังเจรจาอยู่ในช่วงชะตากรรมดี แต่พวกเขาขาดทักษะที่มีประสิทธิภาพ
อำนาจทางอากาศอย่างเดียวไม่สามารถทำลายโครงการนิวเคลียร์ได้ เพราะมันแพร่กระจายกว้างขวาง และอยู่ใต้ดินลึก
ที่สำคัญอิหร่านยังคงครอบครองเกือบ 1,000 ปอนด์ของแร่ยูเรเนียมชนิด Highly Enriched Uranium-HEU บริสุทธิ์ 60% ถ้าหากยูเรเนียมบริสุทธิ์ 90% ใช้ทำอาวุธนิวเคลียร์ได้
หน่วยข่าวกรองสหรัฐแนะว่า อิหร่านสามารถเข้าถึง HEU ใต้ดินลึกเพื่อทำระเบิดเมื่อมิถุนายนที่แล้ว ตอนนี้ทรัมป์กำลังชั่งน้ำหนัก จะส่งหน่วยรบพิเศษสหรัฐเข้ายึดคลังเก็บ HEU
แต่นี่อาจนำมาซึ่งความเสี่ยงอย่างมหันต์ นี่เป็นไปไม่ได้ หรือถ้าสหรัฐทำการสกัดมันสำเร็จจากใต้ดินลึก หากมีการต่อสู้กันมันอาจระเบิดขึ้นมาได้
เมื่อสงครามสหรัฐและอิสราเอลกับอิหร่านยุติ
อิหร่านจะจดจำความเชี่ยวชาญทางเทคโนโลยีของตนต่อไป และทำให้อิหร่านจำเป็นต้องรักษาโครงการนิวเคลียร์ต่อไป สงครามได้ทำให้การเจรจาในอนาคตยากกว่าเดิม ถึงขั้นเป็นไปไม่ได้
ตอนนี้อิหร่านเห็นว่าอาวุธนิวเคลียร์สำคัญ ผลที่เกิดจากทรัมป์กระตุ้นในทางตรงข้าม
เหตุผลอื่นคือ เปลี่ยนระบอบการปกครอง คำอธิบายของทรัมป์ฝังลึกลงไป เมื่อเขาประกาศสงคราม กระตุ้นให้คนอิหร่านทำการปฏิวัติ แม้ทำการลอบสังหารผู้นำสูงสุด Ayatollah Ali Khamenei หน่วยข่าวกรองสหรัฐแนะว่า ระบอบการปกครองอิหร่านไม่ล่มสลาย และสงครามขนาดใหญ่จะไม่เปลี่ยนแปลงสิ่งนี้
ความเหนียวแน่นบรรดาผู้นำยังคงอยู่ ไม่เสียหาย เครื่องมือด้านความมั่นคง โดยเฉพาะกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (Islamic Revolutionary Guards Corp-IRGC) ยังคงภักดีต่อระบอบการปกครองและฝ่ายต่อต้านระบอบการปกครองยังคงแบ่งแยกกัน
คนที่มาแทน Ali Khamenei คือลูกชายของเขา Mujtaba Khamenei เขาเห็นการกวาดล้าง สังหารหลายคนในครอบครัวของเขาด้วยน้ำมือของสหรัฐและอิสราเอล ตัวเขาคือ สายแข็ง และเกี่ยวข้องลึกกับ IRGC ซึ่งได้เพิ่มการควบคุมการตัดสินใจในอิหร่าน
แม้ว่า ถ้า Mujtaba ถูกลอบสังหารขึ้นมา IRGC ยังมีตัวแทนที่ทรงพลังและทรงอำนาจที่สุดในทางการเมือง เศรษฐกิจ และการทหารภายในอิหร่าน
และที่สำคัญสงครามกับสหรัฐและอิสราเอลได้เพิ่ม พลังอำนาจใหม่ ให้รุ่นของผู้นำสายเหยี่ยวในสายงานการบังคับบัญชาของพวกเขา
สำหรับผู้นำอิหร่าน
การต่อสู้ครั้งนี้สำคัญ ทรัมป์ทำการล้มเหลวในการย้ายระบอบการปกครองอิหร่าน และทรัมป์ได้ทำให้พวกเขาเปลี่ยนเป็นพวก สุดขั้วมากขึ้น
รัฐบาลทรัมป์ในการทำไม่สำเร็จ 2 เป้าหมายหลัก
โครงการนิวเคลียร์อิหร่าน ไม่ถูกทำลาย และระบอบการปกครองยังอยู่ไม่เสียหาย
การแทนที่ตัวประธานาธิบดีอิหร่าน ทำให้สหรัฐอยู่ในเส้นทางของอีกสงครามหนึ่งตลอดกาลในตะวันออกกลาง
อิหร่านได้เตรียมการทำสงครามระยะยาว ทนทานต่อความถดถอย และกำลังเพิ่มต้นทุนทางการเมือง เศรษฐกิจและมนุษย์ จนสามารถกลายเป็นการต้านทานไม่ได้สำหรับสหรัฐ โดยเฉพาะรัฐบาลทรัมป์ประเมินต่ำมากต่อความสามารถของอิหร่านในการสร้าง ความปั่นป่วน ต่อตลาดพลังงานโลกได้อย่างรวดเร็ว และความปั่นป่วนเหล่านี้ กระทบตลาดแม้หลังสงครามยุติ
ทรัมป์ไม่เพียงแย่ลงกับปัญหานี้ แต่ยังพัวพันกันยุ่งสำหรับสหรัฐต่อไป
สหรัฐกำลังมุ่งไปข้างหน้าโดยขาดยุทธศาสตร์และต้นทุนของสหรัฐเสี่ยงที่ให้ได้ต่อไป
ความจริงที่ไม่สะดวกสบายนัก (Uncomfortable Truth) คือไม่มีใคร รวมทั้งรัฐบาลทรัมป์รู้ว่าสงครามนี้จะนำไปที่ไหน สหรัฐพิสูจน์ว่า พวกเขาไม่สามารถ หรือไม่ปรารถนา เรียนรู้ จากความผิดพลาดของตนเองในอดีตในตะวันออกกลาง
ทรัมป์ควร ตัดความสูญเสียของสหรัฐออกไป และออกจากสงครามครั้งนี้ในขณะที่เขายังสามารถออกได้ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายไปแล้วสำหรับสหรัฐและตัวทรัมป์เอง
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
