เอกภาพ | พิชัย แก้ววิชิต
เส้นลู่วิ่งนำสายตาทอดยาวเป็นวงรี
ลู่ทางบังคับโค้งให้วนวกกลับมายังจุดเดิมตามแนวมาตรฐาน
จุดเริ่มต้นของการวิ่งจะยังเป็นตำแหน่งเดียวกับสิ้นสุด หากหวังจะวิ่งให้ครบรอบ
การวิ่งวนนี้มีจุดหมายและระยะทางไม่ตายตัว และถ้าไม่อยากให้ตัวตายโดยไร้เจตนา คงต้องวิ่งไปตามขีดจำกัดของร่างกาย พร้อมกับใจที่ชอบทนฝืน
นานมากแล้วที่ผมไม่ได้ใส่เสื้อชุ่มเหงื่อ และกับเสียงเหนื่อยที่เล็ดลอดออกมากับลมหายใจหอบถี่ท่ามกลางเวลาที่เดินช้ากว่าหอยทากคลานเล่น
ผมอาจกำลังวิ่งหนีความอ่อนแออยู่ หรือไม่ก็กำลังวิ่งไล่ตามความแข็งแรงที่กำลังจะหนีหายไป
ด้วยเพราะชีวิตมันคลุกคลีกับการใช้แรงกำลังมาแต่เดิม จึงเป็นธรรมดาของร่างกายหากจะถวิลหาความสมดุลที่เคยมี
ขณะวิ่ง เรี่ยวแรงลดลงสวนทางกับราคาโครงไก่ แม้ผมจะเตรียมตัวหาของกินใส่ท้องมาแล้วก่อนหน้าเพื่อเติมความมั่นใจ หากแต่ความเหนื่อยอ่อนยังคงทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา
และการวิ่งต่อไปขณะน้ำลายเหนียว มันทำให้ผมเข้าใจความหมายของคำว่า “น้ำมีคุณ” อย่างลึกซึ้งยิ่ง ลมเย็นปะทะผิวเปียกเหงื่อไม่ต่างจากคำลวงช่วยชูใจให้ฉ่ำเย็น
“สู้ๆ แล้วเราจะผ่านพ้นมันไป”

ลําพังในลู่วิ่งขนาบข้างด้วยทางใครทางมันของนักวิ่งคนอื่น ใครหลายคนวิ่งนำหน้าและใครอีกคนที่กำลังตามหลังมาติดๆ และจะน็อกรอบก้าววิ่งของผมในไม่ช้า
แม้จะล้ากำลังแต่หัวใจยังคงเต้นระรัว ปั๊มฉีดพลังให้ผมได้ไปต่ออยู่บนชะตากรรมของนักวิ่งขาลาก
และแม้ผมจะรีบแต่ไม่ขอเร่งเพื่อเป็นการรักษาชีวิต มันเป็นรอบที่เท่าไรใครจะไปสน คนหอบกระหายเช่นผมใส่ใจก็แต่เพียงระยะทางของเวลา
ตามกำหนดมันเหลืออีกสิบห้านาที ผมวิ่งวนมาได้ครึ่งทางแล้ว ความเหนื่อยอย่างสาสมโดยสมัครใจจวนจะจบลง เส้นชัยของตัวเองอยู่อีกไม่ไกล
น้ำเกลือแร่รสหวานปนเปรี้ยวรอดับกระหายอยู่ในตู้แช่เย็นฉ่ำ อดทนไว้ ผมจะตีมึนด้วยฝึกฝืนไม่หน้ามืด ทำตัวเองเสียอาการวิ่งล้มคะมำให้ความทรงจำดีๆ ได้ต่างพร้อย และจะไม่เดินออกนอกลู่วิ่งจนกว่าความท้าทายนี้จะจบลง
การมีอยู่ของเรี่ยวแรงทำให้มีชีวิตดูมีชีวา ใครจะมีมากน้อยคงต้องว่ากันไปตามเรื่องและตามแต่ใจ หวังเสมอว่าการเสียเหงื่อไปก่อนหน้ามักจะได้ความสดชื่นคืนกลับมาบ้างพอสมควร เรื่องเช่นนี้คนชื่นชอบการใช้กำลังย่อมเป็นที่รู้
การออกแรงมันสอนให้รู้จักเหนื่อย รู้จักทนต่อความลำบาก แข็งข้อต่อความอ่อนล้าด้วยพละกำลังที่เหลืออยู่ หรือแม้แต่จะคอยให้ความท้าทายวิ่งวนกลับมาอีก ในวันที่ความสมดุลยังคงอยู่กับเนื้อกับตัว
ผมวิ่งในลู่ทางของตัวเองจนครบสามสิบนาที ผมชะลอความช้าของตัวเองให้ช้าลงไปอีก เพื่อให้ร่างกายทยอยค่อยปรับตัว เปลี่ยนการวิ่งคล้อยเป็นเดิน เนื้อตัวร้อนรุ่มชุ่มเหงื่อเข้ากันได้ดีกับสายลมในตอนเย็น ผมรู้สึกสบายตัว เดินลอยเบาหวิวไปยังร้านค้า หยุดอยู่หน้าตู้แช่ราวกับวิญญาณของผีขาขาด
ขอบคุณมากมายครับ
