ยิ้มเยาะเล่นหวัว เต้นยั่วเหมือนฝัน | คนมองหนัง
ผู้กำกับฯ “9 วัด สู่สวรรค์”
คว้ารางวัล ‘ออสการ์เอเชีย-แปซิฟิก’
ภาพยนตร์ไทยเรื่อง “9 วัด สู่สวรรค์” ที่ไปเปิดตัวรอบปฐมทัศน์โลก ณ เทศกาลหนังเมืองคานส์เมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา และเพิ่งเข้าฉายในประเทศบ้านเกิดเมื่อไม่นานมานี้ ยังคงสร้างชื่อบนเวทีมอบรางวัลระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุด หนังไทยเรื่องนี้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง 2 รางวัลสาขาใหญ่ ได้แก่ ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม จากเวที “เอเชีย แปซิฟิก สกรีน อวอร์ดส์” ครั้งที่ 19 ซึ่งมีสถานะคล้ายๆ รางวัล “ออสการ์ของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก”
โดยงานมอบรางวัลดังกล่าวได้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม ที่ประเทศออสเตรเลีย ผลปรากฏว่า “สมพจน์ ชิตเกษรพงศ์” ผู้กำกับฯ ของหนังเรื่อง “9 วัด สู่สวรรค์” สามารถคว้ารางวัลผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยมไปครองได้สำเร็จ
ขณะที่ “อ่อง เพียว” ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง “Fruit Gathering” ที่เล่าเรื่องราวของตัวละครหญิงรักหญิงในสังคมเมียนมาร่วมสมัย ได้รับรางวัล “สเปเชียล เมนชั่น” (รางวัลชมเชย) ในสาขานี้
ในบรรดาคนทำหนังที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยมบนเวทีเอเชีย แปซิฟิก สกรีน อวอร์ดส์ ประจำปี 2026 ยังมีชื่อของผู้กำกับฯ ชาวญี่ปุ่น “ริวสุเกะ ฮามากุจิ” จากผลงานเรื่อง “All of a Sudden” รวมอยู่ด้วย
ก่อนหน้านี้ ฮามากุจิเคยมีผลงานหนังเรื่องสำคัญอย่าง “Drive My Car” และ “Evil Does Not Exist” ซึ่งทำให้ฮามากุจิคว้ารางวัลออสการ์ รวมถึงรางวัลหลักจากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์และเวนิสมาแล้ว

สิ้น “อมรพงศ์ เมธาคุณวุฒิ”
นักสร้างเสียงคนสำคัญของวงการหนังไทย
“อมรพงศ์ เมธาคุณวุฒิ” “นักสร้างเสียง” รุ่นอาวุโสมากฝีมือของแวดวงโฆษณาและภาพยนตร์ไทย เพิ่งเสียชีวิตเมื่อช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน 2569
อมรพงศ์เคยทำงานร่วมกับ “สยาม สตูดิโอ” ก่อนจะออกมาก่อตั้งสตูดิโอที่ผลิตงานเสียงแบบครบวงจรของตนเองในนาม “จิงเกิล เบล” และ “ไวลด์ แอต ฮาร์ต” ตามลำดับ
ในช่วงต้นทศวรรษ 2540 หรือยุค “หลังต้มยำกุ้ง” ที่บรรดาคนทำหนังโฆษณารุ่นใหม่พาเหรดกันเข้ามา “ปฏิวัติเปลี่ยนแปลง” อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยอย่างคึกคัก มีชีวิตชีวา เปี่ยมความคิดสร้างสรรค์
อมรพงศ์คือหนึ่งใน “คนโฆษณา” ที่ขยับเข้ามาทำงานเบื้องหลังให้แก่อุตสาหกรรมภาพยนตร์ โดยยังคงรับผิดชอบงานด้านเสียงที่ตนเองถนัด
อมรพงศ์มีเครดิตเป็นผู้แต่งดนตรีประกอบภาพยนตร์และนักออกแบบเสียงให้แก่หนังไทยเรื่องสำคัญๆ จำนวนมาก
ผลงานที่เขาเข้าไปมีส่วนร่วมและยังเป็นที่จดจำมาถึงปัจจุบัน ก็มีอาทิ “ฝันบ้าคาราโอเกะ” “เรื่องตลก 69” “ฟ้าทะลายโจร” “มนต์รักทรานซิสเตอร์” “15 ค่ำ เดือน 11” “เรื่องรัก น้อยนิด มหาศาล” “แฟนฉัน” “หมานคร” และ “ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ” เป็นต้น

นี่คือสอง “ข่าวดี” และ “ข่าวเศร้า” ของวงการภาพยนตร์ไทย
ที่บ่งบอกให้เรารับทราบถึงความรุ่งโรจน์ของคนทำหนังหน้าใหม่ๆ
และชวนให้เราระลึกถึงผลงานดีๆ ของผู้อาวุโสที่ลาลับไป
