bg-single

The Ribbon Hero สังเวยบางกลุ่มเพื่อให้สังคมอยู่รอด

23.09.2026

การ์ตูนที่รัก | นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

หนังการ์ตูนญี่ปุ่น The Ribbon Hero ออกฉายทางเน็ตฟลิกซ์เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

ดูแล้วอดคิดถึงบ้านเมืองของเราเวลานี้มิได้ เหตุเพราะสารที่หนังการ์ตูนเรื่องนี้ต้องการจะสื่อคือ “เราควรยอมจำนนต่อความชั่วร้ายแล้วอยู่ไปอย่างสงบเสงี่ยมหรือควรจะต่อสู้ดี”

นอกจากสารที่หนังต้องการจะสื่อแล้ว อีกเรื่องที่น่าดูคืองานด้านภาพ หนังแบ่งเป็นองก์เหมือนละครเวที มีทั้งหมดเจ็ดองก์เปิดม่านปิดม่านเสมือนนั่งดูละคร (ข้อมูลเขียนว่าคือการแสดง Takarazuka ซึ่งเป็นต้นแบบของหนังสือการ์ตูน เจ้าหญิงอัศวิน The Princess Knight ของเท็ตสึกะ โอซามุ) แต่ลายเส้น การลงสี และแอนิเมชั่นน่าตื่นตาตื่นใจเหมือนการ์ตูนสมัยใหม่

หนังใช้หลายเทคนิคผสมผสานทั้งแบบวาดด้วยมือสองมิติ ซีจีสามมิติ หุ่นกระดาษ

ชวนให้ติดตามว่า “งานด้านภาพในตอนจบ” จะเป็นอย่างไร สามารถพานักดูหนังเปลี่ยนผ่านจากแอนิเมชั่นไปสู่โลกแห่งความเป็นจริงได้หรือไม่ (ซึ่งเชื่อได้ว่าไม่น่าจะมีใครคาดเดาได้ ชวนให้นึกถึงตอนจบของ Neon Genesis Evangelion ภาคแรก)

ปรากฏว่าทำได้สำหรับผู้เขียนบทความนี้ หนังชวนให้คิดถึงบ้านเมืองของเราเป็นระยะๆ

พ้นจากข้อดีต่างๆ ที่ว่ามาแล้ว เนื้อเรื่องกลับดูยืดยาดและอลหม่าน หนังไหลไปเรื่อยๆ จากต้นจนจบโดยมิได้มีส่วนที่ขับเน้นพิเศษเหมือนต้นฉบับ

ที่ดูจนจบได้เพราะชื่อของเท็ตสึกะ โอซามุ เป็นประกันมากกว่าเรื่องอื่น

เป็นผลงานกำกับโดยยูกิ อิราอาชิ ดัดแปลงจากมังงะ เจ้าหญิงอัศวิน The Princess Knight ผลงานปี 1953 ของเท็ตสึกะ โอซามุ

ครั้นดูจบแล้วจึงพบว่าเหลือเค้าโครงเรื่องเดิมน้อยมาก ที่แตกต่างกันมากที่สุดคือเรื่องเพศสภาพของเจ้าหญิงแซฟไฟร์

เจ้าหญิงแซฟไฟร์ของโอซามุมีหัวใจของทั้งชายและหญิงรวมกันในร่างเดียว และจะพัฒนาไปตามสถานการณ์กับสภาพแวดล้อมที่ต้องเผชิญ ซึ่งเป็นประเด็นที่ล้ำและได้รับคำชื่นชมตลอดมา

ในขณะที่เจ้าหญิงแซฟไฟร์เรื่องนี้เป็นสตรีเต็มตัว ผ่านขั้นตอนพัฒนาการแบบหนังผจญภัยทั่วไปคือสูญเสีย ค้นพบพลัง แล้วลุกขึ้นสู้ใหม่

มิหนำซ้ำริบบิ้นสีแดงก็ใหญ่โตกว่ามาก ชวนให้นึกถึงริบบิ้นของมินนี่ เมาส์ เป็นบางครั้ง

หนังเปิดฉากด้วยอสูรร้ายเนอกัลจากทะเลเถ้า ดูเหมือนฟอสซิลปลาโบราณขนาดยักษ์ที่เดินทางผ่านมิติได้ มันกินคริสตัลและจิตวิญญาณของมนุษย์เป็นอาหาร ทำลายอาณาจักรเงิน (Silverland) พินาศ

เจ้าหญิงแซฟไฟร์ได้รับบาดเจ็บสาหัสแขนข้างหนึ่ง ภาพที่ติดตาเธอเสมอก่อนหนีออกจากพระราชวัง คือภาพมารดาที่ร่างกายปนเปื้อนเชื้อราจากเนอกัลใกล้หมดลม

“เอาชีวิตรอด” ดำรัสของมารดายังความหมดหวังแก่เธอถึงที่สุด

ตลอดชีวิตของเจ้าหญิงแซฟไฟร์หลังจากนั้นจึงไม่ใช่เพียงเรื่องการเอาชนะอสูรร้ายที่ไม่มีทางเอาชนะได้ แต่เป็นการเอาชนะคำสั่งเสียของแม่ซึ่งชวนหดหู่ไร้หนทางเอาชนะยิ่งกว่า

หนังแฟลชแบ็กฉากสุดท้ายของแม่หลายครั้งจนอดคิดไม่ได้ว่าเธอกำลังเผชิญภาวะเครียดหลังภยันตราย (Post-Traumatic Stress Disorder, PTSD)

นอกจากนี้ เธอเป็นผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวซึ่งน่าจะแบกเอาความรู้สึกผิดที่มีชีวิตรอด (survival guilt) ติดตัวไปด้วยตลอดชีวิตที่เหลือ

เธอได้รับแขนเทียมแล้วหลบหนีไปทำงานในเหมืองคริสตัลของอาณาจักรทองคำ (Goldland) เจ็ดปีผ่านไป อสูรร้ายเนอกัลก็มาถึงอาณาจักรทองคำอีก นอกจากชาวเมืองไม่มีหนทางต่อสู้แล้ว พวกเขายังถูกชักนำโดยผู้นำทางศาสนาไม่ให้สู้ด้วย “เพราะการต่อสู้ผิดวิธีจะสร้างความเสียหายมากกว่าเสียอีก”

เจ้าหญิงแขนเดียวที่มิได้มีฝีมือดวลดาบอะไรมากมายจะสู้อสูรครองพิภพได้อย่างไร

หลังจากนี้การ์ตูนจะยิงยาวไปเรื่อยๆ ผ่านตัวละครมากมายทั้งฝ่ายร้ายฝ่ายดีเหมือนบ้านเมืองเราเวลานี้ ฉะนั้น หนังยาวสองชั่วโมงแต่ไม่ดึงดูดเท่าซีรีส์ 53 ตอนของเท็ตสึกะ โอซามุ ประเด็นหลักคือไม่มีตัวละครอะไรพัฒนามากมายนั่นเอง

เจ้าหญิงแซฟไฟร์จะมีพวกพ้องหลายคน ทั้งพี่เลี้ยง กลุ่มเด็กกำพร้า และตัวละครพเนจรมากหน้าหลายตา แต่ทั้งหมดนั้นเหมือนผ่านมาแล้วผ่านไป มิได้เจาะลึกมากพอที่นักดูหนังจะเข้าถึงได้ ลำพังจำชื่อก็ยากเกินกำลัง

ที่อาจจะดึงความสนใจได้บ้างมีเพียงเวลเว็ต ซึ่งเป็นตัวละครที่มีประเด็นเพศสภาพมากกว่าตัวนางเอกเสียอีก

เป็นไปได้ว่าผู้สร้างดัดแปลงงานของโอซามุครั้งใหญ่ด้วยการเปลี่ยนแปลงตัวละครที่มีประเด็นเพศสภาพเท่านั้นเอง

ส่วนที่เห็นเด่นชัดอยู่ตลอดคือริบบิ้นสีแดงใหญ่โตของเจ้าหญิงแซฟไฟร์ซึ่งทำหน้าที่เป็นความหวังรวมหมู่ (collective hope) ของชาวประชาอาณาจักรทองคำ แล้วจึงเป็นที่เปิดเผยภายหลังว่าความหวังรวมหมู่สีแดงนั้นเองที่นำพาทุกคนร่วมต่อสู้

(ทำได้อย่างไรไปหาดู)

เมื่ออาณาจักรหนึ่งเผชิญความหมดหวังต่อเนื่องยาวนาน เราควรรวบรวมความหวังรวมหมู่แล้วลุกขึ้นต่อสู้ หรือไม่ต้องสู้ให้เอาชีวิตรอดก็พอ

เราควรสังเวยทรัพยากรส่วนหนึ่ง (เหมือนการทำเหมืองคริสตัลส่งให้แก่เนอกัล) หรือคัดประชากรส่วนหนึ่งไว้ให้เป็นผู้เสียสละ (เหมือนผู้นำทางศาสนาทำกับผู้ถูกสังเวยแห่งอาณาจักรทองคำ)

การเมืองบ้านเราวันนี้ชวนให้คิดถึงและพบเห็นประเด็นเหล่านี้รอบตัวอยู่ทุกวัน

การย้ายประเด็นเพศสภาพจากแซฟไฟร์ไปที่เวลเว็ตก็ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอุดมการณ์ตามไปด้วย แซฟไฟร์เป็นวีรสตรีที่ไม่คิดอะไรมากนอกจากเรื่องปกป้องผู้อื่น มิยอมให้ผู้อื่นสูญเสียเหมือนที่เธอเคยสูญเสีย

แต่เวลเว็ตดูเหมือนจะดูภาพรวมและพยายามแก้ไขภาพรวมมากกว่า อย่างไรก็ตาม เขาก็คล้ายผู้นำทั่วไปที่เชื่อว่าเราจำเป็นต้องเสียสละ (คำสุภาพใช้แทนคำว่าสังเวย) ประชาชนบางกลุ่มเพื่อการนี้



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

The Ribbon Hero สังเวยบางกลุ่มเพื่อให้สังคมอยู่รอด
นิธิ เอียวศรีวงศ์ : เปลี่ยนประเทศไทย ด้วยการรับจำนำข้าว
ศ.สุชาติ ชงข้อเสนอปฏิรูปการศึกษาไทย​ “เอาเงินตามนักเรียน ลดระบบราชการ เพิ่มอำนาจประชาชน” ผลสัมฤทธิ์ดีขึ้น
ภูมิรัฐศาสตร์น้ำ ในหลังคาโลกกำลังสุ่มเสี่ยง ‘โลกร้อน’ คือชนวนตัวใหม่รอวันระเบิด
50 ปี 6 ตุลา (3) 2520 – ปีแห่งการรัฐประหาร
เชลยศึกสงครามลาว (49) “ทหารรับจ้าง”
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับ ‘ชีวประวัติของชาติในสายตาของฉัน’ (32)
E-DUANG | มติกล้าธรรม เป็น ค้านอิสระ ส่งแรงสะเทือน สู่ “เพื่อไทย”
“รางวัลชมนาด” ก้าวสู่ครั้งที่ 15 จากเวทีประกวด สู่ “พื้นที่สร้างนักเขียนหญิงไทย”
22 ปีความรุนแรงชายแดนใต้ : สู่เส้นทางหยุดเลือดและน้ำตา
ชวนคิดชวนคุยเรื่องใต้! | สุรชาติ บำรุงสุข
Gachiakuta : ขยะ การซ่อม และจิตวิญญาณของสิ่งของ