โลกทรรศน์ | อุกฤษฏ์ ปัทมานันท์
การประชุมสุดยอดระหว่าง 2 มหาอำนาจโลก สหรัฐอเมริกาและจีน 2 วันที่กรุงปักกิ่ง จีน ไม่ใช่เรื่องการหยุดโลก
แต่มีหลายเรื่องที่มีความสำคัญ ด้วยช่วงนี้สหรัฐทำสงครามกับอิหร่าน อันก่อผลให้โลกไร้เสถียรภาพ
ส่วนจีนยังคงดำเนินการต่อเนื่องการครอบงำแร่สำคัญ (Critical Mineral)
อันเป็นสิ่งที่ทำให้จีนเป็นซัพพลายเออร์พลังงานโลกเลยทีเดียว
มีหลายเรื่อง
ข้อมูลจาก Council on Foreign Relation1 ซึ่งเป็น Think Tank สำคัญที่ตั้งอยู่ในกรุงวอชิงตัน สหรัฐ ได้สรุปและประมวลภาพการประชุมสุดยอดสหรัฐและจีนที่ปักกิ่ง ว่าการประชุมสุดยอดทำให้ปักกิ่งมีโอกาสจัดการกับวอชิงตัน
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ควรคุยเรื่อง AI กับจีน และสหรัฐกำลังกดดันจีนในเรื่องนี้อยู่
การครอบงำเรื่องแร่หายาก (Critical Mineral) ของจีนทำให้ปักกิ่งมั่นใจในความเหนือกว่าของจีนในคราวการประชุมสุดยอดครั้งนี้
ไต้หวันอยู่ในเมนูการประชุมสุดยอดครั้งนี้ด้วย
สงครามอิหร่านบั่นทอนด้านพลังงานของทรัมป์ในการประชุมสุดยอดครั้งนี้
ไต้หวันความเสี่ยงอันตรายของทรัมป์
อย่างไรก็ตาม เราควรนำเรื่องไต้หวันในคราวการประชุมสุดยอดมาวิเคราะห์ในบางประเด็น
สำหรับทรัมป์ เส้นทางลดความเสี่ยงความขัดแย้งและไม่ต่อรองยอมสูญเสียไต้หวันเป็นสิ่งต้องทำ
ในมุมของทรัมป์และคณะบริหารของสหรัฐในยุคของทรัมป์คือ สหรัฐควรยังคงเน้นอย่างหนักแน่นสนับสนุนสันติภาพและเสถียรภาพในช่องแคบไต้หวัน และรักษาการเปิดทางให้กับผู้นำทั้ง 2 ด้านของช่องแคบ เพื่อตกลงในเรื่องความแตกต่างของพวกเขา
และที่จะเรียกร้องการทำให้สิ่งกีดขวางเข้มแข็งขึ้น ด้านการเคลื่อนไหวฝ่ายเดียว (unilateral moves) ที่คุกคามสันติภาพและเสถียรภาพในช่องแคบไต้หวัน และยังคงรักษาอิทธิพลทั้งของปักกิ่งและไทเป
ระหว่างชักธงรบในการเยือนของทรัมป์ในปักกิ่ง ทรัมป์เองยังคงคลุมเครือเกี่ยวกับมุมมองของเขาต่อไต้หวัน
ในคำสัมภาษณ์ของทรัมป์ เขามักจะแสดงความโศกเศร้าเรื่องไต้หวันขโมยอุตสาหกรรม เซมิคอนดักเตอร์
ในขณะที่ให้แน่ใจว่า จะไม่มีสงครามในช่องแคบไต้หวันภายใต้การเฝ้ามองของทรัมป์ ทรัมป์จะเล่าเรื่อง มีการแชร์ความเข้าใจการหลีกเลี่ยงความขัดแย้งต่อไต้หวัน แม้ฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐและนักวิชาการจำนวนหนึ่งเตือนล่วงหน้าว่า การเยือนจีนคือความเสี่ยงในการจัดการของทรัมป์ ไต้หวันคือการต่อรองเรื่องชิปในการพูดคุยของทรัมป์กับสี จิ้นผิง
ในส่วนของรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ มาร์โค รูบีโอ และคนอื่นๆ แน่ใจว่า จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงในนโยบายต่างประเทศสหรัฐต่อเรื่องที่อ่อนไหวอันหนึ่ง โดยที่สงครามและสันติภาพเป็นเรื่องอ่อนไหวที่สุดของนโยบายต่างประเทศสหรัฐ
ในชั่วโมงของการสนทนากับสี จิ้นผิง ที่ปักกิ่ง ทรัมป์เสนอเปิดหน้าต่างให้เห็นความคิดของทรัมป์ ทรัมป์ทำความชัดเจน เขาไม่มองว่ามีใครไปสู่เอกราช และไต้หวันต้องการความเยือกเย็นกับจีน ทรัมป์ถามว่า มันสมเหตุสมผลต่อการที่กองกำลังอเมริกันเดินทางไกล 9,500 ไมล์เพื่อทำสงคราม และทรัมป์พูดว่า เขาพิจารณาขายอาวุธอเมริกันมูลค่า 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์ให้ไต้หวัน อันนี้เหนือชั้นการดีลกับสี จิ้นผิง
ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Fox News ว่าประเด็นเรื่องไต้หวัน เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดสำหรับสี จิ้นผิง ส่วนตัวเขาเองต้องการให้สถานการณ์ของเกาะไต้หวันควรอยู่เช่นเดิม (status quo)
“…ผมอยากให้มันคงสภาพเดิมแบบนี้ต่อไป เราคุยกันทั้งคืนเกี่ยวกับประเด็นนี้ ผมคิดว่าตอนนี้ผมก็รู้จักไต้หวันมากกว่าที่ผมรู้จักประเทศอื่นๆ เกือบทุกประเทศ…” ทรัมป์กล่าว
อย่างไรก็ตาม มีนักวิเคราะห์จำนวนมากมองว่า การประชุมสุดยอดสิ้นสุดลงโดยไม่มีการประกาศข้อตกลงที่เป็นรูปธรรมใดๆ ในขณะที่กระทรวงต่างประเทศจีนออกมาซูฮกยกย่องการประชุมสุดยอดครั้งนี้เป็นเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ เป็นความจริงหรือที่ไม่มีการตกลงอะไรเลย
เรื่องที่ไม่ค่อยมีใครบอก
สําหรับผม ผมสนใจและตั้งคำถามเรื่องซีอีโอระดับโลกร่วมเดินทางไปจีนกับทรัมป์ครั้งนี้ มีบางคนบอกว่า ทรัมป์เป็นคนชวนเขาไปนั่นคือ Jensen Huang ซีอีโอ Nvidia บริษัทยักษ์ด้านเทคโนโลยีอเมริกัน
ผมมองว่าเรื่องของซีอีโอร่วมเดินทางไปกับทรัมป์ ไม่ใช่แค่เกรงใจทรัมป์ มันมากกว่าคอนเนกชั่นและผลประโยชน์ทางธุรกิจตื้นๆ เราควรไล่ดูรายชื่อซีอีโอเหล่านี้ก่อน
Jacob Thaysen – Illumina
Cristiano Amon – Qualcomm
David Solomon – Goldman Sachs
Michael Miebach – Mastercard
Sanjay Mehrotra – Micron
Jane Fraser – Citigroup
Tim Cook – Apple
Elon Musk – Tesla/Space X
Brian Sikes – Cargill
Kelly Ortberg – Boeing
Jensen Huang – Nvidia
Lawrence Culp – GE Aerospace
Larry Fink – BlackRock
Ryan McInerney – Visa
Stephen Schwarzman – Blackstone
มูลค่าการลงทุนของซีอีโอกลุ่มนี้ราว 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐกับจีน แม้ว่ามีความขัดแย้งทางการค้าอยู่หลายปี และทรัมป์ขึ้นภาษีการค้าต่อจีนสูงสุด 125% แต่บริษัทอเมริกันมองเห็นชนชั้นกลางและผู้บริโภคจีนเติบโตตามการเติบโตของตลาดจีน
ผลประโยชน์ของทรัมป์และเครือข่าย
แม้ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ ทรัมป์ให้สัมภาษณ์จีนตกลงซื้อเครื่องบิน Boeing 200 ลำ ประธาน Kelley Ortberg ของ Boeing บอกจีนซื้อเครื่องบิน 200 ลำรุ่น 737 Maxjets ก่อนหน้านั้นซื้อเพียง 50 ลำ
ทรัมป์ได้ทั้งการยอมรับในดีลธุรกิจสำเร็จ ได้ทั้งคะแนนนิยมจากฐานเสียงในประเทศจากการที่จีนซื้อถั่วเหลือง หลังจากเกษตรกรอเมริกันเดือดร้อนที่ทรัมป์ตอบโต้จีนปีที่แล้ว รัฐบาลทรัมป์สั่งหยุดส่งออกสินค้าเกษตรชั่วคราว รวมทั้งเนื้อวัวจากสหรัฐ
บริษัทด้านการเงินได้แก่ BlackRock และ Citigroup เข้าตลาดการเงินจีน เพื่อช่วยลูกค้าที่ต้องการบริการการเงิน แลกเปลี่ยนข้ามประเทศ
Biotech Technology เช่น Illumina กระทบห้ามส่งออกจากรัฐบาลสหรัฐ
รวมทั้งเซมิคอนดักเตอร์ เคยถูกควบคุมการส่งออก ชิปก้าวหน้า ของ Nvidia ของ Jensen Huang เข้าตลาด AI จีนได้แล้ว
ที่น่าสนใจมาก ทรัมป์ซื้อหุ้น Nvidia 2 หมื่นล้านดอลลาร์ก่อนขายผลิตภัณฑ์ให้กับจีน ทรัมป์ซื้อหุ้นมูลค่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ กว้านซื้อบริษัท Nvidia ก่อนรัฐบาลของเขาอนุมัติขายชิปให้กับจีน มีเอกสารเปิดเผยข้อมูลทางการเงินระบุว่า ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2026 ประธานาธิบดีทรัมป์มีรายงานธุรกรรมทางการเงินอยู่หลายพันรายการ รวมมูลค่าหลายร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งรวมถึงการซื้อและขายหุ้นบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีเช่น NVIDIA, Microsoft, Amazon และเอกสารที่ทรัมป์ยื่นต่อสำนักงานจริยธรรมรัฐบาลสหรัฐ (Office of Government Ethics : OGE) แสดงให้เห็นธุรกรรมมากกว่า 3,700 รายการ โดยมูลค่าของแต่ละรายการถูกระบุเป็นช่วงตัวเลขแทนมูลค่าที่แน่นอน
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ธุรกรรมเหล่านี้ซึ่งถูกเปิดเผยต่อสาธารณะในวันต่อมา มีมูลค่ารวมรวมอยู่ระหว่าง 220-750 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 7,100-24,500 ล้านบาท เอกสารยังชี้ว่า การซื้อขายขนาดใหญ่ของทรัมป์ส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในปี 2026 ที่ทรัมป์เข้าซื้อ
เช่นเคย เหมือนกับที่ครอบครัวทรัมป์ทั้งน้องชาย ลูกชายของทรัมป์ Barron Trump ซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ก่อนทรัมป์ประกาศสำคัญ
คล้ายกับที่น้องชายของเขาขายผลิตภัณฑ์ด้านการป้องกันประเทศ เช่น เหล็ก อะลูมิเนียมให้หน่วยงานรัฐ ในขณะที่ทรัมป์และรัฐบาลทำสงครามกับอิหร่านและในภูมิภาคตะวันออกกลาง
แน่นอน ลูกเขยของทรัมป์ Jared Kushner เป็นทั้งกรรมการใน Board of Peace ทั้งที่เขาไม่มีตำแหน่งในรัฐบาล ไม่ได้เป็นฝ่ายนิติบัญญัติ ลูกเขยทรัมป์ได้ไปเจรจากับอิหร่าน อิสราเอลในสงครามตะวันออกกลาง
คำถาม
ใครคือ ผู้ชนะในสงครามตะวันออกกลาง
ใครคือ ผู้ชนะในความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับจีน
ทำสงครามเมื่อใดก็มีคนร่ำรวยจากหุ้น ค้าอาวุธ ขายผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับการป้องกันประเทศให้หน่วยงานรัฐบาลสหรัฐ
การต่อกรกับทางการจีน ก็มีนักธุรกิจได้ประโยชน์จากการปรับลดกฎกติกากีดกันการค้า การส่งออก และการลงทุนในจีน
ใครล่ะ ถ้าไม่ใช่ทรัมป์และเครือข่าย
อีกแล้ว
1 “At the Trump-Xi Summit, China will have the upper hand” Council on Foreign Relations, May 10, 2026.
