bg-single

การศึกษา / จับตา ‘ณัฏฐพล’ กินรวบ ‘องค์กรหลัก’ หวังสร้างผลงาน?!?

27.07.2019

การศึกษา

 

จับตา ‘ณัฏฐพล’ กินรวบ ‘องค์กรหลัก’

หวังสร้างผลงาน?!?

 

นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ถือฤกษ์ 07.49 น. วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 แท็กทีม 2 รัฐมนตรีช่วย คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช และ นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ เข้ากระทรวงศึกษาฯ

พร้อมมอบนโยบายแก่ผู้บริหารองค์กรหลักและองค์กรในกำกับ ศธ. โดยระบุว่า นโยบายการศึกษาเร่งด่วน มีหลายประเด็นทั้งเรื่องพัฒนาทรัพยากรมนุษย์โดยเฉพาะเยาวชนให้มีความรู้ความสามารถ มีทักษะที่จะแข่งขันในศตวรรษที่ 21 โดยต้องพัฒนาให้มีความพร้อมในการปรับตัว มีความรู้พื้นฐาน และทักษะรองรับการแข่งขัน จะพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้เทียบเท่าสากล

และขอให้ผู้บริหาร ศธ.นำนโยบายดังกล่าวไปต่อยอดบูรณาการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น จะนำข้อมูลของ ศธ.มาศึกษาว่าจะแก้ไขจุดอ่อน จะพัฒนาการศึกษาและต่อยอดการทำงานได้อย่างไรบ้าง แม้ขณะนี้การศึกษาไทยไม่ได้เป็นเลิศมากนัก แต่ถ้าผู้บริหารเปิดกว้างและรับฟังความคิดเห็นในการช่วยกันแก้ปัญหา จะทำให้เราเดินไปข้างหน้าง่ายขึ้น

จะฟังเสียงสะท้อนจากพื้นที่และข้าราชการครูเป็นหลัก พร้อมดึงทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมาร่วมกันขับเคลื่อนงานการศึกษา

ปัจจุบันโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว จะต้องพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐานให้ทุกคนมีความรู้เบื้องต้น และเท่าเทียมกัน

แต่ยังมีเด็กหลายกลุ่มที่มีศักยภาพ และพร้อมรับการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด

ต้องหาเด็กกลุ่มนี้ให้เจอ และพัฒนาสนับสนุนความสามารถให้เป็นช้างเผือก

ซึ่งเชื่อว่าเด็กเหล่านี้มีจำนวนมาก ถ้าวางแผนพัฒนาอย่างเหมาะสม จะกลายเป็นผู้นำประเทศ

 

นายณัฏฐพลระบุด้วยว่า จะพัฒนาการศึกษาเด็กปฐมวัย เนื่องจากเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาการศึกษา

เด็กเหล่านี้จะแบกภาระในการพัฒนาประเทศ จึงต้องสร้างความพร้อมให้เด็กมีคุณภาพ เติบโตไปพัฒนาประเทศให้ได้

ส่วนครูเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาเยาวชน ถือว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องพัฒนา จะพัฒนาครูให้เข้าสู่ศตวรรษที่ 21 ซึ่งต้องขอดูข้อมูลว่าอะไรที่ทำให้การพัฒนาครูติดขัด ก็ต้องสร้างเส้นทางพัฒนาครูให้กว้างและสะดวกต่อการพัฒนา จะต่อยอดความสามารถในการสอนของครู

รวมถึงต้องให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิต คุณภาพการทำงาน ต้องสร้างขวัญกำลังใจ ส่งเสริมให้ครูมีความพร้อมในการเป็นแม่พิมพ์พ่อพิมพ์ อย่างไรก็ตาม นโยบายการพัฒนาครูต่างๆ ต้องได้รับการตอบสนองจากครูด้วย ถึงจะเดินหน้าได้ และทุกอย่างต้องมีตัวชี้วัด มีกรอบระยะเวลาในการดำเนินงาน และต้องสามารถจับต้องได้ ต้องสร้างครูให้มีมาตรฐานเท่ากัน และภายใน 1 ปีนี้ จะต้องคืนครูสู่ห้องเรียนให้ได้เพิ่มมากขึ้น

ต้องปรับหลักสูตรให้มีความทันสมัยต่อโลกยุคดิจิตอล นำเทคโนโลยีในยุคดิจิตอลเข้ามาผสมผสานพัฒนาหลักสูตรให้เหมาะสม ตั้งเป้าว่าภายใน 1 เดือน ต้องทำให้เกิดขึ้นให้ได้ และต้องมีกรอบการดำเนินงานที่ชัดเจน ส่วนจะทบทวนนโยบายเก่าหรือไม่ เช่น คูปองพัฒนาครู ที่มีเสียงสะท้อนจากพื้นที่ว่าเป็นภาระครู เป็นต้น เรื่องนี้ต้องดูรายละเอียดว่ามีข้อดีข้อเสียอย่างไร ถ้ามีอะไรที่ไม่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาครู ต้องมาดูรายละเอียดที่มาที่ไป ดูว่าควรมีหรือไม่

ส่วนการทบทวนนโยบายเก่าหรือแก้ไขกฎระเบียบต่างๆ นั้น ขอดูรายละเอียดก่อน เพราะการจะแก้ไขกฎระเบียบใดๆ ต้องมีการประเมิน ศึกษา และวางแผนอย่างรอบคอบ สำหรับปัญหาทุจริตในกระทรวง มีฝ่ายกฎหมายของตนที่จะดูแลโดยเฉพาะ รวมถึงวิเคราะห์ภาพรวมการใช้งบประมาณของ ศธ. ว่ามีปัญหาที่ผูกพันกับการทุจริตอย่างไร

โดยคาดว่าก่อนสิ้นปี 2562 จะตรวจสอบแล้วเสร็จ

 

หลังมอบนโยบาย นายณัฏฐพลได้แบ่งงานให้ 2 รัฐมนตรีช่วย

โดยนายณัฏฐพลกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.ศธ.)

ส่วนคุณหญิงกัลยากำกับดูแลสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) และโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์

ส่วนนางกนกวรรณกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) และสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ

การแบ่งงานดังกล่าว นำมาสู่เสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมทำนองว่า นายณัฏฐพลกินรวบและเลือกหน่วยงานที่สามารถสร้างผลงานได้

แต่นายณัฏฐพลชี้แจงว่าได้มีการพูดคุยกับ 2 รัฐมนตรีช่วยและเข้าใจดี

“ได้พูดคุยกับรัฐมนตรีช่วยซึ่งทั้งสองไม่มีปัญหา ผมได้อธิบายเหตุผลว่า ในฐานะรัฐมนตรีว่าการ ศธ.ที่ดูแลนโยบายทั้งหมด ขออนุญาตรับทราบปัญหาใหญ่ๆ ก่อน ทั้ง สพฐ.และ สอศ. ซึ่งคงต้องใช้เวลาศึกษางาน คาดว่าประมาณ 6 เดือนแล้วจะมาประเมินปัญหาร่วมกัน และเกลี่ยงานกันอีกที ซึ่งรัฐมนตรีช่วยทั้งสองก็เข้าใจ และให้ความไว้วางใจในการตัดสินใจ แม้ผมจะดูแลหน่วยงานหลักของ ศธ. แต่เรื่องใดที่ทั้ง 2 คนถนัด ก็สามารถเข้ามาช่วยเหลือกันและกันได้”

นายณัฏฐพลระบุ

 

อย่างไรก็ตาม นักวิชาการอย่างนายสมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่า หากมองทางการเมือง การแบ่งงานของนายณัฏฐพลอาจไม่ยุติธรรม

เพราะรัฐมนตรีมาจากต่างพรรค ก็ต้องการดูแลหน่วยงานที่สามารถสร้างผลงานให้กับตัวเองและพรรคได้

แต่หากมองในมุมการพัฒนาการศึกษา ถือว่าเหมาะสม เพราะ ศธ.มีปัญหาเรื่องการผลิตกำลังคนอาชีวศึกษา เพื่อตอบโจทย์ตลาดแรงงานที่ไม่เข้าเป้ามาหลายปี การดูระบบส่งต่อนักเรียนจากขั้นพื้นฐานสู่อาชีวะ จึงเป็นเรื่องเหมาะสม

ส่วนคุณหญิงกัลยาซึ่งได้รับมอบหมายให้ดูแลงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการเกษตรในวิทยาลัยอาชีวศึกษานั้น ถือว่าตรงนโยบายพรรคมากที่สุด

และคุณหญิงกัลยาก็สามารถดูแลงานด้koวิทยาศาสตร์และการเกษตรได้ดี เพราะถือเป็นสาขาที่ขาดแคลน ซึ่งไม่ค่อยได้รับการดูแล แต่เป็นงานสำคัญ

ส่วนนางกนกวรรณยอมรับว่างานที่ได้รับมอบหมาย ยังมองภาพการทำงานได้ไม่ค่อยชัด

ขณะที่นายธนชน มุทาพร ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) ชัยภูมิ เขต 1 ประธานชมรมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแห่งประเทศไทย (ชร.ผอ.สพท.) ระบุว่า เห็นด้วยกับการแบ่งงานของนายณัฏฐพล

เพราะรัฐมนตรีว่าการ ศธ.ต้องรับหน้าที่ดูแลงานสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาครู นักเรียน และบุคลากรทางการศึกษา แต่หากมองทางการเมือง ก็ไม่ถือว่าไม่ยุติธรรมกับรัฐมนตรีช่วยทั้งสอง เพราะแม้ไม่ได้รับมอบหมายให้ดูแลหน่วยงานหลักใน ศธ. แต่ก็ถือว่าได้รับมอบหมายให้ดูแลงานสำคัญ ทั้ง สช. กศน. เชื่อว่ารัฐมนตรีช่วยทั้งสองจะสามารถขับเคลื่อนงานร่วมกันได้เป็นอย่างดี

แม้ทั้งสามจะไม่มีผลงานโดดเด่นทางด้านการศึกษา แต่ก็มีความมุ่งมั่นตั้งใจ ฉะนั้น คงต้องติดตามผลงานกันยาวๆ ว่าจะฝากความหวังได้หรือไม่



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

เหยี่ยวถลาลม | หนูไม่รู้
50 ปี 6 ตุลาฯ | สุรชาติ บำรุงสุข
บททดสอบสุดท้าย’บิ๊กต่าย’ ระบบตั๋วปะทะระบบคุณธรรม ระวังคลื่นลูกใหญ่ใน ก.พ.ค.ตร.
การกลับมาโสดอีกครั้งของ ปันปัน สุทัตตา
ออสเตรเลีย ยกระดับคุมปืน รับซื้ออาวุธปืนคืนจากประชาชน
เส้นทางความรัก นก อุษณีย์ จนถึงวัน ขอ ‘ม่วย’ แต่งงาน
แนวคิดของมาเคียเวลลีเรื่องการตบตีเทพีแห่งโชค
MatiTalk รมช.คมนาคม โต้ง สิริพงศ์ ว่าด้วย KPI กำแพง อุปสรรค และสิ่งที่ไม่คาดฝัน
ธงทอง จันทรางศุ | ‘ช่องว่าง’ ในครอบครัว
เจาะปมสังหาร ‘นายกฯ เด’ เลือดล้างสัมพันธ์เก่าแก่ อดีต ส.ส.ฉลอง-อ้างหนี้ แต่เบื้องลึกพลิกอีกมุม!
ศ.สุชาติ ชี้แก้คอร์รัปชันไทย ต้องเริ่มจากผู้นำที่สะอาด ใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม
E-DUANG | จังหวะภาพ ทักษิณ ชินวัตร ชุมนุม มังกร ทาง การเมือง