
เดิมพันของทรู
แผนการควบควบกิจการสื่อสารไทยครั้งใหญ่ เดินหน้าไปภายใต้แรงกดดัน
เป็นเวลาเกือบจะหนึ่งปีพอดี กรณีซึ่งเดินหน้าไปเป็นจังหวะและแรงเหวี่ยงอย่างระทึกน่าติดตาม
จากหัวข้อข่าวใหญ่ “เครือซีพี และกลุ่มเทเลนอร์ พิจารณาสร้างความร่วมมืออย่างเท่าเทียมกัน (Equal Partnership)” ผ่านถ้อยแถลง Telenor Group (Oslo/Bangkok, 22 November 2021) วันเดียวกัน “ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จํากัด (มหาชน) หรือ TRUE กับบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC มีมติเกี่ยวกับการศึกษาความเป็นไปได้ในการควบบริษัทกัน… (22 พฤศจิกายน 2564)” ทั้ง TRUE และ DTAC แถลงต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ถือว่าขั้นตอนสำคัญภายในมาถึงค่อนข้างรวดเร็ว เมื่อ TRUE และ DTAC (อ้างจากเอกสารแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย-18 กุมภาพันธ์ 2565) “นําส่งรายงานการรวมธุรกิจต่อ กสทช. เมื่อ 25 มกราคม 2565” และที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท TRUE และ DTAC มีมติอนุมัติการควบบริษัท (18 กุมภาพันธ์ 2565)
จังหวะต่อมาซึ่งสำคัญมากกว่ามาก ถือว่าใช้เวลานานพอสมควร ท่ามกลางแรงกดันที่เพิ่มขึ้นๆ แต่ในที่สุด (20 ตุลาคม 2565) ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ลงมติประหนึ่งเปิดไฟเขียวโดยใช้คำว่า “รับทราบ” ควบรวมกิจการ มีเงื่อนไขและมาตรการเฉพาะอ้างว่า “เพื่อลดผลกระทบต่อผู้บริโภค การแข่งขัน และอุตสาหกรรมโทรคมนาคม”
ท่ามกลางบทวิเคราะห์ต่างๆ นานา ส่วนที่มาจากฝ่ายนักลงทุนในตลาดหุ้น ซึ่งต้องการให้ดีลใหญ่บรรลุ มักจะว่าด้วยอุปสรรค และขวากหนาม เชื่อว่ายังมีอยู่ ภายใต้เงื่อนไขที่ดูไปแล้วค่อนข้างเคร่งครัด ที่สำคัญคือ การควบคุมราคา และการเว้นระยะการใช้ทรัพยากรที่จำเป็นบางอย่างร่วมกัน
หากพิเคราะห์ฝ่าย TRUE และ DTAC แล้ว เชื่อว่ามีมุมมองโลกในแง่ดี ดีลนี้จะไปถึงจุดหมายในไม่ช้า ดัชนีหนึ่งมาจากฝ่าย DTAC สะท้อนผ่านความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจของ Telenor Group กับหัวข้อข่าวซึ่งเพิ่งแถลงก่อนหน้า กสทช.ลงมิติไม่กี่วัน “Telenor Asia Expands Presence in Singapore to Capture Regional Opportunities” (13 ตุลาคม 2565)
สำนักงานใหญ่ Telenor Asia ที่สิงคโปร์ จะมีบทบาทมากขึ้น เพื่อดูแลและรับผิดชอบเครือข่ายธุรกิจในเอเชีย 4 ประเทศ ได้แก่ บังกลาเทศ ปากีสถาน มาเลเซีย และไทย ทั้งนี้ ได้กล่าวเจาะเกี่ยวกับดีลควบรวมกิจการในมาเลเซียและไทย “เป็นดีลควบรวมที่ใหญ่เป็นอันดับ 1 และ 2 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” หากประสบความสำเร็จ Telenor จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำธุรกิจในตลาดเอเชียถึง 3 แห่งซึ่งมีประชากรมากกว่า 600 ล้านคน
อย่างไรก็ดี ดีลนี้ ผู้คนซึ่งสนใจส่วนใหญ่นอกจากพุ่งเป้าไปที่ กสทช.แล้ว คงให้ความสำคัญมุ่งมองไปยังซีพีและ TRUE เป็นพิเศษด้วย
TRUE ในนามธุรกิจสื่อสารของซีพี หนึ่งในสามธุรกิจหลัก ยังไม่ถือว่าเป็นผู้นำตลาดอย่างแท้จริง ไม่เป็นเฉกเช่นเดียวกับ CPF (ธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหาร) กับ CPALL (ธุรกิจค้าปลีก) แม้ว่าการก่อตั้งมากว่า 3 ทศวรรษ เผชิญแรงเสียดทาน และความผันแปร หลายช่วงหลายตอน
“30 ปีที่ผ่านมา ซีพีต้อง ‘สู้’ สารพัดอุปสรรคกว่าจะสร้างทรูมาได้ เราต้องอดทนต่อคำสบประมาท ต่อสู้กับความไม่เข้าใจของประชาชน การกดจากฝ่ายรัฐ วิกฤตเศรษฐกิจ และอีกมากมาย” ดังที่ธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสเครือซีพี กล่าวไว้ (ในหนังสือ “ความสำเร็จ ดีใจได้วันเดียว” ปี 2564) และจะยังคงเป็นเช่นนั้น
จากจุดเริ่มต้นเข้าสู่ธุรกิจใหม่อย่างครึกโครมแห่งยุค เมื่อปี 2533 รัฐบาลไทยได้เชิญชวนภาคเอกชนร่วมลงทุน ในการขยายเลขหมายโทรศัพท์ จำนวน 3 ล้านเลขหมายทั่วประเทศ การประมูลที่มีมูลค่าการลงทุนใหญ่ที่สุดในยุคนั้น ว่าไปแล้วเข้ากับยุทธศาสตร์ซีพีแต่ไหนแต่ไรมา
“มิติหนึ่ง-เจาะจงเข้าสู่ธุรกิจ ภาคการผลิต หรืออุตสาหกรรมหนึ่งๆ ซึ่งยังอยู่ภายใต้โครงสร้างดั้งเดิมและล้าสมัย ใช้ความพยายามอย่างเต็มกำลัง ขยับปรับโครงสร้างไปอีกขั้นแห่งวิวัฒนาการ สู่โครงสร้างใหม่อันทันสมัย ในเวลาไม่ช้าไม่นาน ขณะอีกมิติ-สร้างโมเมนตัม เป็นพลังอำนาจเพื่อการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง ด้วยความพยายามเข้าของบทนำควบคุมห่วงโซ่อุปทาน หรือวงจรธุรกิจให้ครอบคลุม” (บางตอนที่สำคัญ ในบทนำหนังสือเกี่ยวกับซีพีของผมซึ่งยังไม่ได้เผยแพร่)
นอกจากนี้ สะท้อนความยิ่งใหญ่ ซีพีในฐานะผู้นำในสังคมธุรกิจไทย ยุคหัวเลี้ยวหัวต่อ สามารถก้าวผ่านจากธุรกิจดั้งเดิมสู่ธุรกิจใหม่ที่มีอนาคต
แต่ไม่นานนัก ต้องเผชิญอุปสรรคใหญ่ ท่ามกลางและคาบเกี่ยววิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจในปี 2540 แม้ว่าจะมีหนี้สินจำนวนมาก เป็นอันหนักอึ้งของทั้งเครือซีพี ทว่า มีสิ่งที่สำคัญกว่านั้น คือการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและทิศทางของสังคม มองผ่านพันธมิตรธุรกิจระดับโลกซึ่งเป็น “แม่แบบ” หนึ่งของซีพีในช่วงบุกเบิกธุรกิจ ว่าด้วยพึ่งพิงเทคโนโลยีและโนว์ฮาว กรณีนี้มีความผันแปรอย่างคาดไม่ถึง
พันธมิตรธุรกิจหลักได้ถอนตัวไป พร้อมๆ กับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี “…คาดไม่ถึงจะมีเทคโนโลยีใหม่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จนเคเบิลใยแก้วไม่มีค่าอีกต่อไป…” ธนินท์ เจียรวนนท์ กล่าวไว้อีกตอนในหนังสือที่อ้างไว้ข้างต้น
ซีพีจำต้องปรับตัว จากธุรกิจโทรศัพท์พื้นฐาน สู่ธุรกิจสื่อสารไร้สาย ธุรกิจใหม่ในสังคมไทยในเวลานั้น กำลังมาแรงและทรงอิทธิพลมากขึ้นๆ เปิดฉากใหม่ในปี 2543 ซีพีได้เข้าซื้อกิจการหนึ่งซึ่งเป็นผู้ถือสัมปทานธุรกิจโทรศัพท์มือถือคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิร์ตซ์
ถือเป็นจุดหักเห มีความมายในมิติสำคัญ ธุรกิจสื่อสารซีพี ไม่ใช่ผู้นำ ผู้บุกเบิก ไม่เป็นเฉกเช่นธุรกิจหลักอื่นๆ อีกต่อไป ไม่เพียงเป็นผู้ตามมาที่หลัง หากอยู่ท่ามกลางคู่แข่งอันน่าเกรงขาม ที่มีเงาธุรกิจสื่อสารระดับโลกทาบอยู่ ที่สำคัญได้เข้าสู่วงจรใหม่ที่ซับซ้อนและแตกต่าง ว่าด้วยความสัมพันธ์ใหม่ กับอำนาจรัฐที่มีมากเป็นพิเศษ พร้อมๆ กับผู้บริโภคกลุ่มใหม่ ผู้คนซึ่งเป็นแกนสังคมเมือง
และอีกครั้งตามมาอย่างกระชั้น เผชิญความผันแปรเกี่ยวกับพันธมิตรธุรกิจระดับโลกด้วย จึงได้จังหวะปรับโครงสร้างธุรกิจสื่อสารมาเป็น TRUE
ภายใต้ TRUE ได้ซ่อนปมและบทเรียนด้านบวกและลบ ขณะเปิดฉากยุคเชื่อมต่อระหว่างรุ่นต่อรุ่นในธุรกิจครอบครัว กลายเป็นพลัง และแรงกดดันเพิ่มขึ้นไปอีก นำมาซึ่งแผนการเชิงรุกอย่างเต็มสตรีม
จากการซื้อกิจการสื่อสารและผนวกรวมผู้ใช้บริการหลายพันราย จากเครือข่ายธุรกิจแห่งฮ่องกง โดยใช้เงิน 6,300 ล้านบาท (2554) การแสวงหาพันธมิตรธุรกิจต่างชาติอีกครั้ง จากเครือข่ายธุรกิจยักษ์ใหญ่แห่งโลกตะวันตก สู่โลกตะวันออกอีกราย จากจีนแผ่นดินใหญ่ จากบทบาทสำคัญการถ่ายทอดเทคโนโลยี สู่บทบาทจำกัดแค่แหล่งเงินทุนสนับสนุน (2557) สอดคล้องกับแผนการใหญ่ (ปี 2558) การประมูลคลื่นความถี่ครั้งใหญ่ครั้งแรก TRUE เป็นเพียงรายเดียวคว้าใบอนุญาตทั้งย่านความถี่อย่างครอบคลุม
แรงขับเคลื่อนมีพลังมากขึ้นๆ มาจนถึงดีลควบรวมกิจการ ว่าไปแล้วไม่มีใครแน่ใจว่าภายใต้โครงสร้างธุรกิจใหม่ ที่มีการแข่งขันน้อยราย ไม่ว่าจะมองมุมไหน หาคนเชื่อได้ยากว่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค ในทางกลับกันไม่มีหลักประกันอย่างจริงจังว่า ผู้เล่น “ขาใหญ่” ใหม่ จะเป็นไปอย่างที่คาด
ภายใต้โครงสร้างแห่งอำนาจของรัฐและการเมือง ที่สำคัญท่ามกลางเสียงผู้บริโภคซึ่งเชื่อว่า ทั้งมีพลังและอ่อนไหวมากขึ้น •
วิรัตน์ แสงทองคำ | https://viratts.com
สะดวก ฉับไว คุ้มค่า สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ได้ที่นี่https://t.co/KYFMEpsHWj
— MatichonWeekly มติชนสุดสัปดาห์ (@matichonweekly) July 27, 2022
