bg-single

ครบรอบ 25 ปี 9/11 มะกันยังเตรียมไม่พร้อม

11.09.2026

ต่างประเทศ

ระหว่างนี้ในสหรัฐอเมริกาของโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังเตรียมการรำลึกถึงเหตุการณ์ก่อการร้ายครั้งใหญ่และเลวร้ายที่สุดที่เคยเกิดขึ้นบนแผ่นดินสหรัฐอเมริกา นั่นคือเหตุการณ์เมื่อวันที่ 11 เดือนกันยายน ปี 2001 ซึ่งเวียนมาบรรจบครบรอบ 25 ปีพอดีในปีนี้

คำถามที่น่าสนใจก็คือว่า หากเหตุการณ์ก่อการร้ายดังกล่าวเกิดขึ้นซ้ำอีกในเวลานี้ สหรัฐอเมริกาจะตกอยู่ในสภาพอย่างไร

หรือพูดง่ายๆ ว่า ถึงวันนี้การเตรียมการรับมือกับการก่อการร้ายของสหรัฐอเมริกา ดีขึ้นหรือแย่ลงกว่าเมื่อ 25 ปีก่อนกันแน่ ในขณะที่บริบทแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิงเช่นนี้

นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญส่วนหนึ่งให้คำตอบไว้อย่างน่าสนใจมากว่า ในขณะที่เงื่อนไขต่างๆ ที่เอื้อต่อการก่อการร้ายครั้งใหม่ถีบตัวสูงขึ้น การเตรียมตัวรับมือของสหรัฐอเมริกากลับไม่พร้อมอย่างน่าฉงน

พัฒนาการของเทคโนโลยีและองค์ความรู้ใหม่ๆ อย่างเช่น โดรน ส่งผลให้โอกาสที่จะเกิดก่อการร้ายขึ้นในสหรัฐอเมริกา มีมากขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

เหตุการณ์รุนแรงในตะวันออกกลาง อย่างเช่นการโจมตีของกลุ่มฮามาส เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม สงครามอิหร่านและการสู้รบ ที่เกิดขึ้นเป็นลำดับถัดมา กลายเป็นเชื้อไฟอย่างดีที่อาจสุมอารมณ์ ความคิดของคนหนุ่มสาวให้ขึ้นไปสู่จุดรุนแรงสุดโต่งได้โดยง่าย

ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า หากจะมีภัยคุกคามต่อสหรัฐอเมริกา ภัยที่มาจากท้องฟ้าดูเหมือนจะมีโอกาสเป็นไปได้มากที่สุด

ทางหนึ่งเพราะโดรนเข้ามามีบทบาทมากขึ้นตามลำดับในการสู้รบ ทั้งการสู้รบในระดับรัฐกับรัฐ หรือในระดับการก่อการร้ายก็ตามที

อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการตรวจสอบความพร้อมในทางด้านนี้ ปรากฏว่า สหรัฐอเมริกากลับขาดความพร้อมอย่างมีนัยสำคัญ การรับมือที่เตรียมการไว้ ไม่เพียงพอไปเสียทั้งหมด

ตัวอย่างเช่น องค์การการบินพลเรือนแห่งรัฐ (เอฟเอเอ) เผยแพร่เมื่อเร็วๆ นี้ระบุเอาไว้อย่างชัดเจนว่า มีการนำโดรนขึ้นบินโดยไม่ได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายมากถึงกว่า 400 ครั้งเหนือน่านฟ้าของสนามบินต่างๆ ของสหรัฐอเมริกาเฉพาะในช่วงไตรมาสแรกของปี 2025 เท่านั้น

ส่วนกองทัพสหรัฐ มีบันทึกไว้ชัดเจนเช่นกันว่า มีการบินโดรนที่ถือเป็นการบุกรุกฐานทัพต่างๆ มากกว่า 100 ฐานทัพ มากถึง 350 ครั้งด้วยกัน

กระทรวงความมั่นคงภายในมาตุภูมิ (ดีเอชเอส) แถลงต่อคณะกรรมาธิการความมั่นคงไปเมื่อปี 2025 ว่า พบการบินโดรนผิดกฎหมายข้ามแดนเม็กซิโก-สหรัฐอเมริกาโดยประมาณมากถึงราว 150 ลำต่อวัน ระหว่างช่วงครึ่งปีแรกของปี 2025

ข้อมูลเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงช่องโหว่ขนาดใหญ่ระหว่างภัยคุกคามกับการเตรียมการป้องกัน จนทำให้เกิดความพยายามข้ามพรรคการเมืองออกกฎหมายออกมาให้ปฏิรูปหน่วยงานที่รับผิดชอบในการต่อต้านภัยคุกคามเช่นนี้ และกำหนดให้เอฟเอเอต้องเพิ่มขีดความสามารถของตนเองในการป้องกันภัยจากโดรน

ที่น่าเสียดายก็คือ จนบัดนี้กฎหมายฉบับนี้ยังไม่ผ่านสภาออกมาแต่อย่างใด

หากมองย้อนกลับไปเมื่อ 25 ปีก่อน เราจะพบว่า “ไอ้ตัวร้าย” ที่สหรัฐอเมริกาต้องเผชิญในแง่ของการก่อการร้ายมีเพียงหนึ่งเดียว นั่นคือกลุ่มอัลเคด้า

ส่วนที่เหลือเป็นกระแสการก่อการร้ายภายในประเทศ ที่มีให้เห็นอยู่มากมายในสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่พวกปีกซ้ายสุดโต่ง พวกปีกขวาสุดโต่ง เรื่อยไปจนถึงกองกำลังติดอาวุธที่ตั้งขึ้นมาเพื่อต่อต้านการทำแท้ง กับกลุ่มเชื้อชาติกลุ่มน้อยและแบ่งแยกติดแดนที่ทำอย่างไรก็ยังคงปรากฏอยู่อย่างต่อเนื่อง ไม่หายไปไหนสักที

ด้วยเหตุนี้ สหรัฐอเมริกาในอีก 25 ปีต่อมา จึงไม่ได้เผชิญแค่อัลเคด้าเพียงกลุ่มเดียว แต่ยังเต็มไปด้วยภัยคุกคามจากภายในประเทศเองอีกเป็นจำนวนมากอีกด้วย

กลุ่มอัลเคด้าเองยังคงจับกลุ่มและดำเนินกิจกรรมอยู่อย่างคึกคักในแอฟริกา ตะวันออกกลางและในเอเชียทางใต้ แถมยังก่อให้เกิดกลุ่มก่อการร้ายใหม่ที่สุดโต่งมากยิ่งขึ้นอย่างกลุ่มกองกำลังรัฐอิสลาม ที่มีเครือข่ายก่อการร้ายขยายครอบคลุมไปทั้งโลก บวกกับกลุ่มกองกำลังตัวแทน อย่างเช่น ฮามาส ที่มีรายงานว่า ตอนนี้เริ่มหันมาใช้วิธีการใหม่คือการว่าจ้างอาชญากรมืออาชีพให้ทำการแทน อย่างเช่น กลุ่มมาเฟียรัสเซีย, กลุ่มค้ายาเสพติดเม็กซิกัน และกลุ่มติดอาวุธ เฮลล์ แองเจิลส์ จากแคนาดา เป็นต้น

นักวิชาการที่ศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจังพบว่า ในช่วงสองสามปีมานี้สหรัฐอเมริกาได้เกิดมีการก่อการร้ายที่ลงมือโดยกลุ่มก่อการร้ายอิสลาม, โดยกลุ่มซ้ายจัด กลุ่มขวาจัดหัวรุนแรง รวมไปถึงกลุ่มใหม่ ที่ทางเอฟบีไอเรียกว่า กลุ่มนิฮิลิสติก ไวโอเลนต์ เอ็กซตรีมิสต์ (nihilistic violent extremists)

ดังนั้น นอกเหนือจากองค์กรก่อการร้ายแล้ว ยังมีกลุ่มสุดโต่งที่ทำเพื่ออุดมการณ์ของตนเองอีกมากมายให้ต้องรับมือ

ข้อที่น่ากังวลที่สุดประการหนึ่งในแง่ของการก่อการร้ายก็คือ บทบาทของสื่อสังคมออนไลน์ในปัจจุบัน ที่ถูกบิดเบือนดัดแปลงให้กลายเป็น “อาวุธ” ได้อย่างได้ผล เห็นได้ชัดจากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับกลุ่มก่อการร้ายรัฐอิสลาม ที่ใช้โซเชียลมีเดียได้อย่างทรงประสิทธิภาพทั้งในแง่ของการเกณฑ์คนเข้าเป็นสมาชิกใหม่ และการระดมทุนเพื่อดำเนินการ จนกลายเป็นองค์กรก่อการร้ายสากลองค์กรแรกที่ประสบผลสำเร็จในการเกณฑ์คน 53,000 คนเข้าเป็นนักรบจากประเทศต่างๆ รวม 80 ประเทศ

ในปี 2026 การทำสงครามกับอิหร่านของสหรัฐอเมริกา ยิ่งกลายเป็นสิ่งเย้ายวนใจที่กลุ่มก่อการร้ายสามารถหยิบฉวยไปใช้ได้อย่างง่ายดาย ที่สำคัญก็คือ พฤติกรรมของทั้งกองทัพสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเอง ยิ่งกลายเป็นแรงขับชั้นดีให้เกิดความรู้สึกต่อต้านในโลกมุสลิม ตัวอย่างเช่น การทิ้งระเบิดใส่โบราณสถานที่ถือเป็นมรดกชาติของอิหร่าน, การทิ้งระเบิดทำลายโรงเรียนนักเรียนหญิงที่เมืองมินาบ จนเด็กนักเรียนมากกว่า 120 คนสังเวยชีวิต

นอกเหนือจากเรื่องสื่อสังคมออนไลน์ที่น่าสะพรึงกลัวแล้ว ผู้เชี่ยวชาญยังเตือนด้วยว่า กลุ่มก่อการร้ายเริ่มนำเอาเอไอมาใช้เป็นเครื่องมือในการก่อการร้ายแล้ว

เอไอคนร้ายมักก้าวล้ำกว่าเจ้าหน้าที่ไปหลายก้าวเสมอมา



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

สุดารัตน์ จี้อย่าปล่อยให้ 14 กันยา เป็นแค่วัน“จับปลาซิว” ชวนคนไทยจ้องตา กกต.
รัฐประหาร 2557 จุดเปลี่ยนชีวิต ก่อเกียรติ ก่อสูงศักดิ์ จากนักเรียนนอก สู่นักการเมือง ‘สีส้ม’
เทศน์ ‘สนุก’ | ธงทอง จันทรางศุ
เดนตายในผ้าเหลือง ปฏิบัติการลับของทหารญี่ปุ่นในไทยสมัยสงครามโลก (1)
แก๊งคอลฯ ล็อกเป้าใหม่ ‘Gen Z’ เตือนภัยวัยโจ๋ เก่ง ‘TECH’-อ่อนโลก ปีเดียว 2 หมื่นคดี-700 ล้าน
พลิกโฉมงานตุลาการไทย ไม่ต้องมาศาลก็พึ่งศาลได้ ฟังก์ชั่นสุดล้ำคนไทยต้องรู้
ภัยคุกคามกฎหมาย | เหยี่ยวถลาลม
วัดพุทไธศวรรย์ แหล่งซ่องสุมกำลัง ของ “สยาม” ท้าวอู่ทอง | สุจิตต์ วงษ์เทศ
ยิวกร่าง – จีนโกง | สุรชาติ บำรุงสุข
G2, M7 และโลกที่เหลือ (2) : อธิปไตยดิจิทัลและกลไกส่วนต่างอำนาจของ M7
20 ปีก่อน… ยึดอำนาจ นายกฯ ทักษิณ วันนี้…ยึดอำนาจประชาชนทั้งประเทศ (1)
เบื้องลึก ทรัมป์สั่งยึดน้ำมันสำรอง เวเนซุเอลา