E-DUANG
คำอันมาจากปาก ภราดร ปริศนานันทกุล ว่าด้วยเรื่อง”อำนาจ”ได้รับความสนใจเป็นอย่างสูง
ไม่ว่าจะจาก”ภูมิใจไทย” ไม่ว่าจะจาก”เพื่อไทย”
“คนจะเป็นเผด็จการหรือไม่ วิธีทดสอบง่ายนิดเดียว ลองโยนอำนาจให้ไปอยู่ในมือของเขาแล้วเขาจะทำแบบไหน เพราะคนเป็นเผด็จการจะไม่รับฟังคนอื่นเมื่อมีอำนาจ
และพร้อมที่จะใช้อำนาจแบบไหนก็ได้ตามอำเภอใจ”
เป็นคำพูดที่สะท้อนให้เห็นการบ่มเพาะมาได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะจากครอบครัวที่เป็นนักการเมือง ไม่ว่าจะจากโรงเรียนและมหาวิทยาลัยอันเก่าแก่ทรงความหมาย
ทั้งจากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ทั้งจากมหาวิทยาลัย
ธรรมศาสตร์
ผ่านประสบการณ์ทั้งพรรคชาติไทยและพรรคภูมิใจไทย
ยิ่งเมื่อเข้าดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย ยิ่งทรงความหมาย
ความน่าสนใจมิได้อยู่ที่การให้นิยามความหมายแห่ง”เผด็จการ” อย่างสัมพันธ์กับความเป็นจริง
1 ความเป็นจริงแห่งอำนาจ 1 ความเป็นจริงในการใช้อำนาจ
อำนาจถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งอยู่แล้ว กระบวนการในการใช้อำนาจยิ่งเป็นเครื่องมือในการตรวจสอบ
ตรวจสอบการใช้อำนาจของคนๆนั้น
ไม่ว่าจะเป็นยุคโรมัน ไม่ว่าจะเป็นยุคฝรั่งเศส ไม่ว่าจะเป็นยุคอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็นยุคสหรัฐ
ไม่ว่าจะเป็นยุคจีน ไม่ว่าจะเป็นยุคอินเดีย
มีตัวอย่างในประวัติศาสตร์มากมายยืนยันให้เห็นทั้งกระบวน การได้มาซึ่งอำนาจ และกระบวนการอยู่ในอำนาจอย่างยั่งยืนและอยู่ในอำนาจอย่างสร้างความเสื่อมทรุดหายนะ
เราเห็นอำนาจของ แปลก ขีตตะสังคะ อำนาจของ สฤษดิ์ ธนะรัชต์ อำนาจของ ถนอม กิตติขจร อำนาจของ เปรม ติณสูลานนท์ ของ เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์
อำนาจของ ชวน หลีกภัย อำนาจของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
เป้าหมายการพูดของ ภราดร ปริศนานันทกุล อาจอยู่ที่ฝ่ายค้านไม่ว่าจะเป็นพรรคประชาชน ไม่ว่าจะเป็นพรรคประชาธิปัตย์
แต่วิถีแห่งคำพูดมีพัฒนาการ มีความเติบใหญ่
ทุกอย่างดำเนินไปดังที่บทสรุปอันเคยผ่านปากนายกรัฐมนตรีชื่อ ชาติชาย ชุณหะวัณ
ก่อนพูดเราเป็น”นาย” แต่หลังพูดมันเป็น”นาย”
แม้ต้องการพุ่งเป้าไปยังพรรคประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ แต่ก็มิได้หมายความว่าการใช้อำนาจในมือคนของพรรคภูมิใจไทย คนของพรรคเพื่อไทยจะรอดพ้น
ทั้งนี้ หมายรวมไปยังตัว ภราดร ปริศนานันทกุล
หากทำความเข้าใจในความเป็นอนิจจังแห่งคำพูด อนิจจังแห่งอำนาจ ความหมายมิได้อยู่ที่ตัวคำพูด หากแต่แปรผันไปตามการลงมือทำอย่างเป็นจริง
การลงมือทำอย่างที่เห็น ณ เบื้องหน้าต่างหากคือคำตอบ คือ
การตรวจสอบอย่างเที่ยงธรรม เป็นจริงที่สุด
จึงเมื่อท่านพูดคนจะรับฟัง เมื่อท่านลงมือทำคนจะเชื่อ
จึงเด่นชัดใน”สถานะ”แห่งคำพูดอันมาจากปาก ภราดร ปริศนานันทกุล ในจุดอันเป็นสัจจะ
สัจจะจากความจัดเจนของประวัติศาสตร์การเมือง
สัจจะจากบทเรียนและการดำรงอยู่อย่างเป็นเอกภาพในระหว่างคำพูดกับการกระทำ
ปัจจัยชี้ขาดมิได้อยู่ที่”คำ”หากอยู่ที่การ”ทำ”
