โลกทรรศน์ | อุกฤษฏ์ ปัทมานันท์
พิธีการทางการทูต
หวัง อี้ กรรมการคณะมนตรีแห่งรัฐและรัฐมนตรีต่างประเทศจีน และสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศไทย ทั้งสองได้เป็นประธานร่วม ในการประชุมกลไกหารือระหว่าง รมว.ต่างประเทศไทย-จีน ครั้งที่ 3
โดยช่วงต้นของการประชุม นายสีหศักดิ์ได้กล่าวให้การต้อนรับนายหวัง อี้ ว่า ครั้งนี้มาในโอกาสที่สำคัญ เนื่องจากไทยและจีนยังมีการเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ 50 ปี ของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน
หวัง อี้ กล่าวว่า ฝ่ายจีนสนับสนุนรัฐบาลชุดใหม่ของประเทศไทย ในการนำพาประชาชนชาวไทยเดินหน้าตามเส้นทางที่สอดคล้องกับสภาวะในปัจจุบัน เพื่อบรรลุเป้าหมายความมั่นคงของประเทศ ตลอดจนการพัฒนาทางเศรษฐกิจ และชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน
รมว.ต่างประเทศจีนกล่าวอีกว่า ปัจจุบันหน่วยงานต่างๆ ของทั้ง 2 ประเทศ กำลังประสานงานกันอย่างใกล้ชิด ในการพัฒนาการค้าระหว่างจีน-ไทย ให้บรรลุเป้าหมาย ซึ่งจีน-ไทย ไม่ใช่อื่นไกลพี่น้องกัน
อีกทั้งในปีนี้ยังเป็นปีที่รัฐบาลใหม่ของไทยเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ และเป็นปีที่จีนประกาศใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ในระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 (พ.ศ.2569-2573)
ปัจจุบันสถานการณ์ระหว่างประเทศกำลังเกิดการผันผวน แปรปรวน สันติภาพ และการพัฒนาศักยภาพได้รับความท้าทายจากสภาพแวดล้อมภายนอกที่เปลี่ยนแปลง ฝ่ายจีนจึงยินดีร่วมมือกับฝ่ายไทย ในการก้าวข้ามความท้าทายนี้
และหวังเป็นอย่างยิ่งว่ากระทรวงการต่างประเทศระหว่างจีนกับไทย จะร่วมมือกันผลักดันกระบวนการสร้างความทันสมัยของแต่ละประเทศ และปฏิบัติตามภาคีพหุนิยมอย่างแท้จริง
นายสีหศักดิ์ และนายหวัง อี้ จะหารือร่วมกันอย่างไม่เป็นทางการ ที่ จ.กระบี่ เพื่อสานต่อพลวัตความสัมพันธ์หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์และกระชับความร่วมมือระหว่างไทยกับจีน รวมทั้งแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในประเด็นภูมิภาคและระหว่างประเทศร่วมกัน ซึ่งภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม นายสีหศักดิ์จะเป็นผู้แถลงข่าวผลการหารือระหว่าง รมว.ต่างประเทศของไทยและจีน
ประเด็นการหารือ คาดว่าจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการค้า การลงทุน การซื้อสินค้าเกษตรของไทย รวมถึงการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี และการปราบปรามสแกมเมอร์
รหัสนัยภาษาการทูต
Ironclad หรือเกราะเหล็ก Pauk-Phaw หรือเพื่อน เป็นคำที่หวังอี้เลือกใช้กล่าวถึงไทยและเมียนมาในการเยือนหนนี้ แสดงความสำคัญของไทยและเมียนมา กล่าวคือ จีนมีความสัมพันธ์ต่อไทยแข็งแกร่งดั่ง เหล็กกล้า เป็นเกราะคุ้มกัน คำนี้มีความหมายทางการเมืองที่นับมาใช้กันจากยุทธศาสตร์การรบครั้งแรกของราชนาวีฝรั่งเศสที่ใช้สำเร็จกับราชนาวีสหรัฐโดยเปลี่ยนจากเกราะไม้ใน ค.ศ.1862 แล้วใช้เรื่อยมาในยุทธภูมิต่างๆ ของโลก
ส่วนคำว่า Pauk-Phaw หรือเพื่อน เป็นคำที่หวังอี้ใช้แสดงความสัมพันธ์ของจีนกับเมียนมา
คำนี้มาจากการทูตที่จีนช่วยเมียนมาเนื่องจากเกิดเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในเมียนมา
คนที่ใช้คือ Ma Jia ทูตจีนประจำเมียนมา 28 มีนาคม ค.ศ.2025 ช่วงเกิดแผ่นดินไหวในเมียนมา ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และนายกรัฐมนตรีหลี่ เจียง ส่งสารแสดงความเสียใจต่อผู้นำเมียนมา แล้วทางการจีนให้ความช่วยเหลือเมียนมาอย่างมากทั้งให้เงินทุน ทีมแพทย์ ยารักษาโรค วัคซีนต้านมาลาเรีย ให้อาหารสำเร็จรูปและอื่นๆ
อันแสดงความเป็นเพื่อนต่อเมียนมาในยามวิกฤต
ภูมิรัฐศาสตร์สู่การจัดระบียบใหม่
หวัง อี้ เริ่มการเยือนจากกัมพูชา ซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดที่สุดแห่งหนึ่งของจีนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากนั้นมาไทย ซึ่งเป็นรัฐศูนย์กลางของแผ่นดินใหญ่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แล้วจึงเดินทางต่อไปเมียนมา ซึ่งเป็นหลังบ้านยุทธศาสตร์ของจีนด้านมหาสมุทรอินเดีย
ภาพรวม กัมพูชาคือ พันธมิตรที่จีนไว้ใจ
ไทยคือ จุดกลางที่จีนต้องการดึงจากวงของสหรัฐ
เมียนมาคือ พื้นที่เสี่ยงที่จีนปล่อยให้ยุ่งยากจนพังไปไม่ได้
จีน-กัมพูชา
การที่หวัง อี้เดินทางมากัมพูชาก่อน แล้วจึงมาไทย ไม่ควรถูกมองว่าเป็นเรื่องทั่วไป เพราะจีนได้พูดคุยกับผู้นำระดับสูงของกัมพูชาก่อน แล้วจึงนำสัญญาณทางการเมืองบางอย่างมาสื่อสารต่อกับไทย
หลักฐานสำคัญคือ นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ระบุว่า หวัง อี้ ได้สื่อสารว่า กัมพูชาไม่ต้องการสู้รบ ไม่ต้องการเผชิญหน้า และไม่ต้องการความขัดแย้งกับไทยอีกต่อไป อีกทั้งจีนยังพร้อมมีบทบาทช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดในภูมิภาค
สิ่งที่เกิดขึ้นในกัมพูชาก่อนหวัง อี้ เยือนไทย คือการเปิดกลไก 2+2 ระหว่างจีนกับกัมพูชา
คำว่า 2+2 หมายถึง รัฐมนตรีต่างประเทศและรัฐมนตรีกลาโหมของทั้งสองฝ่ายประชุมร่วมกัน นี่ไม่ใช่กลไกทางเศรษฐกิจธรรมดา แต่เป็นกลไกที่ผูกการทูตเข้ากับความมั่นคงและกลาโหมโดยตรง
นั่นคือ จีนกำลังยกระดับความสัมพันธ์กับกัมพูชาจาก “มิตรภาพใกล้ชิด” ไปสู่ “กรอบความมั่นคงร่วม”
แต่จีนยังไม่ได้ให้ไทยอยู่ในกรอบแบบเดียวกัน
จีนพูดกับกัมพูชาในภาษาของพันธมิตรยุทธศาสตร์
แต่พูดกับไทยในภาษาของมิตรภาพแบบครอบครัว
ในคำแถลงของจีนต่อไทย มีการย้ำวลีว่า “จีนกับไทยเป็นครอบครัวเดียวกัน” และพูดถึงความสัมพันธ์ที่มีรากฐานทางสังคมและความรู้สึกของประชาชน
จีนใช้ภาษาประเภท “ironclad friendship” หรือมิตรภาพเหล็กกล้ากับไทย ซึ่งสะท้อนระดับความแน่นของความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์ที่ต่างกัน
กัมพูชาคือพันธมิตรยุทธศาสตร์ลึกซึ้ง
ไทยคือหุ้นส่วนใกล้ชิดที่ยังต้องจัดการด้วยความละมุนละม่อม
จีน-เมียนมา
เมียนมาคือหลังบ้านยุทธศาสตร์ของจีน หลังจากไทย หวัง อี้ เดินทางต่อไปเมียนมา
นี่ก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
เมียนมาสำหรับจีนไม่ใช่แค่ประเทศเพื่อนบ้านที่มีปัญหาการเมืองภายใน แต่เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญมาก
เมียนมาคือทางออกของจีนสู่มหาสมุทรอินเดีย
คือเส้นทางพลังงาน
คือแนวโครงการ Belt and Road Initiative – BRI
คือกันชนด้านมณฑลยูนนาน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความไม่มั่นคงเพราะกองกำลังชนกลุ่มน้อยและความด้อยพัฒนาทางเศรษฐกิจ อันสามารถลุกลามเข้าจีนตอนในได้
และคือสนามที่จีนไม่ต้องการปล่อยให้ตะวันตกหรือความไร้เสถียรภาพเข้ามาแทน
ในช่วงเดียวกัน เมียนมายังอยู่ในภาวะการเมืองที่ตึงเครียด หลังรัฐบาลทหารพยายามปรับสถานะทางการเมืองและสร้างความชอบธรรมใหม่ ทั้งจัดการเลือกตั้งทั่วไป การปล่อยนักโทษการเมืองและลดโทษนางออง ซาน ซูจี ขณะที่หลายฝ่ายในโลกตะวันตกและอาเซียนยังตั้งคำถามต่อกระบวนการทางการเมืองของเมียนมา
ดังนั้น การที่หวัง อี้ พบผู้นำเมียนมา ไม่ได้มีความหมายแค่ในเชิงทวิภาคี แต่ยังช่วยทำให้รัฐบาลทหารเมียนมามีช่องทางความสัมพันธ์ปกติกับชาติมหาอำนาจ
จีนไม่ชอบความวุ่นวายทางการเมืองในเมียนมา แต่จีนก็ไม่ต้องการให้เมียนมาหลุดออกจากวงยุทธศาสตร์ของจีน ความวุ่นวายนี้นับวันซับซ้อนขึ้น กล่าวคือ จากความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลทหารกับชนกลุ่มน้อยกลุ่มต่างๆ ต่อมาชนกลุ่มน้อยเข้มแข็งขึ้นได้รายได้มหาศาลต่อเนื่องจากบ่อนผิดกฎหมายทั้งบ่อนดั้งเดิมและออนไลน์ซึ่งเป็นทั้งศูนย์ค้ามนุษย์ ค้ายาเสพติดด้วย
ซึ่งจริงๆ แล้วลงทุนโดยทุนจีนซึ่งมีทั้งนักการเมืองและนักธุรกิจที่ต้องย้ายฐานการลงทุนเรื่องบ่อนจากจีน และมาเก๊าเพราะทางการจีนห้ามเพราะผิดกฎหมายและผู้เล่นพนันคือคนจีนเอง จนต้องย้ายไปนอกประเทศจีน
เมียนมาไม่ใช่แค่ปลายทางของการเยือนของหวัง อี้ แต่คือหลังบ้านของยุทธศาสตร์จีน ถ้าเมียนมาลุกเป็นไฟ จีนเสียทั้งชายแดน พลังงาน เส้นทางทะเล และอิทธิพลในแผ่นดินใหญ่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ น้ำมันที่ขุดจากแหล่งในอ่าวในมหาสมุทรอินเดียและส่งน้ำมันทางท่อสู่มณฑลยูนนาน
อะไรที่กระบี่ ไทยแลนด์
หวัง อี้ บินไปพูดคุยกับสีหศักดิ์ที่ จ.กระบี่
ในขณะที่ข้อมูล ดร. อักษรศรี พานิชสาส์น ผู้เชี่ยวชาญจีน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ให้ความเห็นในเฟซบุ๊กว่าสหรัฐขอนำเครื่องบินทหารขึ้น-ลงสนามบินกระบี่ถี่จัดหลายสิบรอบช่วงนี้
การจัดระเบียบโลกใหม่เชื่อมต่อไทยอย่างน่าสนใจ ระวังโครงการแลนด์บริดจ์ของรัฐบาลอนุทินด้วยครับ ระเบียบโลกใหม่จีนและช่องแคบมะละกาท่ามกลางวิกฤตการณ์ในตะวันออกกลาง
