bg-single

โกง ส.ว. : อภิมหาวิกฤตรัฐบาล

04.09.2026

บทความพิเศษ | ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์

ไม่มีข่าวไหนใหญ่กว่าข่าว กกต.จะส่งผู้ต้องหาโกง ส.ว.ไปศาล หรือ “ตัดจบ” โดยไม่ส่งใครเลย หรือส่งแค่ผู้ต้องหาระดับปลายแถว แล้วปล่อยจอมบงการ เพราะทั้ง “ไอติม” และ “ไอลอว์” ทำให้คนตาสว่างว่านักการเมืองจำนวนมากพัวพันคดีโกง ส.ว.และ กกต.ก็พิจารณาคดีโดยมีเงื่อนงำเยอะจริงๆ

ลำพัง ส.ว.โกงเพื่อให้ได้เป็น ส.ว.ก็ผิดไม่ต่างจาก ส.ส.โกง ยิ่ง ส.ว.ถูกกล่าวหาว่าเป็นลูกน้องของพรรคที่โกงจนได้เป็น ส.ว.ก็ยิ่งทำให้ความผิดลามไปยังพรรค เช่นเดียวกับองค์กรอิสระหรือตุลาการจาก ส.ว.ก็จะมีปัญหาคุณสมบัติไปด้วย คดีนี้จึงเป็นเรื่อง “โกงทั้งระบบ” ใหญ่กว่าแค่ ส.ว.โกงหรือไม่โกง

เมื่อเทียบกับรัฐบาลและลูกน้องที่ปกป้องนายในคดีโกง ส.ว.โดยเถียงแบบต่อปากต่อคำ “ไอติม” กับ “ไอลอว์” โชว์ข้อเท็จจริงซึ่งทุกคนยอมรับว่าเป็นจริงแทบทั้งหมด ผลคือรัฐมนตรีและนักวิชาการฝั่งรัฐบาลแกล้งตายไปเฉยๆ ทั้งที่หลายคนเคยท้าว่าแน่จริงให้เปิดเส้นเงินและหลักฐานโทรศัพท์มาเลย

ล่าสุด ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลคนหนึ่งยอมรับว่าตัวเองอยู่ร้านอาหารที่ถูกระบุว่าคือจุดโอนเงินให้ผู้สมัคร ส.ว. แต่ปฏิเสธว่าไม่ได้โอน มุขนี้เหมือน ส.ส., ผู้ช่วย ส.ส. และรัฐมนตรีที่มีหลักฐานว่าโอนเงิน หรือโทร.คุยกับผู้สมัคร ส.ว. แต่เถียงข้างๆ คูๆ ว่าโอนค่าทุเรียน, ค่านวด ฯลฯ แล้วแต่ความหนาบนหน้าแต่ละคน

รัฐบาลล้มละลายด้านความน่าเชื่อถือในกรณีโกง ส.ว.เช่นเดียวกับ ส.ว.ซึ่งความน่าเชื่อถือพังพินาศไปก่อนนานแล้ว ส่วน กกต.ก็รอสังคมชี้ขาดวันที่ 14 กันยายน ว่าจะส่งผู้ต้องหาคดีโกง ส.ว.ไปศาลหรือไม่ จะส่งไปทั้งหมดกี่คน ไม่ส่งกี่คน และจะอธิบายอย่างไรกับคนที่ กกต.ไม่ส่งไปให้ศาลพิจารณา

แหล่งข่าวใน กกต.เล่าให้ผมฟังว่า “โอกาส” ที่จะเกิดในคดีโกง ส.ว.คือ กกต.จะไม่ส่งศาลเพื่อเอาผิดคุณอนุทิน ชาญวีรกูล, คุณเนวิน ชิดชอบ และกรรมการพรรคภูมิใจไทยเลย เหตุผลคือการส่งศาลเปิดประตูสู่ความเสี่ยงที่จะลามเป็นคดียุบพรรค จะยุบหรือไม่ก็มีแรงกระเพื่อมทางการเมืองเยอะจนต้องไม่ยอมให้เกิดเลย

สำหรับข้ออ้างที่จะไม่เอาผิดเพราะอะไร เป็น “การบ้าน” ที่ กกต.ต้องหาคำอธิบายเอง

“ธง” ที่ยังไม่เปลี่ยนในต้นเดือนกันยายนคือไม่ส่งใครฟ้องศาลเลย เหตุผลคือ ถ้าใช้วิธีลด “กระแส” กดดันจากสังคมโดยส่งศาลแค่พวก “ตัวการ” ระดับผู้สมัคร, คนของพรรคการเมือง และ ส.ว.ที่ไม่มีปากเสียง ศาลฎีกาก็มีอำนาจไต่สวนเพิ่มเติมตามรัฐธรรมนูญ ม.226 วรรคสอง ซึ่งจะทำให้ กกต.เสี่ยงโดนคดีทันที

อธิบายง่ายๆ ศาลฎีกาพิพากษาคดีโกง ส.ว.เกินคำร้องของ กกต.ไม่ได้ ใครที่โกงแต่ กกต.ไม่ส่งศาลก็หลุดคดีโกงไปจนตาย แต่ศาลมีอำนาจไต่สวนพยานหลักฐานเพิ่มเติมได้เพื่อ “แสวงหาความจริงเพื่อพิสูจน์ความผิดของบุคคลที่อยู่ในคำร้อง” ซึ่งคำวินิจฉัยส่วนนี้อาจทำให้ กกต.โดนคดี 157 ได้เลย

ถ้าพยานหลักฐานที่ศาลเรียกไต่สวนเพิ่มเติมตามรัฐธรรมนูญ ม.226 วรรค 2 ทำให้ศาลวินิจฉัยว่าคดีโกงมีการ “ทุจริตเป็นขบวนการ” ต่อให้ศาลจะพิพากษาคดีโกง ส.ว.ได้แค่คนที่อยู่ในคำร้องของกกต. แต่ “คำวินิจฉัย” อาจเป็นข้ออ้างให้ฟ้อง กกต.ข้อหาละเว้นปฏิบัติหน้าที่กรณีปล่อยโกงเป็นขบวนการ

สรุปสั้นๆ ถ้า กกต.ส่งแค่บางคนก็มีโอกาสที่ กกต.จะซวยเอง

วิธีที่ กกต.จะปลอดภัยที่สุดได้แก่ “ตัดจบ” ให้หมดโดยไม่ส่งศาลสักคน ซึ่งหมายถึงการตัดความเสี่ยงที่ศาลจะไต่สวนจนหลักฐานลามถึงรัฐบาลกับกรรมการพรรค

แต่ปัญหาคือวิธีนี้อาจทำให้ความไม่พอใจทางการเมืองมหาศาลตามมา

แหล่งข่าวอีกรายพูดถึงการ “ส่งฟ้องบางคน” เพื่อลดแรงกดดันทางการเมืองและตัดความเสี่ยงที่ กกต.จะโดน 157 เพราะไม่ส่งฟ้องใคร ธงของ “นายใหญ่” คือฟ้องเต็มที่ไม่เกิน 19 คน เพราะ “นายใหญ่” ต้องการ ส.ว.อย่างต่ำ 120 คน เพื่อชนะการลงมติสำคัญๆ โดยเฉพาะการแก้ไขหรือจัดทำรัฐธรรมนูญ

สำหรับฝ่ายการเมืองระดับ “ลูกหาบ” ที่ทำหน้าที่จ่ายเงินให้ผู้สมัคร ส.ว., พาไปเข้าโรงแรม หรือประสานงานอื่นๆ จุดชี้ขาดคือมีหลักฐานเรื่องเส้นเงินไปถึงผู้ช่วย ส.ส., ผู้ช่วยรัฐมนตรี และเครือข่ายหัวคะแนน หรือไม่มีโดยการฟ้องจะทำแต่กรณีที่ไม่มีเส้นเงินเชื่อมถึง “นายใหญ่” และพรรครัฐบาล

ความอัปยศของคดีโกง ส.ว.คือการเป็น “คดีการเมือง” ที่ไม่ได้ตัดสินด้วยหลักกฎหมายตั้งแต่ต้น

แนวร่วมเพื่อไทยลิงโลดที่เกิดปรากฏการณ์ “ส.ว.สีน้ำเงิน” เพราะเท่ากับไม่เกิด “ส.ว.สีส้ม” ที่เพิ่งชนะอันดับ 1 ในการเลือกตั้งปี 2566 แต่เพิ่งมาพูดเรื่องนี้หลังคุณทักษิณ ชินวัตร ต้องการยึดมหาดไทยจากคุณอนุทิน

คุณทวี สอดส่อง เปิดเผยข้อมูลว่าผู้สมัคร ส.ว.และผู้ถูกเลือกกระจุกใน 13 จังหวัด ซึ่งมีประชากรรวม 11 ล้านคน แต่กลับมีคนสมัคร ส.ว.ระดับอำเภอ 14,915 คน ได้เป็น ส.ว. 78 คน แยกเป็นบุรีรัมย์ 14 คน, อยุธยา 7, สุรินทร์ 7, อ่างทอง 6, สงขลา 6, สตูล 6 ฯลฯ ซึ่งเป็นความผิดปกติชัดเจน

ประเด็นคือ “ความผิดปกติ” ทั้งหมดนี้ 26 มิถุนายน 2567 แต่รัฐบาลปล่อยปละละเลยจนถึง 25 กุมภาพันธ์ 2568 จึงมีการประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษเพราะเพื่อไทยขัดแย้งกับภูมิใจไทย ทั้งที่การโกงแบบนี้ต้องไม่เกิด และเมื่อเกิดต้องรีบจัดการไม่ให้คนเหล่านี้เลือก กกต.และองค์กรอิสระอื่นๆ เป็นของตัวเอง

คําวิจารณ์ความไม่ได้เรื่องของ ส.ว.มีมากจนไม่ต้องเถียงกัน ข้ออ้างของ ส.ว.คือตัวเองมีความรู้สูงกว่า ส.ส. และเป็นตัวแทนประชาชนกว่าคนที่ประชาชนเลือก แต่ อ.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ พูดถูกที่บอกว่า ส.ว.คุณภาพต่ำกว่า ส.ส.ส่วน อ.วิชา มหาคุณ ก็บอกว่าองค์กรอิสระจาก ส.ว.ตอนนี้กลายเป็นอิสระจากประชาชน

เป็นอันว่า ส.ว.ชุดนี้มีปัญหาทั้งเรื่องคุณภาพ และเรื่องไม่ฟังประชาชน และพูดตรงๆ คือ ส.ว.ชุดที่แล้วก็มีปัญหาแบบนี้ด้วย และมีถึงจุดที่องค์กรอิสระจาก ส.ว.ก็ไม่ได้รับความเชื่อถือไปด้วย จนแม้แต่อดีต รองนายกฯ และอดีตประธาน ป.ป.ช. ซึ่งถูกมองเป็นฝ่าย “อนุรักษนิยม” ยังวิจารณ์อย่างรุนแรง

ล่าสุด ส.ว. “ประทุม” อภิปรายให้แก้ปัญหา “นอมินี” ต่างชาติโดยอนุญาตให้ต่างชาติถือหุ้น 100% ในอสังหาริมทรัพย์และบริษัทจดทะเบียนตามเงินลงทุนจริงๆ ซึ่งทำให้คำวิจารณ์ ส.ว.ดังขึ้นอีก เพราะสังคมกังวลว่าจีนเทาใช้คนไทยเป็น “นอมินี” แต่ ส.ว.กลับแก้ปัญหาโดยให้ต่างชาติถือหุ้นหมดไปเลย

“ข้ออ้าง” ของการโกง ส.ว.เริ่มจากสร้างวาทกรรมว่าต้องสกัด “ส.ว.สีส้ม” จนอ้างว่าโกงเพราะ “ทำเพื่อข้างบน” แต่ “ส.ว.สีส้ม” ไม่เคยมีอยู่จริง สีเดียวที่ขนคน, จ้างคนสมัคร และจ่ายเพื่อตำแหน่ง ส.ว.คือสีที่อ้างว่าทำเพื่อสกัดสีส้ม

แต่พฤติกรรมทั้งหมดคือข้ออ้างในการโกงเพื่อกินรวบอำนาจเท่านั้น

โกง ส.ว.เหมือนโกงสอบท้องถิ่นที่คนทั้งประเทศเชื่อว่ามีคนในรัฐบาลโกง

ถึงผลทางคดีจะไม่มีใครในรัฐบาลผิด คนจำนวนมากก็เชื่อว่าเพราะรัฐบาลช่วยพวกเดียวกันจนไม่มีความผิดไปหมด

ตัวอย่างเช่นการสอบท้องถิ่นที่นายกฯ บอกตั้งแต่ต้นว่าคนผิดสูงสุดคืออดีตอธิบดี 2 คน แต่ไม่มีนักการเมือง

คนระดับ “วิน” หรือ “นายกฯ เฮง” มีตำแหน่งราชการมาขายคนเป็นหมื่นๆ ไม่ได้ฉันใด คนระดับป้าแดงลุงไก่ก็ไม่มีปัญญาโกง ส.ว.จนกินรวบอำนาจในการเลือกองค์กรอิสระทั้งหมดฉันนั้น การไม่ฟ้องใครหรือฟ้องแค่ลูกหาบปลายแถวคือการตบหน้าประชาชนว่าโง่โดยคนชั่วที่โง่กว่าประชาชน

โกง ส.ว.กำลังเป็นวิกฤตซ้อนวิกฤตที่ทำให้คนไม่พอใจรัฐบาล, ไม่พอใจ ส.ว., ไม่พอใจองค์กรอิสระ, ไม่พอใจพรรค, ไม่พอใจนายกฯ ฯลฯ

จนในที่สุดจะเป็นอภิมหาวิกฤตต่อรัฐบาล



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

โกง ส.ว. : อภิมหาวิกฤตรัฐบาล
ดีเดย์นับถอยหลัง 14 ก.ย. 7 เสือ กกต.นัดลงมติ มหากาพย์ ‘คดีฮั้ว ส.ว.’
IRON WOMEN ของจริง ไม่ละลาย
โกงเลือก ส.ว. …ค้ำระบอบอำมาตยาธิปไตย อยากฟ้อง…ต้องล้วงคองูเห่า
5 แสนล้านซื้อสันติภาพไม่ได้! 22 ปีไฟใต้ ไม่เคยดับ ทุ่มหมดหน้าตัก แต่รัฐบาลยังไร้คำตอบ
E-DUANG | ชัยชนะ ในทาง “รูปแบบ” ชัยชนะ ในทาง “เนื้อหา”
ข้อสัญญาเมกกะ (Mecca Pact) เป็นอะไรระหว่างนาโตตะวันออกกลางกับข้อสัญญาที่ไม่ก่อผลอะไร
การไล่ล่าหาความจริง จาก Watergate ถึงฮั้ว ส.ว. (1)
พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ G2, M7 และโลกที่เหลือ (1)
‘จอห์น เทอร์นัส’ ซีอีโอคนใหม่ Apple ในรอบ 15 ปี
จาก ‘เนเน่’ ถึง ‘วอลเลย์บอลหญิงไทย’ ‘Geopolitics’ มุมกลับ | ปราปต์ บุนปาน
“เอกนัฏ” ลุยจัดระเบียบ Data Center ปูพรมตรวจทั่ว กทม. พบถังน้ำมันกว่า 1.5 แสนลิตรไร้ใบอนุญาต สั่งดำเนินคดี