นางฟ้าบนโพลแดนซ์ : ทำไมพวกเราไม่ได้การยอมรับ
การ์ตูนที่รัก | นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์
อุเอซากิ ฮานะ เป็นนักศึกษา กลางวันเรียนหนังสือ วันหยุดช่วยพ่อที่ร้านขนม เธอเป็นที่รักของญาติผู้ใหญ่ทุกคน ได้รับคำชมเชยเสมอๆ
แต่กลางคืนเธอเป็นนักเต้นโพลแดนซ์ที่บาร์แห่งหนึ่ง
แม่ของเธอก็เป็นนักเต้นมาก่อน วันนี้แม่ตายจากไปแล้วแต่การเริงระบำรอบเสาหนึ่งต้นดูเหมือนจะอยู่ในสายเลือด
แม่บอกเธอเรื่องความงามและเธอก็เชื่อว่าที่เธอทำเป็นความงาม ไม่มีเรื่องอื่น
อย่างไรก็ตาม แม่ทำให้พ่อถูกตำหนิ เสียชื่อวงศ์ตระกูล ชั้นต่ำ ไร้ยางอาย
ฮานะไปฝึกเต้นเฉพาะที่บาร์ของเคียวโกะเพื่อนของแม่ เคียวโกะรักและดูแลฮานะเหมือนลูก คอยฝึกสอนการเต้นไปจนถึงการวางตัว
อย่างไรก็ตาม ไม่มีพ่อที่ไหนเห็นด้วยแน่ เพราะพ่อเป็นผู้ชายและรู้ว่าพวกผู้ชายมาดูอะไรกัน
ฮานะปิดบังพ่อ


ทาคามิเนะ คาริน เป็นนักกีฬาโพลสปอร์ต เธอเข้ามาซื้อขนมไดฟุกุที่ร้าน พบกับฮานะ แล้วถามทางไปบาร์แห่งหนึ่ง คารินตั้งใจมาดูการเต้นโพลแดนซ์ตามคำแนะนำของครูฝึกสอน พอเดินไปถึงหน้าร้านก็เจอพวกผู้ชายที่มาพักผ่อนพอดี
“ไปดูนมกัน” คนหนึ่งว่า แล้วกล่าววาจาลวนลามคาริน
“อย่าเหมาฉันไปรวมกับยัยพวกที่ไร้ศักดิ์ศรีลดตัวมาเต้นในที่แบบนี้” ตามด้วย “ชั้นต่ำ ไร้คลาส ทั้งหมดเป็นความผิดของพวกหล่อนทำให้ฉันถูกมองไม่ดีไปด้วย ฉันเป็นแดนเซอร์”
เมื่อคารินเข้าไปนั่งดูฮานะเต้น ฮานะใช้ผ้าคลุมหน้า แม้จิตใจจะนึกรังเกียจแต่ความงามที่ปรากฏสร้างความหวั่นไหวให้แก่คาริน
“ยุคสมัยเปลี่ยนไปแล้ว ตอนนี้คือโพลสปอร์ต” เธอปลอบใจตัวเอง


“ยุคสมัยเปลี่ยนไปแล้ว ตอนนี้โพลแดนซ์กลายเป็นการออกกำลังกาย” เคียวโกะเจ้าของบาร์เพื่อนของแม่ พูดกับฮานะเมื่อการแสดงจบลง “วันนี้เธอเต้นเต็มที่เป็นพิเศษเพื่อให้เด็กผู้หญิงคนนั้นดูใช่มั้ย”
ฮานะชื่นชมแม่ที่จากไป เธอไม่เคยคิดว่าที่ตัวเองทำไร้เกียรติ เธอแค่เต้นเท่านั้น และเดือดดาลทุกครั้งเมื่อนึกถึงที่ญาติๆ ทำกับแม่
“เธอมาเต้นที่นี่สองปีแล้วนะ กล้าบอกพ่อหรือเปล่า” เคียวโกะพูดขึ้น
วันต่อมาฮานะพบว่าคารินลืมกระเป๋าไว้ที่ร้าน จึงเปิดหานามบัตรแล้วเอาไปคืนที่โรงเรียนฝึกเต้นโพลแดนซ์ ได้เห็นคารินกำลังฝึกซ้อมพอดี สองคนแนะนำตัวอย่างเป็นทางการ นั่งคุยกันแล้วคารินพูดขึ้นว่า “น่าสงสารคนที่ต้องไปเต้นในที่แบบนั้น” แต่ในใจยังคงติดค้างว่าทำไมคนคนนั้นเต้นได้สวยงามนัก
จากนั้นคารินชวนฮานะลองท่าพื้นฐานของโพลสปอร์ตโดยไม่รู้ว่าเธอคือคนคนนั้น “ให้เอวห่างจากเสา ใช้ขาที่เกี่ยวเสาเป็นแรงเหวี่ยง” เธอสอน “นี่คือท่าเบสิคสปิน” ครั้นฮานะกลับไปแล้วคารินตรวจรูปภาพที่ถ่ายฮานะไว้ พบร่องรอยการเต้นโพลแดนซ์ที่ต้นแขนของฮานะ เธอกลับไปหาฮานะทันที
“รอยบนต้นแขนคือท่าคาเปซิโอ สปลิต ท่าเบสิคสปินต้นแขนไม่ถูกเสาเลย ทำไมคุณฮานะไปเต้นในสถานที่แบบนั้นคะ” ตามด้วย “ฉันจะช่วยให้คุณไม่ต้องไปเต้นในสถานที่ชั้นต่ำแบบนั้นอีก ลำบากเรื่องเงินหรือคะ หรือว่าโดนคนที่นั่นข่มขู่ สถานที่แบบนั้นควรหายๆ ไปซะ”
เมื่อถูกปรามาสเพียงนั้น ฮานะเหลืออดและสวนกลับว่าพวกเราไม่ได้เต้นสนุกไปวันๆ คารินจึงว่าพวกฉันก็ไม่ได้เต้นสนุกไปวันๆ
“ฉันจะไปเต้นในสถานที่ของเธอให้ดู”
คืนต่อมา คารินมาเต้นที่บาร์จริงๆ เธอใส่ชุดสำหรับโพลสปอร์ตขึ้นเต้นบนเวทีอย่างมั่นใจ แต่ไม่นานก็มีกระป๋องเบียร์ขว้างขึ้นมาบนเวที
“เลิกทำบ้าๆ สักที เราไม่ได้มาดูยิมนาสติกนะโว้ย”


เรื่องฮานะเต้นโพลแดนซ์ที่ร้านของเคียวโกะเพื่อนแม่ คนเป็นพ่อไม่เคยรู้มาก่อน แต่พอมีคารินเข้ามาพัวพัน พ่อจึงติดตามไปจนรู้ความจริงจนได้
“ตอนที่ได้เห็นการเต้นของแม่เขาครั้งแรก หัวใจพ่อก็ถูกขโมยไป” พ่อสารภาพ “พ่อเพิ่งรู้เลยว่ามีสิ่งสวยงามขนาดนี้อยู่ จนตกเป็นทาสในพริบตา”
แต่ “พ่อยอมให้ฮานะยืนอยู่บนเวทีนั้นต่อไปไม่ได้หรอก”
แม้ฮานะและคารินเริ่มต้นกันได้ไม่ดีนัก แต่สองคนต่างยอมรับฝีมือของกันและกัน ฮานะไปเรียนวิธีเต้นแบบโพลสปอร์ตและเรียนรู้การให้คะแนนในแต่ละท่วงท่า “โพลสปอร์ตจะตัดสินตามท่าเต้น ท่าเต้นแต่ละท่ามีกฎต้องรักษา เวลา จุดที่จับเสา การใช้มือ การใช้ขา การเคลื่อนไหวร่างกาย การใช้เสาหนึ่งต้น การใช้เสาสองต้น”
ในขณะที่คารินเองก็พยายามทำความเข้าใจในท่าเต้นของฮานะซึ่งปฏิเสธมิได้ว่าเวลาฮานะในชุดวาบหวามสวยงามมากบนเวที


หนังสือการ์ตูนสามเล่มจบนี้ใช้ประโยชน์เต็มที่กับภาษาภาพ กล่าวคือ เนื้อเรื่องและบัลลูนคำพูดแสดงให้เห็นหลักการพื้นฐานของการเต้นโพลแดนซ์และโพลสปอร์ต มีศัพท์เทคนิคชื่อเรียกท่าเต้น มีการให้คะแนนอย่างเป็นระบบ
แต่ภาพที่เห็นคือ การแต่งกายของแดนเซอร์ซึ่งชวนให้คิดว่าส่งผลต่ออารมณ์ความรู้สึกคนดูเพียงใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกผู้ชาย
หนังสือเต็มไปด้วยความขัดแย้ง อย่างไรก็ตาม วันนี้โพลสปอร์ตเป็นกีฬา
