โลกทรรศน์ | อุกฤษฏ์ ปัทมานันท์
เศรษฐกิจล้มลงจากผลของสงครามสหรัฐและอิสราเอลต่ออิหร่านกำลังทำให้ทั่วโลกปั่นป่วนยุ่งยาก
ผลของสงครามต่อเอเชียเป็นอย่างไร
จากเมืองเดลี (อินเดีย) ถึงกรุงเทพฯ คลื่นใหม่ของภาวะเงินเฟ้อกำลังมีพลัง เป็นผลมาจากความปั่นป่วนของระเบียงพลังงานสำคัญของโลก และช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ซึ่งถูกปิดโดยอิหร่าน ตอบโต้การโจมตีของสหรัฐและอิสราเอล
ทั่วเอเชียมีการสั่งปิดโรงเรียน รัฐบาลบอกให้คนอยู่บ้านและบอกให้ประชาชนใช้มาตรการประหยัดพลังงานที่คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นรวดเร็ว ราคาอาหารเกือบทุกชนิดขึ้นราคา ค่าขนส่งและค่าไฟฟ้าแพงขึ้น
ความขัดแย้งรุนแรงกระทบกดดันค่าครองชีพ โจมตีรัฐบาลและธนาคารกลางทั่วโลกต้องต่อสู้กับอุปทาน เนื่องจากเอเชียเป็นฮับสำคัญด้านการค้าโลกและเป็นผู้ผลิตอุตสาหกรรมเกือบครึ่งหนึ่งของโลก จึงต้องเพ่งดูเอเชียในมิตินี้
สงครามในตะวันออกกลางกำลังกระทบเอเชียอย่างไร และทำไมเป็นเรื่องสำคัญต่อโลก
เอเชียนำเข้าน้ำมันเกือบ 80% ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งถูกปิดเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ อิหร่านโจมตีเรือผ่านทางช่องแคบนี้
เวียดนาม
เวียดนามเป็นประเทศหนึ่งที่รับแรงกระแทกพลังงานได้น้อยที่สุดในเอเชีย ประมาณการว่า เวียดนามมีน้ำมันสำรองน้อยกว่า 20 วัน
ปากีสถานและอินโดนีเซียมีน้ำมันสำรองอยู่ได้ 20 วัน
อินเดีย ไทย และฟิลิปปินส์มีน้ำมันสำรองอยู่ได้นาน 2 เดือน โดยฟิลิปปินส์ ไทย มาเลเซีย และบูรไนพึ่งพาน้ำมันดิบ 60%-95%
น้ำมันและ LNG ที่ผลิตจากตะวันออกกลางก็ส่งมาที่เอเชียด้วย
LNG ราว 80% ขนทางเรือมาจากกาตาร์ สู่เอเชีย รวมทั้งขนไปที่จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
และน้ำมันดิบของอิรักเกือบ 2 ใน 3 ขนส่งทางเรือไปที่จีนและอินเดีย ที่ซึ่งมีโรงกลั่นน้ำมันดิบเกรดหนัก
แต่หลายๆ โรงกลั่นน้ำมันที่นั่นหยุดการกลั่นหลังอิสราเอลโจมตี โครงสร้างพลังงานอิหร่านที่สำคัญถูกอิสราเอลโจมตี สถานีน้ำมันทั่วตะวันออกกลาง รวมทั้งในกาตาร์ ยูเออี และซาอุดีอาระเบียถูกโจมตี
ไม่เพียงภาวะช็อกจากน้ำมันตะวันออกกลาง แต่ทั่วเอเชียก็ช็อก เรื่องก๊าธธรรมชาติ อันก่อปัญหาด้านความมั่นคงพลังงาน (Energy Security) อีกด้วย
ในช่วงปั่นป่วนนี้ อินเดียต้องหันมาใช้พลังงานฉุกเฉินของตน แล้วเปลี่ยนทิศทางพลังงานของประเทศ หันมาใช้ก๊าซเชื้อเพลิงเหลว (Liquide) ทั้งผู้ใช้พลังงานระดับอุตสาหกรรมและภาคครัวเรือน ที่ไทย รัฐบาลแจ้งต่อหน่วยงานราชการให้ทำงานที่บ้าน เริ่มต้นควบคุมความต้องการน้ำมันของประเทศ
บังกลาเทศ
บังกลาเทศซึ่งพึ่งพาการนำเข้าพลังงานสูงถึง 95% รัฐบาลสั่งปิดมหาวิทยาลัย สั่งปิดไฟในงานเทศกาล เป็นห่วงปั๊มขายน้ำมัน สกัดการกักตุน แล้วเปลี่ยนไปนำเข้าน้ำมันดีเซลจากจีนและอินเดียแทน
เนปาล
เนปาลจะเริ่มต้นปันส่วนก๊าซหุ้งต้มในสัปดาห์นี้
ฟิลิปปินส์
รัฐบาลฟิลิปปินส์ประกาศลดเวลาการทำงานเหลือเพียง 4 วันต่อสัปดาห์สำหรับเจ้าหน้าที่รัฐบาลบางส่วน และกระตุ้นให้ประชาชนปรับความเย็นเครื่องปรับอากาศที่ 24 องศาเซลเซียสหรือสูงกว่านี้
ปากีสถาน
ปากีสถานได้ส่งเรือรบไปคุ้มครองเรือสินค้าของตนในตะวันออกกลาง และแนะนำประชาชนให้ใช้มาตรการประหยัดพลังงาน
เกาหลีใต้
เกาหลีใต้ใช้การบังคับด้านพลังงานของประเทศเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 3 ทศวรรษ ในขณะที่ญี่ปุ่นเร่งระบายน้ำมันจากคลังน้ำมันแห่งชาติออกมาใช้ในสัปดาห์นี้
รัฐบาลของชาติต่างๆ แนะให้มีการแทรกแซงตลาดพลังงาน เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาพลังงาน
ไทย
ไทยอยู่ในช่วงใช้มาตรการน้ำมันดีเซลชั่วคราว เวียดนามกำลังยกเลิกภาษีน้ำมันนำเข้าชั่วคราว และอินโดนีเซียจะเพิ่มการอุดหนุนพลังงาน เพื่อลดอาการช็อกพลังงาน ฟิลิปปินส์ยืนยันให้ชาติที่ขายพลังงานให้ฟิลิปปินส์รักษาสัญญาขายพลังงานให้
อย่างไรก็ตาม มีอยู่ 1 ประเทศเอเชียอาจสามารถต้านทานวิกฤตการณ์พลังงานครั้งนี้ได้คือ จีน
จีนนำเข้าเกือบ 40% ของน้ำมันจากตะวันออกกลาง แต่จีนยังมีน้ำมันดิบสำรองก่อนเกิดสงครามในตะวันออกกลาง 1.4 พันล้านบาร์เรล เป็นน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์
จีนจึงมีสถานะดีกว่า เนื่องจากเป็นชาติพันธมิตรทั้งกับอิหร่านและรัสเซีย ซึ่งทั้งสองประเทศยังอนุญาตให้จีนนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากท่อส่งก๊าซทางบกจากรัสเซีย
จีนยังมีความสัมพันธ์ยาวนานกับอิหร่าน ด้วยเป็นประเทศนำเข้าน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของอิหร่าน แม้ชาติตะวันตกทำการแซงก์ชั่นอิหร่าน และอิหร่านอนุญาตเรือจีนผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แม้อิหร่านบล็อกเรือชาติอื่น
เศรษฐศาสตร์การเมืองว่าด้วยช่องแคบฮอร์มุซ
แม้ว่าช่องแคบฮอร์มุซจะสกัดกั้นเรือชนิดต่างๆ แต่อิหร่านก็ยังอนุญาตให้เรือบรรทุกสินค้าผ่านไปได้ โดยจ่ายด้วยเงินหยวนของจีนผ่านได้
ดูแล้วเป็นการเอียงข้างพลังงานจีน และได้ท้าทายการครอบงำตลาดโลกจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ
อย่างไรก็ตาม สหรัฐยังได้ผลประโยชน์จากวิกฤตการณ์น้ำมันครั้งนี้อย่างน้อยก็ในระยะสั้น
มากกว่านั้นยังเป็นการแข่งขันทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) อันเป็นการแข่งขันทางด้านยุทธศาสตร์การทหารและการสร้างกลุ่มพันธมิตรเพื่อสร้างอิทธิพลทางการเมือง การทหาร และเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐกับจีน
จีนยังคงนำเข้าพลังงานปริมาณมากจากตะวันออกกลาง ส่วนสหรัฐคือผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลก และบริษัทน้ำมันอเมริกันรายใหญ่สามารถได้ประโยชน์จากการที่การผลิตน้ำมันในตะวันออกกลางลดน้อยลง
อีกภาคส่วน
อีกภาคส่วนที่เดือดร้อนจากความปั่นป่วนพลังงานคือ ภาคเกษตร
ประเทศเอเชียส่วนใหญ่พึ่งพาปุ๋ยที่มาจากประเทศอ่าวเปอร์เซีย โดยก๊าซธรรมชาติคือวัตถุนำเข้าสำคัญที่ใช้ผลิตปุ๋ย เช่น ปุ๋ยยูเรียและปุ๋ยซัลเฟอร์จากแคนาดาและรัสเซีย แต่ชาวนาอเมริกันต้องใช้ปุ๋ยราคาแพง เนื่องจากอุปสงค์ปุ๋ยปั่นป่วน ทำให้ราคาเครื่องปรุงอาหารมีราคาแพงขึ้น
อุปทานปุ๋ยตะวันออกกลางปั่นป่วน ทำให้ผู้นำเข้าปุ๋ยรายใหญ่คือ อินเดียและบราซิล ต้องอาศัยผู้ผลิตปุ๋ยจากแหล่งอื่น ปุ๋ยราคาสูงขึ้น ต้นทุนภาคเกษตรเพิ่ม
ผู้ผลิตปุ๋ยรายใหญ่คือ จีน จีนต้องจำกัดการส่งออกปุ๋ย เพื่อปกป้องอุปทานปุ๋ยภายในประเทศ ผู้ส่งออกปุ๋ยของเอเชียต้องจำกัดการส่งออกปุ๋ย
สงครามทำให้ผู้ส่งออกเอเชียเกยตื้น ผู้ส่งออกเหล่านี้ไม่สามารถส่งสินค้าออกผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ผู้ขายตะวันออกกลางปั่นป่วน การสั่งซื้อสินค้ามีความไม่แน่นอนต่อเนื่องในการค้าทางเรือ
ข้าวไทยส่งออกไปตะวันออกกลางถูกกักเข้าคอก หลังความปั่นป่วนการขนส่งทางเรือ บังคับไม่ให้ผู้ส่งออกขนถ่ายสินค้าได้
เรือ 2 ลำขนข้าว 80,000 ตันไปอิรัก ผู้ส่งออกสินค้าเกษตรอินเดียส่งกล้วย ข้าว และพืชเกษตรอื่นๆ ไปตะวันออกกลางได้รับผลกระทบ เกษตรกรถูกบังคับให้ต้องอัพราคาผลิตผลเหลือเท่าราคาผลผลิตในท้องถิ่นที่มีราคาต่ำกว่าผลผลิตของพวกเขา
สงครามตะวันออกกลางส่งผลต่อเอเชียหลายด้าน ทั้งพลังงาน พืชผลทางเกษตรกร และชีวิตผู้คนถ้วนหน้า
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
