โลกทรรศน์ | อุกฤษฏ์ ปัทมานันท์
สถานการณ์การเมืองเมียนมาเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเมื่อเกิดแรงผลักดันทั้งจากการเมืองภายในและการเมืองในภูมิภาคโดยเฉพาะจากอาเซียน รวมทั้งจากการเคลื่อนไหวของไทย
วันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม มีการจัดประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมาที่กรุงเทพฯ และพัทยา ประเทศไทย
สื่อมวลชนอาจพอรับรู้การเคลื่อนไหวนี้ แต่ประชาชนไทยแทบไม่ระแคะระคาย
สื่อต่างประเทศและสื่อทางการเมียนมาคือ The Global New Light of Myanma ได้ยืนยันว่า พลเอกอาวุโส มิน อ่อง ลาย ผู้นำสูงสุดของเมียนมาจะเยือนไทยอย่างเป็นทางการในเดือนสิงหาคมนี้ แม้ยังไม่มีรายละเอียด แต่คงไม่พ้นการเยือนที่เสริมบทบาททางการเมืองระหว่างประเทศของรัฐบาลทหารเมียนมา
บทความนี้จะทดลองวิเคราะห์ว่า เกมเมียนมาที่กรุงเทพฯ เป็นอย่างไรและทำไมจึงเกิดเกมการเมือง โดยวิเคราะห์ว่าใครและประเทศไหนได้รับผลสืบเนื่องจากเกมนี้
เกมเมียนมาที่กรุงเทพฯ
จุดยืนของเนปยีดอ
ชัดเจนว่า ระบอบทหารเมียนมาปฏิเสธฉันทานุมัติ 5 ข้อ (5 Point Consensus – 5PC) ของอาเซียน
ระบอบทหารเมียนมายืนยันว่า อาเซียนต้องฟื้นฟูการมีส่วนร่วมที่เท่าเทียมและสมบูรณ์และต้องอนุญาตให้เมียนมาผลักดันตัวเองเข้าสู่เส้นทางความเป็นจริงทางการเมืองของเมียนมา
นี่เป็นคำแถลงของรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศเมียนมา My Tin Muang Swe ซึ่งคำแถลงการณ์ของรัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมาอ้างความชอบธรรมของการกระทำของเมียนมาต่ออาเซียนและการเมืองในภูมิภาคว่า มาจากรัฐสภาของสหภาพเมียนมาที่ใช้การเคลื่อนไหวและการยอมรับเมื่อ 9 กรกฎาคม ให้รัฐบาลทหารเมียนมาทบทวน
เท่ากับปฏิเสธต่อฉันทานุมัติอาเซียน แต่ให้อาเซียนยอมรับความจริงทางการเมืองในเมียนมาคือ การดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของ พลเอกอาวุโส มิน อ่อง ลาย หรือให้อาเซียนทั้งกลุ่มยอมรับและทำตามเงื่อนไขของเมียนมาประเทศเดียว
โดยรัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมาให้เหตุผลว่า หลักการพื้นฐานอาเซียนไม่คงที่และไม่สะท้อนความเป็นจริงทางการเมืองปัจจุบันในเมียนมา
รัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมาท่านนี้บอกคู่พันธมิตรอาเซียนของเขาว่า รัฐบาลเมียนมาเป็นรัฐบาลเลือกตั้งประชาธิปไตย มีความรับผิดชอบ เป็นการปฏิบัติตามการตัดสินใจของรัฐสภาเมียนมา
เขายังเพิ่มเติมว่า เมียนมาจะร่วมมือต่อไปกับอาเซียน มีความเป็นไปได้ที่จะขยายความร่วมมือ แต่เน้นความต้องการแนวทางสร้างสรรค์คงที่กับความจริงโดยพื้นฐาน
รัฐมนตรีท่านนี้พูดว่า เป็นเรื่องซ้ำๆ ในที่ประชุมไม่เป็นทางการว่า ความพยายามเพื่อสันติภาพ เสถียรภาพและความมั่งคั่ง จะดำเนินต่อไปผ่านเมียนมานำ แนวทางเมียนมาเองในแนวทางสถานการณ์ประเทศจริง ในขณะที่ปกป้องผลประโยชน์และสิทธิพื้นฐานของประชาชนเมียนมาก็ต้องดำเนินไป
ฉันทานุมัติ 5 ข้อของอาเซียน
ที่เมียนมาปฏิเสธ
ฉันทานุมัติ 5 ข้อประยุกต์ในการประชุมที่จาการ์ตา อินโดนีเซีย เมษายน 2021 คือเรียกร้องให้รัฐบาลทหารเมียนมายุติความรุนแรงทันที ให้มีการเจรจาทุกฝ่าย มีความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและอนุญาตการเข้าถึงของคณะทูตจากอาเซียนและนานาชาติ
ผู้นำทหารเมียนมาเพิกเฉยฉันทานุมัตินี้ทันที มีการโต้เถียงในรัฐสภาเมียนมาก่อนการประชุมที่กรุงเทพฯ 12 กรกฎาคม 2026 ส.ส.ของเมียนมาแย้งว่า ฉันทานุมัติของอาเซียนเซาะกร่อนบ่อนทำลายอธิปไตยเมียนมาและความเท่าเทียมภายในอาเซียนและละเมิดหลักการของอาเซียนคือ การไม่แทรกแซงกิจการภายในของประเทศสมาชิกอาเซียน
พวก ส.ส.เมียนมาอ้างว่า ฉันทานุมัติไม่สอดคล้องกับความจริงทางการเมืองเมียนมา ซึ่งเป็นรัฐบาลจัดการเลือกตั้ง และได้แต่งตั้งพลเอกอาวุโส มิน อ่อง ลาย เป็นประธานาธิบดี
ระบอบทหารเมียนมาอ้างว่า ผู้นำรัฐประหาร มิน อ่อง ลาย ไม่เคยตกลงกับฉันทานุมัติ โดยทำเป็นภาคผนวกในแถลงการณ์ของประธานาธิบดีมากกว่าผูกมัดเป็นข้อสัญญา
ทำไมเกมเมียนมา
จึงเกิดขึ้นและผลที่ตามมา
กล่าวอย่างง่าย เกมเมียนมาหมายถึง ความเข้มแข็งและขัดขืนของเมียนมาต่อฉันทานุมัติอาเซียน เกิดขึ้นหลังจากทางการจีนได้หนุนเมียนมาอย่างเต็มที่ ให้เมียนมากลับคืนสู่กลไกนานาชาติและอาเซียน ทำให้ผู้นำทหารเมียนมากล้าหาญผลักดันบทบาทเมียนมาในอาเซียน
จีนนั้นมีผลประโยชน์มากมายในเมียนมา จีนมีนโยบายสองด้านคือ เจรจากับกองกำลังชนกลุ่มน้อย โดยเฉพาะกองกำลังกะเหรี่ยงที่อยู่ในเขตรัฐฉานซึ่งอยู่ติดชายแดนจีนในมณฑลยูนนาน มณฑลยากจนและต้องการการค้ากับเมียนมาไม่ว่ากับกลุ่มไหน ซึ่งเป็นบริเวณที่มีกองกำลังของกลุ่มสแกม ค้ายาเสพติด ทำบ่อนการพนันและค้ามนุษย์ อันส่งผลต่อคนจีนโดยตรงด้วย
ในเวลาเดียวกัน จีนยังเป็นประเทศคู่ค้าและนักลงทุนรายใหญ่ของเมียนมาอีกด้วย รวมทั้งจีนยังลงทุนก่อสร้างเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำขนาดใหญ่ เขื่อนมิต โซน
ดังนั้น ความสัมพันธ์จีนต่อเมียนมาแน่นแฟ้นอย่างมาก แล้วจีนก็ไม่โต้แย้งจุดยืนของเมียนมาในอาเซียน
นอกจากความแน่นแฟ้นของจีนต่อเมียนมาช่วยให้พลังอาเซียนอ่อนแอลงแล้ว ชาติสมาชิกอาเซียนก็มีท่าทีอ่อนโยนต่อเมียนมา
รัฐมนตรีต่างประเทศมาเลเซียเยือนกรุงเนปยีดอพฤษภาคม 2026 ก่อนหน้าที่รัฐมนตรีต่างประเทศไทย สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ไปเยือนเมียนมาไม่กี่สัปดาห์
ในขณะที่พลเอกอาวุโส มิน อ่อง ลาย เดินทางเยือนนครเวียงจันทน์ของ สปป.ลาว ซึ่งเป็นประเทศแรกของอาเซียนหลังเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี เท่ากับลดแรงกดดันของอาเซียนต่อเมียนมา พร้อมกับบั่นทอนฉันทานุมัติอาเซียนอีกด้วย
ลองคิดดู การเยือนกรุงเทพฯ ของพลเอกอาวุโส มิน อ่อง ลาย เดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้จะลดแรงกดดันของอาเซียนต่อเมียนมาขนาดไหน ไทยเป็นประเทศที่สองของอาเซียนที่ประธานาธิบดีเมียนมาเยือน แล้วนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นผู้เชิญนายพลผู้ทรงอิทธิพลของเมียนมาเอง ในขณะที่ท่าทีของทางการไทยก็ต้อนรับรัฐบาลทหารเมียนมาอยู่แล้ว
จุดยืนของไทย
ไทยยืนยันโดยรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ว่า ไทยจะเป็นสะพานให้เมียนมา ทั้งนี้ คาดว่าสะพานนี้จะนำเมียนมากลับสู่สภาพเดิมของเมียนมาในการเป็นสมาชิกอาเซียนที่สมบูรณ์และเท่าเทียม
ผลดียังคาดว่าจะเป็นการช่วยแก้ปัญหาสำคัญในเมียนมา โดยเฉพาะเรื่องยาเสพติด การหลอกลวงข้ามชาติโดยกลุ่มสแกม บ่อนการพนันตามตะเข็บชายแดน
ทางการไทยอ้างเสมอเรื่องไทยและเมียนมามีชายแดนติดต่อกันยาวมาก ความเป็นประเทศเพื่อนบ้าน
ความสำคัญของเมียนมาในฐานะจุดเชื่อมต่อทางภูมิรัฐศาสตร์ต่อจีนและอินเดีย แรงงานย้ายถิ่นจำนวนมหาศาลในไทย เป็นแหล่งพลังงานหนึ่ง
เมียนมายังเคยเป็นที่หมายของท่าเรือน้ำลึกทวาย ซึ่งช่วงหนึ่งผู้นำไทยมุ่งหมายให้เป็นท่าเรือน้ำลึกสำคัญของไทยเชื่อมต่อมหาสมุทรอินเดีย
ในขณะที่ชนชั้นนำทางนโยบายกล่าวถึงแต่ความมั่นคงและความมั่งคั่งอันสืบเนื่องจากเมียนมา แต่พูดถึงประชาธิปไตย การละเมิดสิทธิมนุษยชน การปล่อยตัวนักโทษการเมือง อันรวมถึงนางออง ซาน ซูจี ในเมียนมาน้อยลง จนแทบไม่ได้ยิน
เกมเมียนมาที่กรุงเทพฯ จึงสำคัญต่อเมียนมาแน่นอน เมียนมาได้และมีแต้มต่อทางการเมืองภูมิภาคในแง่นี้ ไทยจะได้อะไร กล่าวคร่าวๆ ที่สุด ความเสี่ยง ต่ออาเซียนก่อเกิดจากการประชุมที่กรุงเทพฯ ด้วย
