100 วันหลัง 7 ตุลาคม 2023 สหรัฐยังไม่มีแผนยุทธศาสตร์ในตะวันออกกลาง
โลกทรรศน์ | อุกฤษฏ์ ปัทมานันท์
สงครามในตะวันออกกลางเวลานี้ดำเนินมาโดยที่หลายฝ่ายจับจ้องแต่เหตุการณ์โจมตีของฝ่ายต่างๆ ทั้งสหรัฐและพันธมิตรต่ออิหร่านและตัวแทน
แต่ไม่ค่อยมีคนวิเคราะห์ ภาพใหญ่ของตะวันออกกลาง ซึ่งอาจฉายภาพที่คลี่ให้เห็นหลายแง่มุม
ได้แก่ ผู้เล่นหลักและผลกระทบสถานภาพของผู้เล่นเหล่านี้ จนถึงผลต่อทิศทางที่เป็นไปของภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งบทความนี้จะเน้น
100 วันหลัง 7 ตุลาคม 2023 ตะวันออกกลางดูเหมือนเดิม แต่ก็มีการเปลี่ยนแปลงไปมากเหมือนกัน ได้แก่ กาซา อยู่บนซากปรักหักพังที่อิสราเอลยึดครองได้เกือบ 70% ของดินแดนและกลุ่ม Hamas ปกครองส่วนที่เหลือ
ส่วน West Bank กำลังคุกรุ่นด้วยความรุนแรงต่อเนื่องจากกลุ่มหัวรุนแรงสุดโต่งและขโมยดินแดน กลุ่ม Hezbollah ตกต่ำลงแต่ก็ยากที่จะออกไป มีการข่มขู่ที่จะทำลายการเจรจาล่าสุดของอิสราเอล เลบานอน สหรัฐในกรอบไตรภาคี
ซีเรียทำงานก้าวหน้า ระบอบ Hezbollah ซึ่งช่วยโค่นล้มผู้นำคนเดิม Bashar al-Assad แต่ประเทศกลับย้อนแย้งที่ช่วยอิสราเอลโจมตีอิหร่านในดินแดนของซีเรียเอง
และบางทีสำคัญที่สุดคือ ทหารสหรัฐและอิสราเอลรณรงค์อย่างดุร้ายต่อต้านอิหร่านที่โอบอุ้มโดยระบอบสาธารณรัฐอิสลาม ให้ความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจและการเงิน ช่วยให้อิหร่านเหนือกว่าและควบคุมเหนือช่องแคบฮอร์มุซ
ผลกระทบระยะยาว
และผลต่อสหรัฐ อิสราเอล และภูมิภาค
แม้ยังไปไม่ถึงแนวคิดด้านความมั่นคงแห่งชาติอิสราเอลได้เปลี่ยนจาก อำนาจและการปกป้อง สู่ อำนาจและการจับจอง ผลการรณรงค์อย่างแข็งขันโจมตีศัตรูของตนในกาซา เลบานอน และซีเรีย เห็นอำนาจทางทหารคือ จุดหมายในจุดหมายของมันเอง ไม่ใช่เป็นความรู้สึกจริงหรือยุทธศาสตร์ ที่เปลี่ยนมันสู่ผลได้ทางการเมืองยาวนาน
อย่างไรก็ตาม ผลของอำนาจ ผลคือพลเมืองของตนบาดเจ็บ ตอนนี้ทัศนะนี้ถูกหยิบฉวยโดยนายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู ซึ่งพูดเกี่ยวกับ ความขัดแย้งที่ไม่มีที่สิ้นสุดกับเพื่อนบ้านอิสราเอล
ตั้งแต่ 7 ตุลาคม 2023 หรือแม้แต่ก่อนหน้า สหรัฐเหมือนนักเดินทางในนิยาย Gulliver คือเดินทางออกนอกเส้นทางในภูมิภาคที่ตนไม่รู้แท้จริง ยุ่งเกี่ยวกับอำนาจทั้งใหญ่และเล็กที่ใครก็ไม่แชร์ผลประโยชน์ของตนและมีภาระหนักจากภาพหลอนของตนเองและการเมืองภายใน
เช่น ประธานาธิบดีสหรัฐ โจ ไบเดน จะไม่ทำตัวเหนือกว่าอิสราเอลเพราะความผูกพันยาวนานกับอิสราเอล
ในขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีหลุมโพรงของความชำนาญของรัฐบาลสหรัฐและ ฝ่ายต่างๆ ด้วยไม่มียุทธศาสตร์ชัดเจนอื่นนอกจากผลักดันให้จบเร็วด้วยผลประโยชน์ทางการเมืองและการเงินของตัวเองในภูมิภาค และความต้องการสรรเสริญตัวเอง
ปริศนาคำทายวอชิงตัน อันกระทบอิสราเอลและเพื่อนๆ ทั้งหมดของสหรัฐในภูมิภาคคือ ผู้นำสหรัฐปฏิเสธการยอมรับว่าพวกเขาไม่สามารถเปลี่ยนแปลงภูมิภาค พวกเขาไม่มีวิสัยทัศน์ หรือเจตจำนง จัดรูปแบบและบริหารยุทธศาสตร์ที่สง่า ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ไม่มียุทธศาสตร์และไม่ช่วยให้หลุดพ้นจากภายนอก ออกจากการตะเกียกตะกายของสหรัฐ เพื่อกำหนดผลประโยชน์ของตัวเอง รวมทั้งของเหล่าเพื่อนของตน
สหรัฐเผชิญ 5 สิ่งท้าทาย
1.พันธมิตรอเมริกัน อิสราเอล (ครั้งหนึ่ง) เป็น David (ชายหนุ่มกล้าหาญสังหารยักษ์) (ตอนนี้) เป็น Goliah (ยักษ์)
ร่วมหอกับนโยบายที่ใช้ การครอบงำอย่างมากเพื่อแก้ความกังวลด้านความมั่นคงโดยปราศจากยุทธศาสตร์ทางการเมือง ความจริงคือ อิสราเอลเผชิญการท้าทายด้านความมั่นคงโดยเฉพาะจากอิหร่านและเหล่าตัวแทน ที่ได้โจมตีอิสราเอลระหว่างสงครามกาซา โดยอิสราเอลลดทอนอำนาจทางทหารของ Hezbollah ในเลบานอน และได้เปิดโอกาสความเสี่ยงต่อรัฐบาลเลบานอนยืนยันการควบคุมดินแดน
ที่สำคัญ สหรัฐตัดสินใจร่วมกับอิสราเอลโจมตีอิหร่านเมื่อมิถุนายน 2025 การปฏิบัติการร่วมทางทหารที่ไม่คาดการณ์มาก่อน ได้ให้ความสำเร็จบางส่วน เช่นต่อโครงสร้างพื้นฐานนิวเคลียร์อิหร่าน แต่พวกเขายุติการให้ความช่วยเหลืออิหร่านคือ อาวุธทางยุทธศาสตร์ที่เอาไปใช้ในการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ รวมทั้งค่าธรรมเนียมผ่านทาง (ใกล้สำเร็จ) มีความวิตกกังวลต่อการเดินออกจากความขัดแย้ง ทรัมป์ปิดทางไม่ให้สหรัฐเจรจากับอิสราเอลและอิหร่านซึ่งข้อตกลงยอมรับความต้องการของอิหร่านตกไป
2. สงครามสหรัฐ-อิสราเอล
มีความซับซ้อนต่อพันธมิตรสหรัฐในประเทศกลุ่มอ่าว ครั้งหนึ่งได้เห็นความมั่นคงและเสถียรภาพ ตอนนี้ถูกฉกฉวยจากความท้าทายทางเศรษฐกิจและพลังงานในช่วงเกิดสงครามนี้ รูปแบบนี้เรียกว่า ดูไบ โมเดล ซึ่งขึ้นอยู่กับความมั่นคงและเสถียรภาพก่อการพัฒนาธุรกิจและการเงิน ซึ่งไม่มีอีกแล้ว
อิหร่านโจมตีบางรัฐในอ่าวหนักกว่าโจมตีอิสราเอล “รัฐในอ่าวสงสัยว่า มีจริงหรือเปล่าการรับประกันความมั่นคงอเมริกันในภูมิภาค” พวกเขาไม่ปรึกษาก่อนสงครามเริ่มต้น และพวกเขาสามารถเห็นการทูตอเมริกันนำในทิศทางช่วยเสริมกำลังอิหร่าน
3. โลกอาหรับเผชิญความผิดปกติการทำหน้าที่และรัฐล้มเหลว
โลกอาหรับประชากรเติบโตมาก คนตกงานจำนวนมาก ความไม่มั่นคงทางทหาร ขาดอิสรภาพพื้นฐานและสิทธิ์ ในเลบานอน ซีเรีย อิรัก ลิเบีย และเยเมน รัฐบาลหยิบฉวยจากความจริงต่างๆ ของการบริหารที่เลวร้าย เศรษฐกิจไม่เท่าเทียมและการคอร์รัปชั่นชัดเจน พันธมิตรที่มั่นคงกับสหรัฐ ได้แก่ อียิปต์และจอร์แดน มีภาระจากการท้าทายพวกเขา และไม่สามารถคาดการณ์อิทธิพลของพวกมัน มีผลต่อการท้าทายที่ 4
4. ช่วงหลัง 7 ตุลาคม “เกิดสุญญากาศ” มีความเป็นไปได้การทะยานขึ้นของฝ่ายสำคัญในภูมิภาคของ 3 ที่รัฐไม่ใช่รัฐอาหรับตะวันออกกลางคือ ตุรกี อิสราเอล และอิหร่าน
ทั้งหมดมีความสำคัญทางเศรษฐกิจและมีมากกว่าความสามารถทางทหารและองค์การข่าวกรอง นั่นคือ เป็น 1 ในสมาชิกของ NATO (ตุรกี) มี 1 ในผู้ใกล้ชิดที่สุดของสหรัฐ (อิสราเอล) และทั้ง 3 รัฐผ่านความอ่อนแอในแนวทาง จะคงมีอำนาจไปอีกหลายปี
ทั้งหมดคืออะไรที่รัฐอาหรับขาด นั่นคือ ความสามารถคาดการณ์อำนาจและอิทธิพลนอกดินแดนของพวกเขา
5. ผลที่มีความร้ายแรงและเป็นอันตรายต่อผลประโยชน์สหรัฐและการยืนในภูมิภาค
สำหรับความมั่นคงสหรัฐ สหรัฐกำลังสร้างความไว้วางใจและความเชื่อมั่นว่า มีเพื่อนและพันธมิตรที่เคยมีความผูกพันกับสหรัฐ แต่จากการบริหารเรื่องนี้กลับไม่ปรากฏอุทิศความสนใจมากเหมือนเมื่อก่อนหน้านี้ จากคำกล่าวของรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ
แม้ก่อนเกิดสงครามกับอิหร่าน เพื่อนภูมิภาคสงสัยต่อนโยบายสหรัฐ ดูเหมือนชอบสร้างระยะห่างของสหรัฐจากพันธมิตรและเพื่อนทั้งในตะวันออกกลางและในยุโรป
เมื่อสหรัฐกลับบ้าน
สหรัฐกำลังเผชิญกับอะไรเมื่อกลับบ้าน สหรัฐกำลังแย่งชิงชุดความแตกต่างของผลกระทบในการทำสงครามกับอิหร่านและตัวแทน
ความสัมพันธ์สหรัฐ-อิสราเอลอ่อนแอ แม้ยังไม่แตกละเอียด แต่ต้องการซ่อมแซม ปฏิบัติการ ติเตือนที่ไม่เคารพพระเจ้า เสนอต่อประธานาธิบดี (ทรัมป์ชอบท้าทายตรงนี้) และนายกรัฐมนตรีเนทันยาฮู อีกด้านหนึ่ง มันเตือนว่า ใครมีอำนาจใหญ่ในความสัมพันธ์นี้ แต่อีกด้านหนึ่ง มันเกิดคำถามต่อความสัมพันธ์ยั่งยืนในปัจจุบัน
การเมืองภายในสหรัฐเปลี่ยนไปด้วยในภาพที่ไม่เคยเห็นมาก่อน อิสราเอลกลายเป็น กุญแจสำคัญของการเลือกตั้งทั่วสหรัฐ ไม่ง่ายแบบไม่ตกลงกับนโยบายต่ออิสราเอล แต่มีคำถามว่า สหรัฐควรหนุนอิสราเอลทั้งหมดหรือเปล่า
ครั้นล็อบบี้ยิสต์นิยมอิสราเอลมีอำนาจและเงินทุนกลุ่มต่างๆ ได้เปลี่ยนฝ่ายก้าวหน้าผู้เชื่อเรื่องการสังหารหมู่และฝ่ายโดดเดี่ยวน้อย การที่ทั้งคู่หนุนอิสราเอลจึงเป็นตัวทดสอบผู้สมัครรับเลือกตั้งสหรัฐ ผู้โดดเด่นในประเด็นเหล่านี้เปลี่ยนเป็น ต่อต้านเชื้อชาติ ทั้งฝ่ายขวาและซ้ายที่ไม่เห็นในสหรัฐมาหลายทศวรรษ
แนวโน้ม
กลับไปที่คำทำนายอเมริกันในภูมิภาค คำอธิบายเรื่องนี้ง่ายในการอธิบายแต่ก็ยากที่จะเอาประเทศหลบหนีออกจากเรื่องนี้ แล้วไปมีผลต่อความขัดแย้งในบริเวณอื่น ไม่สามารถเปลี่ยนภูมิภาคและไม่สามารถหนีจากมัน มันเกี่ยวข้องกับการดื้อร้น มีผลต่อความขัดแย้งในบริเวณอื่น ได้แก่ รัสเซียและยูเครน จีนและไต้หวัน สำหรับสหรัฐไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหรือหนีจากความขัดแย้งเหล่านี้ได้ อะไรที่พอทำได้ บางคนบอกว่า ต้องนิยามความมั่นคงและมั่งคั่งของสหรัฐให้ชัดเจน
สิ่งที่สหรัฐต้องฝึกฝนให้มากคือ ทำงานร่วมกับพันธมิตรอย่างสุภาพและดี แต่กระบวนการนี้อาจไม่สวยงาม แต่ออกแบบเพื่อหลีกเลี่ยงการทำอะไรเกินเลย ระบุพันธมิตรภูมิภาคเพื่อทำการนำและต้องการความสนับสนุนจากสหรัฐ พันธมิตรเหล่านี้ต้องมีโอกาสนำภูมิภาคจริงๆ สู่อนาคตที่ดีกว่า
สหรัฐเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ หนีไปก็ไม่ได้ มีคำแนะนำให้สหรัฐสนับสนุนรัฐในตะวันออกกลางทำงานแทน แต่หาได้หรือเปล่า
