bg-single

ภูมิรัฐศาสตร์ของระบบทุนนิยม

08.05.2026

โลกทรรศน์ | อุกฤษฏ์ ปัทมานันท์

ภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) อาจเน้นที่พื้นที่ทางภูมิศาสตร์ได้แก่ ที่ตั้งของประเทศ ขนาดของพื้นที่ แหล่งทรัพยากรธรรมชาติ

บางครั้งเน้นมากเกินไปจนมองว่าเป็น ปัจจัยที่ (พระเจ้า) ให้มา (given factor) อันเป็นแนวคิดการเมืองโลกแนวดั้งเดิม

ช่วงหลังพวกคนรุ่นปัจจุบันมองว่า ภูมิรัฐศาสตร์ไม่ได้อยู่ลอยๆ กลางอากาศแต่เชื่อมโยงบริบทของเศรษฐศาสตร์ ตลาด และการเมืองการตัดสินใจนโยบายของผู้นำอีกด้วย

ที่สำคัญภูมิรัฐศาสตร์ เปลี่ยนแปลงได้ด้วย สำคัญ/ไม่สำคัญ พ้นยุคสมัย มีความสำคัญมากขึ้น/หายหมดไปเพราะสิ้นประโยชน์ อาจขึ้นอยู่กับผู้นำทางการเมืองและนโยบายของพวกเขา

ที่สำคัญระบบทุนนิยมนี่เองที่ประกอบสร้างภูมิรัฐศาสตร์ขึ้นมาโดยเฉพาะช่วงศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมา

สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส สเปน เป็นต้น มั่งคั่งจากลัทธิอาณานิคมในแอฟริกา เอเชียและตะวันออกกลาง หรือกล่าวได้ว่า ทุนนิยมอังกฤษ

ฝรั่งเศสและสเปนแตกหน่อและมั่งคั่งจนต้องสร้างกองเรือรบและกองทัพอันเกรียงไรก็มาจากระบบทุนนิยมนี่เอง เพื่อปกป้องอาณานิคมอันมั่งคั่งของตน

แต่ตอนนี้ ทุนนิยมในศตวรรษที่ 21 สหรัฐที่พลังทางเศรษฐกิจค่อยๆ เสื่อมโทรมลง เมื่อเทียบกับคู่แข่งคนสำคัญคือ จีน

ดังนั้น จึงมีการเคลื่อนไหวรวดเร็วและรุนแรงจาก Trumpism หรือ พวกนิยมทรัมป์ภายใต้ยุทธศาสตร์ สร้างอเมริกาให้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง (Make America Great Again-MAGA) ได้แก่ ปรับลดการใช้จ่ายหลายภาคส่วน รวมทั้งลดการใช้จ่ายความช่วยเหลือต่างประเทศ ยุบเลิกองค์การ USAID ลดบทบาทและอาจลาออกจากองค์กรระหว่างประเทศ เช่น NATO กองทุนการเงินระหว่างประเทศ แม้แต่การเป็นสมาชิกในองค์การสหประชาชาติ

ตัดลดงบประมาณ รวมทั้งปฏิรูประบบการบริหารในระดับมลรัฐ

สั่งลดงบประมาณด้านการศึกษา ในระบบสาธารณสุข กวาดล้างคนต่างชาติที่อพยพเข้ามา ทำงาน/ทำมาหากิน อาศัยและพำนักในสหรัฐออกไปนอกประเทศสหรัฐ

หลายคนมองว่า สหรัฐกำลังกลับไปสู่ยุคเน้น นโยบายภายใน (Domestic policy) เป็นนโยบายมองจากข้างใน (inward looking policy) ไม่มีนโยบายขยายบทบาทสู่นานาชาติ (internationalist) ขยายบทบาท (Expand)

แต่รัฐบาลทรัมป์กลับย้อนแย้ง รัฐบาลของทรัมป์อ้างความเป็นเจ้าของคลองปานามา ไล่กวดบทบาทจีนในคลองและประเทศปานามา ประกาศว่าแคนนาดาเป็นรัฐรัฐหนึ่งของสหรัฐ เช่นเดียวกับเม็กชิโก สหรัฐประกาศเป็นเจ้าของเกาะกรีนแลนด์ที่อยู่ในการควบคุมของเดนมาร์ก

นโยบายและการเคลื่อนไหวเหล่านี้มีผลประโยชน์ทั้งทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ เช่นแหล่งน้ำมัน แหล่งแร่สำคัญ ได้ดินแดนเพิ่มเติมและยังเป็นประโยชน์ทางภูมิรัฐศาสตร์ตอบโต้ทางการทหารต่อรัสเซียและจีนในดินแดนเหล่านี้

มหาอำนาจทางทหารสหรัฐ

ไม่มีใครปฏิเสธพลังอำนาจทางทหารของสหรัฐ ทั้งในแง่อาวุธยุทโธปกรณ์ (ดูชาร์ตที่ตั้งทางทหารที่สหรัฐมีฐานทัพทั่วโลก)

เราควรวิเคราะห์ระบบทุนนิยมสหรัฐและพลานุภาพทางทหารแยกกันไม่ออก พลานุภาพทางทหารปกป้องระบบทุนนิยมสหรัฐ ซึ่งตอนหลังกลายพันธุ์และพัวพันคณาธิปไตย (Oligarchy) ด้วย

คณาธิปไตย ได้แก่ ครอบครัวของทรัมป์และพันธมิตร

ไม่มีใครปฏิเสธความร่ำรวยของโดนัด์ ทรัมป์ ที่เป็นนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

ในภายหลัง เมื่อทรัมป์เป็นประธานาธิบดี เขาและครอบครัวร่ำรวยรวดเร็วและมาก

แต่ไม่ได้มาจากอสังหาริมทรัพย์ เขาและครอบครัวร่ำรวยจาก สินทรัพย์ คริปโต

ความร่ำรวยนี้มีอินไซด์จากฝ่ายบริหารหรือเปล่า แล้วยังมีคนในสมาชิกในครอบครัวร่ำรวยจากหุ้นในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ เช่น ลูกชายของเขา บารอน (Baron) น้องชายเขา อีริค (Eric) ซึ่งถูกกล่าวหาว่า รู้อินไซด์ก่อนเวลาทรัมป์ประกาศนโยบายสำคัญที่เกี่ยวข้อง

ที่สำคัญ ดูเหมือนว่า สงคราม เช่น ในกรณีเวเนซุเอลา อิหร่าน ผลิตภัณฑ์สำคัญที่ต้องใช้ในสงครามและการป้องกันประเทศ เช่น น้ำมัน เหล็ก อะลูมิเนียม บริษัทธุรกิจของลูกชายทรัมป์ อีริคและลูกเขยของเขา Jared Kushner ได้สัญญาซื้อขายผลิตภัณฑ์เหล่านี้จากกระทรวงกลาโหมสหรัฐ เป็นต้น

Jared Kushner ยังเป็นบอร์ดของ Board of Peace ที่เจรจากับคู่กรณีของสงครามทั้งฝ่ายอิหร่านและอิสราเอล

ลูกชายทรัมป์ อีริคลงนามขายอาวุธให้รัฐบาล เป็นบริษัทผลิต โดรน (Drone Firm) ลงนามซื้อขายเมื่อ 30 เมษายน 2026

มีการวิจารณ์ว่า รัฐมนตรีกลาโหม Pete Hegseth มีบริษัทด้านการป้องกันประเทศอีกด้วย

ยังรวมทั้งบริษัทของที่ปรึกษาด้านตะวันออกกลางของรัฐบาลคือ นาย Zack Witkoff

ช่องแคบ ฮอร์มุซ
และช่องแคบ มะละกา
ภูมิรัฐศาสตร์สำคัญของโลก

โปรดสังเกตสหรัฐโดยเฉพาะประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ให้ความสำคัญกับช่องแคบ ฮอร์มุซ (Hormuz) เป็นอย่างมาก

จริงที่ช่องแคบนี้เป็นจุดยุทธศาสตร์ของโลกทั้งช่องทางการขนส่งน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติและปุ๋ย ยังไม่รวมทั้งพืชพรรณธัญญาหาร

ซึ่งอิหร่านก็รู้ถึงความสำคัญของช่องแคบนี้ ดังนั้นผู้นำอิหร่านจึงพยายามมีอิทธิพลควบคุมช่องแคบนี้ให้ได้

อิหร่านมีทั้งความได้เปรียบในแง่ที่ตั้งของประเทศ อิทธิพลทางการเมืองทั้งในอดีตและปัจจุบันและพลังอำนาจทางทหาร แล้วก็รู้ดีว่า สหรัฐพยายามเข้ามา ปรับเปลี่ยนและจัดการระเบียบให้อีกครั้ง (reorder) โดยสลายพลังของอิหร่านแล้วแทนที่ด้วยตัวแทน (Proxy) สหรัฐในตะวันออกกลาง ซึ่งมีทั้งซาอุดีอาระเบียและยูเออี ชาติอาหรับที่นิยมตะวันตกยาวนาน

ในเวลาเดียวกัน เมื่อสหรัฐพยายามจัดระเบียบให้อีกครั้งโดยอ้างตัวอย่าง การกำจัดรัฐอันธพาลเวเนซุเอลาแล้วทำลายรากฐานอำนาจของประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร ด้วยการส่งกำลังเข้าจับกุมตัวเขาและสมุนในข้อหาอาชญากร นักค้ายาเสพติดแล้วแทนที่ด้วยประธานาธิบดีคนใหม่ที่ภักดีอเมริกัน

แล้วรัฐบาลสหรัฐก็ย้ายมาจุดยุทธศาสตร์ที่ใหญ่กว่าเวเนซุเอลาในภูมิภาคทะเลแคริบเบียและละตินอเมริกา สู่ภูมิภาคตะวันออกกลางทันที่อย่างแข็งขัน

แต่ให้สังเกตว่า ไม่ใช่แค่ช่องแคบฮอร์มุซและตะวันออกกลางเท่านั้น

สหรัฐมองเห็นอีกช่องแคบหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ ช่องแคบมะละกา ด้วยเหตุผลคล้ายคลึงกัน ได้แก่ สกัดกั้นจีน

ด้วยช่องแคบมะละกาเป็นช่องแคบลำเลียงน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจากตะวันออกกลาง

ช่องแคบมะละกาเชื่อมกับภูมิภาคสำคัญของโลกและต่อสหรัฐโดยตรงคือ ทะเลจีนใต้ (South China Sea) พื้นที่พิพาทที่ยังไม่สิ้นสุดของหลายชาติทั้งฝ่ายจีนและตะวันตกคือ จีนกับไต้หวัน ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซียบางส่วน

ไม่มีใครสังเกตมากนัก ช่วงนี้เรื่องช่องแคบมะละกาแทนที่จะเป็นสิงคโปร์ กลายเป็นอินโดนีเซียได้เคลื่อนไหวสำคัญหลายประการ

ประการสำคัญคือ มีการตกลงและลงนามระหว่างกันให้สหรัฐส่งเครื่องบินสหรัฐมาลงที่อินโดนีเซียได้ ตามที่รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ Pete Hegseth ลงนามกับรัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย

ช่วงเดียวกันอินโดนีเซียสั่งซื้อเรือรบหลายลำ แน่นอนอาจเป็นการเคลื่อนไหวเนื่องจากความไม่แน่นอนในช่องแคบมะละกาตอนนี้และในอนาคตอันไกล

ตรงนี้มีคนวิจารณ์อินโดนีเซียว่า กำลังแสวงหาปฏิสัมพันธ์ต่อหลายๆ ชาติพร้อมกัน คล้ายนโยบาย เป็นประเทศไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดแบบในอดีต

จริงหรือครับ

ที่ผ่านมา อินโดนีเซียมีปฏิสัมพันธ์ทางการเมือง การทหารและการค้าการลงทุนกับจีนอาจมากกว่าประเทศใดๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บางคนบอกว่า อินโดนีเซียตาบอดตามัว เดินไปไหนไม่ถูก

จริงหรือครับ

อินโดนีเซียมีฐานะเป็นประเทศผู้ในในโลกที่ 3 เป็นประเทศแนวหน้าของโลกมุสลิมอีกทั้งเป็นประชากรมุสลิมใหญ่สุดในโลก เป็นผู้นำทางการเมืองโลกทั้งทางการเมืองและเศรษฐกิจ มีกองทัพขนาดใหญ่ที่เชี่ยวชาญการรบและแสดงพลังทางการทหารในอดีตยาวนาน

การระดมพลังทางการทหารของอินโดนีเซียเป็นการเตรียมการที่มองเห็นแนวโน้มการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ในช่องแคบมะละกาและในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ช่องแคบมะละกาสามารถเป็น จุดควบคุมระดับโลก

มะละกาเป็นคอขวดกว้าง 2.8 กิโลเมตรเชื่อมต่อมหาสมุทรอินเดียกับทะเลจีนใต้ในมหาสมุทรแปซิฟิก ดูแลการค้าระหว่างประเทศราว 30% ของการค้าโลก ทำการขนถ่ายน้ำมัน 23-25 ล้านบาร์เรลต่อวัน เป็น 30% ของการค้าน้ำมันโลก เป็น 80% ของจีนนำเข้าน้ำมันดิบ

มีความสำคัญต่อญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวันและเศรษฐกิจอื่นๆ ในเอเชียตะวันออก ซึ่งนำเข้าน้ำมันและ LNG จากภูมิภาคตะวันออกกลาง

ความวุ่นวายใดๆ ที่ทำให้เรือใช้เวลาเดินทางนานและใช้เส้นทางอื่นรอบอินโดนีเซีย จะเป็นเหตุให้ราคาน้ำมันโลกทะยานขึ้นทันที ค่าขนส่งแพงขึ้นและห่วงโซ่อุปทานน้ำมันโกลาหล โดยเฉพาะกระทบความมั่นคงพลังงานจีน

ดูเหมือนว่า ภูมิรัฐศาสตร์ของระบบทุนนิยมกำลังทำงานของตนในภูมิภาคช่องแคบมะละกาอย่างน่าสนใจและชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

‘อนุทิน 2’ คะแนนร่วง กระทุ้ง รมต.โลกลืม …ฟื้นเชื่อมั่น!
สูตรแคร์ : บทเรียนสิบปีของบอร์ดที่ไม่ต้องรับผิดชอบต่อใคร
ส่องลึกอิหร่าน: 11) ชนชาติส่วนน้อยกลุ่มต่างๆ ในอิหร่าน
ประวัติศาสตร์ไม่น่ากลัว
ซีซาร์สลัดอะโวคาโดไส้กรอก
พาส่อง JAECOO 6T REEV เอสยูวี ราคาต่ำล้าน-เด่นที่ขุมพลัง
เจาะลึกผลงาน ‘ตบสาวไทย’ เปลี่ยนผ่านคืนสู่ทีมชั้นนำโลก?
Cash is King
ราตรีสีทอง
ฟีฟ่ากับแนวทางฟุตบอลโลก 64 ทีม ให้โอกาสหรือเพิ่มรายได้?
เดินตามดาว | ศรินทิรา : ประจำวันที่ 17-23 กรกฎาคม 2569
E-DUANG | กรณี TH-AI PASSPORT คือ เทคโนโลยี ผสาน การเมือง