bg-single

คุยกับทูต | ฌอน เค. โอนีลล์ จากความทรงจำที่เชียงใหม่ สู่บทใหม่แห่งมิตรภาพ ในวาระ 250 ปีสหรัฐ (1)

08.11.2026

คุยกับทูต |ชนัดดา ชินะโยธิน

Exclusive Talks With Ambassadors | Chanadda Jinayodhin

บางครั้ง ความผูกพันระหว่างผู้คนกับสถานที่ก็ปรากฏอยู่ในรายละเอียดเล็กๆ ทั้งมิตรภาพที่ยังทำให้ยิ้มได้ อาหารไทยจานโปรดที่นึกถึงทันทีเมื่อกลับถึงเมืองไทย หรือรสชาติที่ค่อยๆ กลายเป็นความคุ้นเคย สำหรับ ฌอน เค. โอนีลล์ (Sean K. O’Neill) เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ผู้เคยดำรงตำแหน่งกงสุลใหญ่สหรัฐ ณ เชียงใหม่ และออกตัวอย่างเป็นกันเองว่าพูดภาษาไทยได้เพียง ‘นิดหน่อย’ สิ่งเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของสายสัมพันธ์กับเมืองไทยที่ก่อตัวขึ้นจากการใช้ชีวิตและทำงานที่นี่

ในวาระที่สหรัฐอเมริกาเฉลิมฉลองครบรอบ 250 ปีแห่งการประกาศอิสรภาพ “คุยกับทูต” ชวนทำความรู้จักท่านทูตผ่านบทสนทนาที่ขอนำเสนอเป็นสองตอน จากความทรงจำที่เชียงใหม่และชีวิตในทำเนียบประวัติศาสตร์ สู่แนวคิดในการสานต่อความร่วมมือไทย-สหรัฐ ทั้งด้านการค้า การศึกษา และความปลอดภัยของประชาชน

โดยมีมิตรภาพระหว่างผู้คนเป็นสายใยเชื่อมทุกเรื่องราวเข้าด้วยกัน

ฌอน เค. โอนีลล์ (Sean K. O’Neill) เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย

: หากนึกถึงช่วงเวลาที่เคยใช้ชีวิตในเชียงใหม่ ความทรงจำเรื่องใดที่ยังทำให้ยิ้มได้จนถึงวันนี้

“ทุกครั้งที่นึกถึงเชียงใหม่ ผมก็อดยิ้มไม่ได้ ไม่ใช่เพราะความทรงจำเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่เพราะมิตรสหายมากมายที่เราได้รู้จักที่นั่น

เราใช้ชีวิตอยู่เชียงใหม่สามปี ตั้งแต่ปี 2019 ถึงปี 2022 ซึ่งตรงกับช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ผมรู้สึกขอบคุณอย่างยิ่งที่ได้อยู่เชียงใหม่ในเวลานั้น และสิ่งที่ประทับใจที่สุดก็คือมิตรภาพอันล้ำค่าที่เกิดขึ้น

เชียงใหม่เป็นเมืองที่น่าอยู่มาก สำหรับเรา ในช่วงเวลานั้นอาจเป็นหนึ่งในสถานที่ที่น่าอยู่ที่สุดในโลกด้วยซ้ำ ทั้งผู้คน บรรยากาศของเมือง และอาหาร ล้วนทำให้เชียงใหม่เป็นสถานที่พิเศษ

เราได้พบเพื่อนดีๆ มากมาย และยังคงติดต่อกันจนถึงวันนี้ เมื่อนึกถึงมิตรภาพเหล่านั้น ผมก็ยิ้มได้เสมอครับ”

ทำเนียบทูตสหรัฐฯในอดีต

: มีนิสัยหรือคำพูดแบบไทยๆ ที่รับมาใช้จนเป็นธรรมชาติบ้าง

“ผมไม่แน่ใจว่าจะเรียกว่าเป็นนิสัยได้หรือเปล่า

แต่ผมติดใจอาหารรสเผ็ดเสียแล้ว

และต้อง ‘เผ็ดมาก’ ด้วยนะครับ

เวลากินอาหาร ผมจึงชอบเติมน้ำปลาพริกเพิ่มรสเผ็ดเหมือนคนไทยหลายๆ คนครับ”

ทำเนียบทูตสหรัฐฯในปัจจุยัน

: อาหารไทยจานไหนที่เห็นแล้วอดใจไม่ไหว

“สําหรับผม อาหารไทยที่กินแล้วรู้สึกอุ่นใจ สบายใจ ต้องยกให้ ‘ผัดกะเพรา’ ครับ

มักเป็นจานแรกที่ผมสั่งเมื่อกลับมาถึงเมืองไทย แม้แต่อยู่ต่างประเทศ ผมก็ยังสั่ง

เพราะผมว่าผัดกะเพราเป็นจานที่ช่วยบอกได้ดีว่าร้านนั้นทำอาหารไทยอร่อยแค่ไหน

ช่วงที่ใช้ชีวิตอยู่ทางภาคเหนือทำให้ผมติดใจทั้ง ‘ข้าวซอย’ และ ‘แกงฮังเล’ ด้วย

ส่วน ‘ลาบอีสาน’ รสเด็ด ก็เป็นอีกจานที่ผมอดใจไม่ไหวครับ”

จามจุรีแห่งมิตรภาพ
พิธีบวชต้นจามจุรีอายุ 80 ปี ณ ทำเนียบ ครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มใช้เป็นที่ตั้งของคณะผู้แทนสหรัฐฯ ในปี 1947 ช่วยเน้นย้ำถึงความพยายามในการปกป้องต้นไม้ใหญ่และต้นไม้ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของกรุงเทพฯ

: เมื่อก้าวเข้าสู่ทำเนียบเอกอัครราชทูตสหรัฐในกรุงเทพฯ เป็นครั้งแรก รู้สึกอย่างไรกับสถานที่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานแห่งนี้

“ผมเป็นคนจากนครนิวยอร์ก คุ้นเคยกับการอยู่ในอพาร์ตเมนต์เล็กๆ พอมาเห็นที่นี่ครั้งแรกก็รู้สึกว่าใหญ่กว่าบ้านแทบทุกหลังที่ผมเคยอยู่มาเลยครับ

แต่เมื่อได้มาใช้ชีวิตที่นี่ ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ดูแลสถานที่อันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์แห่งนี้ ซึ่งเป็นเสมือนสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพระหว่างสหรัฐอเมริกากับประเทศไทย

ทำเนียบแห่งนี้มีประวัติยาวนานกว่าร้อยปี และเป็นที่พำนักของเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทยมาตั้งแต่ปี 1947 นอกจากความงดงามของตัวบ้านแล้ว บริเวณโดยรอบยังเป็นพื้นที่สีเขียวอันล้ำค่าใจกลางมหานคร โดยเฉพาะต้นจามจุรีเก่าแก่ที่แผ่กิ่งก้านให้ร่มเงา

เอกอัครราชทูตสหรัฐแต่ละท่านจึงมีหน้าที่ดูแลรักษาทั้งตัวบ้านอันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์และธรรมชาติโดยรอบ ซึ่งเป็นมรดกที่ไม่อาจหาสิ่งใดมาทดแทนได้ให้คงอยู่สืบไป

เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ต้อนรับคุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งมาร่วมพิธีบวชต้นไม้ ณ ทำเนียบ โดยเราได้ร่วมกันต้อนรับเจ้าอาวาสวัดสุทธิวรารามและคณะสงฆ์ ผู้มาประกอบพิธีบวชให้แก่ต้นจามจุรีเก่าแก่

ต้นไม้เหล่านี้เติบโตและยืนต้นมาหลายชั่วอายุคน เช่นเดียวกับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกาที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง และตราบใดที่ทำเนียบแห่งนี้ยังคงเป็นที่พำนักของเอกอัครราชทูตสหรัฐ เราก็จะดูแลรักษาต้นไม้เหล่านี้ต่อไปครับ”

พิธีบวชต้นจามจุรีอายุ 80 ปี ณ ทำเนียบ ครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มใช้เป็นที่ตั้งของคณะผู้แทนสหรัฐฯ ในปี 1947 ช่วยเน้นย้ำถึงความพยายามในการปกป้องต้นไม้ใหญ่และต้นไม้ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของกรุงเทพฯ

: มีแง่มุมใดของประเทศไทยที่อยากให้ชาวต่างชาติได้ทำความรู้จักอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น

“ผมอยากให้ผู้มาเยือนได้เห็นและเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่า คนไทยรักประเทศไทยมากเพียงใด และให้คุณค่ากับประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และประเพณีของตนมากแค่ไหน

ประเทศไทยมีชื่อเสียงในเรื่องการต้อนรับผู้มาเยือนอย่างอบอุ่น แต่ผมคิดว่าไมตรีจิตนั้นยังสะท้อนถึงความภาคภูมิใจ ความรักชาติ และความปรารถนาที่จะแบ่งปันให้ผู้อื่นได้รู้จักสิ่งที่คนไทยรักและหวงแหนในประเทศของตน

ผมว่านี่คือสิ่งที่คนไทยกับคนอเมริกันมีเหมือนกัน เราต่างรักชาติ ให้ความสำคัญกับอธิปไตยของตน และอยากให้ผู้อื่นได้เห็นว่า อะไรทำให้เรารักบ้านเกิดของเราครับ”

พิธีบวชต้นจามจุรีอายุ 80 ปี ณ ทำเนียบ ครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มใช้เป็นที่ตั้งของคณะผู้แทนสหรัฐฯ ในปี 1947 ช่วยเน้นย้ำถึงความพยายามในการปกป้องต้นไม้ใหญ่และต้นไม้ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของกรุงเทพฯ

: จากประสบการณ์เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งกงสุลใหญ่ ณ เชียงใหม่ จะนำสิ่งที่ได้เรียนรู้มาต่อยอดการทูตวัฒนธรรมและโครงการทุนการศึกษาแลกเปลี่ยน เช่น ฟุลไบรท์ (Fulbright) เพื่อเปิดโอกาสให้คนไทยรุ่นใหม่อย่างไร

“สิ่งที่ผมได้เรียนรู้เมื่อครั้งเป็นกงสุลใหญ่ที่เชียงใหม่คือ ความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างสหรัฐกับไทยมีรากฐานที่หยั่งลึกกว่าความร่วมมือระหว่างรัฐบาล นั่นคือมิตรภาพระหว่างคนไทยกับคนอเมริกันจากทุกสาขาอาชีพ ที่สานต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น

ก่อนหน้านี้ ผมเคยปฏิบัติหน้าที่ในประเทศไทยมาแล้วสองครั้ง จึงได้เห็นด้วยตนเองถึงความผูกพันอันแน่นแฟ้นและความสนใจที่คนไทยกับคนอเมริกันมีร่วมกัน ผมได้พบผู้คนที่สานมิตรภาพกันมาตลอดชีวิต โดยมีจุดเริ่มต้นจากการได้รู้จักกันเมื่อครั้งเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน

รัฐบาลสหรัฐและรัฐบาลไทยสามารถช่วยสานต่อมิตรภาพเช่นนี้ผ่านโครงการฟุลไบรท์ โครงการผู้นำเยือนนานาชาติ หรือ IVLP ตลอดจนโครงการอื่นๆ ที่เปิดโอกาสให้คนไทยกับคนอเมริกันได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน

ไม่ว่าจะเป็นโครงการของภาครัฐหรือการแลกเปลี่ยนที่ผู้คนริเริ่มขึ้นเอง สายสัมพันธ์เหล่านี้ล้วนมีความหมาย เพราะช่วยเชื่อมโยงผู้คนในระดับที่ลึกกว่าความร่วมมือระหว่างรัฐบาล และเสริมสร้างความเป็นพันธมิตรระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นครับ”



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

คุยกับทูต | ฌอน เค. โอนีลล์ จากความทรงจำที่เชียงใหม่ สู่บทใหม่แห่งมิตรภาพ ในวาระ 250 ปีสหรัฐ (1)
‘ข่าวดี’ และ ‘ข่าวเศร้า’ ของวงการภาพยนตร์ไทย
E-DUANG | วิถีคำพูด วิถีแห่งการตรวจสอบ ระหว่าง คำพูด กับ การลงมือทำ
รักมาก-ชังมาก | สถานีคิดเลขที่12 โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร
เกี่ยวกับดีลใหญ่ เอสซีจี-ปตท. (4)
เหรียญหล่อพระจันทร์เสี้ยว หลวงพ่อโสก วัดปากคลอง อดีตพระเกจิชื่อดังเพชรบุรี
แหวนนีเบอลุง เล่ม 3 ซีคฟรีท : เมื่อนั่งเก้าอี้ คนก็เปลี่ยนไป
เพลงดนตรียุโรป ในอยุธยา
‘สิ่งที่ต้องการมากกว่าความรัก’
MICHAEL | ‘เนเวอร์แลนด์’
เงินสด
แผนรับมือน้ำ ‘ไทย-เทศ’ (4)