bg-single

ยุทธศาสตร์ของอาเซียน ในโลกยุคสงครามการค้า

09.06.2025

เทศมองไทย

 

ยุทธศาสตร์ของอาเซียน

ในโลกยุคสงครามการค้า

 

บทความแสดงความคิดเห็นของ อัษมา คาหลิด นักวิจัยอิสระที่ปรากฏในเซาธ์ ไชน่า มอร์นิ่ง โพสต์ เมื่อ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา มีข้อเสนอที่น่าคิดและชวนท้าทายเป็นอย่างยิ่ง ว่าด้วยการรังสรรค์ ยุทธศาสตร์ของอาเซียน เสียใหม่ ให้สอดคล้องกับสภาวะแวดล้อมของโลกในยุคสงครามการค้า หากประสบความสำเร็จ ผลที่ได้ก็คือ การจัดระเบียบใหม่ในระดับภูมิภาคที่มีอาเซียนเป็นศูนย์กลาง ที่ท้าทายก็คือ อาเซียนเองจะสามารถก้าวข้ามความแตกแยกภายใน เพื่อสร้างสิ่งใหม่ๆ เช่นนี้ได้หรือไม่

ข้อเสนอที่ว่านี้มีขึ้นหลังจากที่เมื่อเดือนที่ผ่านมา จีนและกลุ่มประเทศอาเซียน สามารถทำความตกลง “ยกระดับ” ข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างกันที่มีมานาน 15 ปีแล้วขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง กำหนดจะมีการลงนามกันอย่างเป็นทางการในตอนกลายปีนี้

พร้อมๆ กับที่ อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซียในฐานะประธานอาเซียน ทำหนังสือเรียกร้องไปยัง โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกา เพื่อหาทางจัดการประชุมสุดยอด สหรัฐ-อาเซียน ขึ้นสำหรับแก้ปัญหา “ภาษีศุลกากร” ถือเป็นการ “ตอบสนอง” นโยบายภาษีของทรัมป์ร่วมกันในนามของอาเซียน

ในทัศนะของผู้เขียน ความตกลงการค้าเสรีของอาเซียนกับจีน นั้นไม่ใช่เรื่องไม่ดี เพราะในที่สุดก็จะส่งผลในเชิงป้องกันผลกระทบจากนโยบายภาษีของทรัมป์ได้เป็นอย่างดี

แต่ในเวลาเดียวกันก็มีความเสี่ยง เสี่ยงที่จะทำให้อาเซียนกลายเป็นการต้องพึ่งพาจีนมากจนเกินไป และมีโอกาสไม่น้อยที่จะทำให้อาเซียนกลายเป็นตลาดระบายสินค้าส่งออกจากจีนที่เพิ่มมากขึ้นทุกปี แต่ในทางกลับกันจีนกลับซื้อจากอาเซียนน้อยลงเรื่อยๆ

ข้อเสนอของผู้เขียนก็คือ ความตกลงการค้าเสรีกับจีนก็ทำไป แต่ในเวลาเดียวกัน อาเซียนก็จำเป็นต้องถ่วงดุลจีนด้วยการหันมาสร้างความหลากหลายให้กับตลาดส่งออกของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นชาติเพื่อนบ้านในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก เรื่อยไปจนกระทั่งถึงภาคพื้นยุโรปและอื่นๆ

 

ถัดมา ผู้เขียนเสนอว่า อาเซียนควรใช้จังหวะเวลาในตอนนี้ คิดใคร่ครวญให้ดีถึง “โมเดลการค้า” ใหม่ๆ ที่ “เน้นให้ความสำคัญกับการค้าภายในกลุ่มประเทศอาเซียน” ด้วยกันเองเป็นหลักสำคัญ นำเอาจุดเด่นและความชำนิชำนาญในด้านอุตสาหกรรมที่แตกต่างกันออกไปมาแปรให้เป็นการค้าภายในที่เข้มแข็งและมั่นคง

ผู้เขียนยกตัวอย่างเช่น เวียดนาม ที่มีอุตสาหกรรมเด่นคือ อิเล็กทรอนิกส์ ในขณะที่ไทยมีอุตสาหกรรมรถยนต์ เหล็กกล้า พลังงานและอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารเป็นสำคัญ ในขณะที่ต่างฝ่ายต่างเผชิญหน้ากับภาษีนำเข้าของสหรัฐอเมริกามหาศาลที่ 46 เปอร์เซ็นต์และ 36 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ

การค้าภายในของอาเซียน มีอัตราภาษีศุลกากรซึ่งกันและกันเป็นศูนย์ก็จริง แต่การค้าภายในคิดสัดส่วนเป็นเพียงแค่ 22 เปอร์เซ็นต์ของการค้าอาเซียนทั้งหมด เพราะปัญหาจาก “อุปสรรคที่ไม่ใช่ภาษี” ที่มีอยู่สูงมาก ในการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งล่าสุด มีความพยายามแก้ไขปัญหานี้ด้วยการเจรจาต่อรอง กำหนดจะลงนามในความตกลงเรื่องนี้กันในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ และคาดหวังกันว่าจะช่วยให้การค้าภายในของอาเซียนขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว

ประการสุดท้าย อาเซียนต้องพยายามไม่ให้การเจรจาต่อรองเรื่องภาษีกับสหรัฐอเมริกา กลายเป็นปัจจัยสร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นภายในอาเซียนเอง การเจรจาต่อรองที่ดูเหมือนจะเกิดขึ้นควบคู่กันไปทั้งในนามของอาเซียนโดยรวมกับการเจรจาทวิภาคีของแต่ละประเทศ อาจกลายเป็นการทำลายความเป็นเอกภาพของอาเซียน

และทำให้สถานการณ์กลายเป็นเข้าข้างสหรัฐอเมริกามากยิ่งขึ้น

 

การประชุมร่วมระหว่างอาเซียน-สหรัฐอเมริกา ควรเป็นไปเพื่อกำหนด “กรอบทำงานที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน”

แต่กระนั้นความสำเร็จตามกรอบคิด กรอบทำงานที่ว่านั้น จะเป็นไปได้ก็ขึ้นอยู่กับว่า อาเซียนสามารถเอาชนะความตแกแยกภายในได้หรือไม่

ตัวอย่างเช่น ชาติสมาชิกอย่างสิงคโปร์ กับฟิลิปปินส์ ที่เผชิญหน้ากับอัตรากาษีจากสหรัฐอเมริกาที่ต่ำกว่า อาจไม่ตระหนักถึงความจำเป็นเร่งด่วนในเรื่องนี้ ต่างกับประเทศอย่างเวียดนามหรือไทย เป็นต้น

แต่ถ้าหากอาเซียนสามารถเอาชนะความท้าทายภายในองค์กรเช่นนี้ได้

สามารถหลอมรวมการดำเนินการทางการทูตเพื่อแก้ปัญหาแรงกดดันจากสหรัฐอเมริกา

เสริมสร้างสถานะของอาเซียนให้แข็งแกร่ง ขยายฐานพันธมิตร

ในขณะที่ยังคงสามารถรักษาความเป็นอิสระ มีศักยภาพในการแข่งขันสูงขึ้น เป็นตัวของตัวเองในเชิงยุทธศาสตร์เอาไว้ได้ และเป็นผู้นำของภูมิภาคได้ในที่สุด



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

รมว.กลาโหม เชิญข่าวสดหารือแนวทางเสนอข่าวด้านความมั่นคง ไม่ให้เกิดผลกระทบในนาคต ชี้กรณีแผนที่ทหารไม่มีเจตนาร้าย ที่ผ่านมาข่าวสดและกองทัพประสานข้อมูลกันดีมาตลอด
จริงลวง จริงแท้ ศรีบูรพา กุหลาบ สายประดิษฐ์ ไทยใหม่ ศรีกรุง
สงครามตลอดกาล! ปัญหาสงครามไทย-กัมพูชา
3 คนไทย ในบอลโลก
นับถอยหลัง เข้าสู่โลกยุคไร้แผ่นเกม
E-DUANG | เมื่อ ธรรมนัส พรหมเผ่า ขยับ คือ สัญญะ อันเป็น สัญญาณ
สุทธิพงษ์ นำประชุมมูลนิธิรักษ์เขาขยายชัยนาท ตั้งเป้าหมายให้เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับนักเรียนและเยาวชน แหล่งศึกษาตามธรรมชาติ ฯลฯ
สตอกโฮล์มเปิดเวที “ประชุมสันติภาพโลก 2026” เชิญผู้นำ-นักสันติวิธีทั่วโลก ร่วมสร้างอนาคตแห่งสันติภาพ 22 สิงหาคมนี้
CKPower ใช้นวัตกรรมเปลี่ยน “ของเสีย” เป็นคุณค่า คว้า 2 รางวัล TJDA ปีนี้
“สีหศักดิ์” ชี้ “กัมพูชา” ลากไทยเข้ากลไกประนอมภาคบังคับทำปิดประตูเจรจาเขตแดนทางบก รับกังวลกรณีเขมรประโคมข่าว “รถถังจีน” ในช่วงสถานการณ์เปราะบาง
“วัชระพล” มอบนโยบาย อ.ส.ค.เร่งแผนการตลาดระบายสต๊อกนมก่อนพึ่งงบฯ แนะเพิ่มประสิทธิภาพบริหาร-มาร์เก็ตติ้งให้แข่งได้ในตลาดเสรี
พิธีศพ อาลี คาเมเนอี : วาทกรรมแห่งศาสนา และอำนาจการทูตผ่านมุมมองภาษาศาสตร์