bg-single

จรัญ มะลูลีม : ความเจ็บไข้ของนบีมุฮัมหมัดหลังฮัจญ์อำลา

01.11.2018

อะบู มุวัยฮิบะฮ์ คงต้องรายงานถึงสิ่งที่เขาได้เห็นและได้ยิน

ศาสดาเริ่มบ่นถึงความเจ็บป่วยของท่านตั้งแต่เช้าหลังจากคืนที่ท่านไปเยี่ยมสุสานที่อัล บากิอ์มา

ตอนนั้นเองที่ผู้คนชักเป็นห่วงและกองทัพของอุสมามะฮ์ก็ไม่ยอมเคลื่อน

ก็จริงอยู่ที่มีนักประวัติศาสตร์หลายคนสงสัยในรายงานของอะบู มุวัยฮิบะฮ์ นักประวัติศาสตร์เหล่านี้สงสัยว่าความเจ็บป่วยของศาสดาไม่ใช่เหตุผลเดียวที่หน่วงเหนี่ยวกองทัพไว้มิให้เคลื่อนไปยังอัชชาม

คนเหล่านี้เชื่อว่าเหตุผลอีกอย่างหนึ่งก็คือความผิดหวังของคนหลายคน

รวมทั้งพวกมุฮาญิรูนและอันศอรอาวุโสจำนวนหนึ่งในเรื่องเกี่ยวกับตำแหน่งแม่ทัพ

ถึงแม้ว่าจะไม่ต้องการถกเถียงถึงการตัดสินของพวกเขาเกี่ยวกับรายงานของอะบู มุวัยฮิบะฮ์ ไว้ ณ ที่นี้ก็ตาม

แต่เราก็ไม่ได้พบเหตุผลที่จะพิสูจน์ถึงการปฏิเสธเหตุการณ์นั้นเหมือนกัน

ไม่ว่าคุณค่าของรายงานนี้จะเป็นอย่างไรก็ตาม ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องปฏิเสธเหตุการณ์ที่ศาสดาไปเยี่ยมสุสานที่บะกีอุล อัลฆัรก็อด ไปละหมาดให้แก่ผู้ตาย

หรือการที่ท่านนึกรู้ว่าเวลาที่ท่านจะได้พบกับพระผู้อภิบาลของท่าน กำลังจะมาถึงแล้วในไม่ช้านี้

 

ในยุคสมัยของเรานี้ วิทยาศาสตร์ก็ยังไม่ปฏิเสธความเป็นไปได้ของการติดต่อกันระหว่างดวงวิญญาณ มันได้จัดการติดต่อเช่นนั้นไว้ในประเภทปรากฏการณ์ทางจิต มีคนจำนวนมากที่มีความเข้าใจที่เข้มแข็งและละเอียดอ่อนจนรู้ว่าความตายของเขาใกล้เข้ามาแล้ว

หลักฐานในเรื่องนี้ก็มีอยู่

นอกจากนั้น การติดต่อสื่อสารระหว่างคนเป็นกับคนตาย การติดต่อระหว่างอดีตกับปัจจุบันลักษณะที่มิได้ถูกจำกัดโดยกาลเวลาหรือระยะทางนั้น ทุกวันนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่มีข้อสงสัยแล้ว

ถึงแม้ว่าธรรมชาติของมนุษย์จะเป็นอย่างไรก็ตาม เราก็ยังไม่อาจจะเข้าใจรูปร่างของมันได้ เพราะฉะนั้น จึงไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธเหตุการณ์ที่ศาสดาไปเยือนสุสานบะกีอ์ว่าเป็นเรื่องเหลือเชื่อได้

ในเมื่อพลังทางวิญญาณและทางจิตใจของศาสดาในการที่จะติดต่อสื่อสารกับอาณาจักรแห่งความเป็นจริงและการที่ท่านทราบถึงความเป็นจริงด้านจิตวิญญาณเหนือมนุษย์ธรรมดา

 

ไข้ของท่านเพิ่มขึ้นในวันแรกๆ ที่ท่านล้มป่วยจนท่านรู้สึกเหมือนกับอยู่บนไฟ เมื่อพิษไข้ทุเลาลง ศาสดาได้เดินไปยังมัสญิดเพื่อนำละหมาด ท่านทำเช่นนี้อยู่หลายวัน แต่รู้สึกอ่อนแอเกินกว่าจะพูดกับบรรดาสาวกหรือฟังพวกเขาพูด

แต่ท่านก็ยังได้ยินคนเหล่านั้นกระซิบกระซาบกันถึงเรื่องที่ท่านแต่งตั้งคนที่หนุ่มมากให้มาบังคับบัญชาพวกมุฮาญิรูนและอันศอรอาวุโสในการไปรบที่อัชชามซึ่งกำลังจะมีมา

ทั้งๆ ที่สุขภาพทรุดโทรมลงเป็นลำดับและมีความเจ็บปวดเพิ่มขึ้น ท่านก็ยังรู้สึกว่าจำเป็นที่จะต้องปราศรัยกับผู้คนทั้งหลายเกี่ยวกับเรื่องนี้

วันหนึ่งท่านได้ขอให้ภริยาและคนรับใช้ของท่านไปตักน้ำจากบ่อต่างๆ มารดบนตัวท่านด้วยถุงที่ทำด้วยหนังแพะหลายถุง

ได้มีการนำน้ำมาจากบ่อต่างๆ ตามคำสั่งของท่านแล้วเทลงบนตัวท่านในขณะที่ท่านนั่งอยู่ในอ่างซึ่งเป็นของฮัฟเซาะฮ์ แล้วท่านก็สวมเสื้อผ้า พันศีรษะแล้วออกไปยังมัสญิด

เมื่อไปยืนอยู่ที่ธรรมาสน์แล้วท่านก็กล่าวคำสรรเสริญพระผู้เป็นเจ้า แล้วละหมาดให้แก่ผู้เสียชีวิตที่อุฮุด แล้วกล่าวแก่ที่ประชุมด้วยถ้อยคำดังต่อไปนี้

: “โอ้ผู้คนทั้งหลาย จงยกทัพไปรบภายใต้การบัญชาการของอุสามะฮ์เถิด การบ่นว่าของพวกท่านในเรื่องการที่เขาเป็นแม่ทัพ นั้นก็เหมือนกับที่พวกท่านเคยบ่นว่าในตอนที่บิดาของเขาเป็นแม่ทัพก่อนหน้านั้น ด้วยพระนามแห่งพระผู้เป็นเจ้า อุสามะฮ์นั้นเหมาะสมที่จะเป็นนายทัพเช่นเดียวกับบิดาของเขา”

ศาสดามุฮัมมัดหยุดไปชั่วขณะหนึ่ง มีแต่ความเงียบกริบ แล้วท่านก็พูดต่อไปว่า

“เขาผู้ที่เมื่อได้มีโอกาสให้เลือกเอาระหว่างโลกนี้หรือโลกหน้า หรือยินยอมตามพระประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้ากลับเลือกเอาหนทางเลือกอันสุดท้ายนั้นเขามิได้เลือกได้ดีกว่าดอกหรือ?”

ศาสดามุฮัมมัดนิ่งเงียบไปอีก ผู้คนต่างก็นิ่งขึงไม่ไหวติง ด้วยความเข้าใจอันลึกซึ้งและความอ่อนไหว อะบูบักร์ก็เข้าใจได้ว่าในที่นี้ศาสดาพูดถึงตัวท่านเอง

อะบูบักร์รู้สึกตื้นตันใจเพราะความจงรักภักดีต่อศาสดาและรู้สึกซาบซึ้งอย่างยิ่งในตัวท่านจนไม่สามารถกลั้นน้ำตาไว้ได้

เขาร้องไห้ออกมาและพูดว่า “แต่เราจะยอมสละชีวิตของเราและชีวิตลูกหลานของเราให้แก่ท่าน โอ้ศาสดามุฮัมมัด!” ด้วยความเกรงว่าความรู้สึกของอะบูบักร์จะติดต่อไปทั่วที่ประชุมนั้น ศาสดาจึงพูดออกมาเบาๆ ว่า

“โอ้ อะบูบักร์! แล้วท่านก็สั่งให้ปิดประตูมัสญิดทุกบานเสีย ยกเว้นแต่บานที่เปิดไปสู่บ้านของอะบูบักร์”

เมื่อปิดประตูแล้วท่านก็กล่าวว่า

“ฉันไม่รู้จักใครที่ความเป็นเพื่อนของเขาเป็นที่ชอบพอของฉันมากไปกว่าท่านเลย ในบรรดาผู้คนทั้งหมดในโลกนี้ ฉันจะขอเลือกแต่เพียงอะบูบักร์เป็นเพื่อนถาวรและเพื่อนตลอดไปของฉัน มิตรภาพของเขานั้นเป็นมิตรภาพและภราดรภาพที่เกิดจากความศรัทธาที่แท้จริง! และมันจะคงทนถาวรไปตราบจนกระทั่งพระผู้เป็นเจ้าทรงนำเรามาอยู่ด้วยกันอีก!”

 

ศาสดามุฮัมมัดละจากธรรมาสก์กลับไปยังบ้านของท่านหญิงอาอิชะฮ์ ในขณะที่ทำดังนั้นท่านได้หันมาหาประชาชนและกล่าวว่า “โอ้มุฮาญิรูน (ผู้อพยพ) จงดีต่อพวกอันศอรเถิด ชุมชนมุสลิมเพิ่มขึ้นทุกๆ วัน แต่จำนวนของพวกอันศอรยังอยู่เท่าเดิม อัลอันศอรนั้นคือผู้คนของฉันเอง เป็นผู้คนที่ไว้ใจได้ซึ่งฉันได้พึ่งพิงพวกเขามา จงดีต่อผู้ที่มีคุณธรรมในหมู่พวกเขาเถิด จงให้รางวัลแก่ผู้เคร่งครัดในศาสนา และจงอภัยให้แก่ผู้ที่ทำผิด”

ศาสดามุฮัมมัดกลับไปถึงบ้านของท่านหญิงอาอีชะฮ์เกือบจะหมดแรงเพราะการออกแรงเมื่อคนเรากำลังป่วยเป็นไข้สูง

การที่จะลุกจากเตียงไปที่มัสญิดหลังจากต้องทำให้ตัวเย็นลงโดยการรดด้วยน้ำหลายถุงหนังแพะนั้นก็เป็นเรื่องที่ลำบากพออยู่แล้ว

แล้วศาสดาจะต้องเหน็ดเหนื่อยแค่ไหนในการที่ต้องพูดสรุปความเช่นนั้น

เมื่อในขณะเดียวกันท่านก็ต้องเผชิญหน้ากับเรื่องด่วนๆ อย่างเช่น การยกทัพของอุสามะฮ์ และชะตากรรมที่ถูกคุกคามของอันศอรและของชุมชนอาหรับซึ่งเพิ่งจะประสานกันใหม่ๆ โดยศาสนาอิสลาม?

 

ในวันรุ่งขึ้นศาสดามุฮัมมัดพยายามจะลุกจากเตียงไปทำละหมาดที่มัสญิดเหมือนอย่างเคย

เมื่อพบว่าความพยายามของท่านไม่มีผล

ท่านจึงสั่งให้อะบูบักร์นำละหมาดท่าน ท่านหญิงอาอิชะฮ์มีความกังวลอยากให้ศาสดาไปนำละหมาดด้วยตัวท่านเอง

นางคิดว่าไม่มีอะไรจะลบล้างความกลัวของผู้คนได้ดีไปกว่าการที่พวกเขาจะได้เห็นศาสดามาทำหน้าที่ประจำวันของท่านต่อไป

นางจึงได้ขออภัยแทนบิดาของนางเองคืออะบูบักร์ โดยบอกว่าเสียงของเขาเบาเกินไป และเขามักจะร้องไห้ทุกครั้งที่อ่านกุรอาน เมื่อรู้ตัวว่าไม่อาจลุกจากเตียงนอนได้ ศาสดาก็กล่าวว่า “พวกผู้หญิงนี่ช่างดื้อเสียนี่กระไร! ไปสั่งให้อะบูบักร์นำละหมาดเดี๋ยวนี้”

อีกวันหนึ่งเมื่ออะบูบักร์ไม่อยู่ บิลาลได้อะซาน เรียกผู้คนมาละหมาดและเชิญอุมัรเป็นผู้นำละหมาด เมื่อเสียงอันดังของอุมัรได้ยินไปถึงศาสดา ท่านก็ถือว่านี่เป็นการขัดคำสั่งเดิมของท่านอีกครั้งหนึ่ง

ท่านกล่าวว่า

“อะบูบักร์อยู่ไหน? พระผู้เป็นเจ้าและบรรดาผู้มีศรัทธาจะไม่ยอมให้อะบูบักร์ไม่ได้เป็นผู้นำหรอก”

เหตุการณ์นี้เองทำให้ผู้คนมั่นใจว่าศาสดามุฮัมมัดได้แต่งตั้งอะบูบักร์ให้เป็นผู้สืบต่อจากท่านจริงๆ เพราะการเป็นผู้นำก็คือเครื่องหมายอันแรกสุดของการสืบต่อจากศาสดา



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

2 คู่รักคนดังวิวาห์ชื่นมื่น ‘ณเดชน์-ญาญ่า’ 15 ปีที่รอคอย ‘พระพาย-หนุน’ เริ่มต้นชีวิตคู่
โศกนาฏกรรมบ้านทิโคร่ง จาก 7 ขวบหายตัวปริศนา สู่เหตุฆาตกรรม ‘น้ององุ่น’ คดีรันทดผืนป่าตะวันตก
ครูสอบตก ‘ลูกจ้างชั่วคราว’ โจทย์ใหญ่ ‘สพฐ.’ เกาไม่ถูกที่คัน
‘REMARKABLY BRIGHT CREATURES’ | ‘หมึกยักษ์สีสดใส’
ย่านฮิต ทรงวาดไวบ์
บทเรียนเอสซีจี วิกฤต และโอกาส (4)
ทำลาย AI ซะ! ฆ่ามันให้ตาย!’
ก้าวใหม่ สังคม ภาพ แห่ง ‘สุภาพบุรุษ’ ก้าวใหญ่ สังคม
อนุทินโมเดล! ปัญหาและความท้าทายในภาคใต้
พฤษภาเลือด ชาวอำนาจเจริญ ชาวบุรีรัมย์ ณ เบื้องหน้า กระสุน สังหาร
ปัตตานี เอฟซี ฟีเวอร์ กีฬาสร้างภาพจำใหม่ แก่จังหวัดปัตตานีและชายแดนใต้
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (9)