bg-single

โฟกัสพระเครื่อง/โคมคำ/เหรียญรูปเหมือน 2470 หลวงพ่อเภา วัดถ้ำตะโก พระเกจิดังเขาสมอคอน

26.01.2020

โฟกัสพระเครื่อง/โคมคำ [email protected]

เหรียญรูปเหมือน 2470

หลวงพ่อเภา วัดถ้ำตะโก

พระเกจิดังเขาสมอคอน

 

“พระครูพุทธสราจารย์” หรือ “หลวงพ่อเภา พุทธสโร” วัดถ้ำตะโก ต.เขาสมอคอน อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี พระเกจิชื่อดังที่ชาวบ้านย่านตำบลเขาสมอคอน ต่างให้ความเลื่อมใสศรัทธากันมาก รวมทั้งแวดวงนักนิยมสะสมพระเครื่องและเหรียญคณาจารย์

แต่ด้วยหลวงพ่อเภาไม่นิยมสร้างวัตถุมงคล ดังนั้น คณะศิษย์ซึ่งมีมากมาย จึงร่วมกันจัดสร้างขึ้นเองแล้วขอให้ท่านปลุกเสก ปรากฏว่ามีเพียง 2 รุ่นเท่านั้น ซึ่งเป็นที่นิยมสะสมและแสวงหาอย่างสูง

โดยเฉพาะรุ่น 2 ที่มีประวัติการสร้างชัดเจนกว่ารุ่นแรก เป็นเหรียญรูปเหมือนหลวงพ่อเภา

จัดสร้างขึ้นในปี พ.ศ.2470 เป็น 2 เนื้อ คือ เนื้อเงินและเนื้อทองแดงกะไหล่ทอง เพื่อแจกเป็นที่ระลึกแก่ผู้มีจิตศรัทธาร่วมบุญปฏิสังขรณ์วัด

ลักษณะเป็นเหรียญเสมา มีหูเชื่อม

ด้านหน้าเป็นรูปเหมือนหันหน้าตรง ด้านล่างมีอักษรไทย เขียนคำว่า “พระพุทธสาราจารย์เภา วัดถ้ำตะโก”

ด้านหลังตรงกลางเป็นยันต์สี่เหลี่ยม รอบยันต์มีอักษรไทย เขียนคำว่า “ที่รฤึกในการกุศลปฏิสังขรณ์แลผูกสีมาวัดเขาวงกฎลพบุรี” ล่างสุดเป็นปีที่สร้าง “๒๔๗๐”

เป็นเหรียญที่นิยมและหายากในพื้นที่

 

เกิดเมื่อปี พ.ศ.2415 ที่บ้านใต้วัดอินทาราม อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ บิดาชื่อ นายขำ โยมมารดาชื่อ นางแสง

อายุ 6 ขวบ บิดามารดานำไปฝากเรียนหนังสือที่สำนักพระอธิการคง วัดอินทาราม พยุหะคีรี จนถึงอายุ 11 ขวบ จึงได้บรรพชา และศึกษาพระปริยัติกับพระอาจารย์คง จวบจนอายุ 20 ปี (พ.ศ.2435) เข้าพิธีอุปสมบทที่วัดเขาแก้ว อ.พยุหะคีรี โดยมีหลวงพ่อเทศ วัดสระทะเล เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอาจารย์คง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์รับ เป็นพระอนุสาวนาจารย์

จำพรรษาอยู่กับหลวงพ่อเทศ พระอุปัชฌาย์ ที่วัดสระทะเล ในช่วง 12 ปีแรก ศึกษาพระปริยัติธรรม 2 ปีต่อมา ขออนุญาตพระอุปัชฌาย์ เดินทางไปเรียนพระปริยัติที่สำนักวัดทุ่งแก้ว จ.อุทัยธานี ของเจ้าคุณพระสุนทรมุนี (ใจ คังคสโร) ซึ่งเป็นสำนักที่ลือชื่ออยู่ในขณะนั้น และเมื่อได้รับอนุญาตแล้ว ท่านเดินทางไปศึกษาพระปริยัติธรรมอยู่ที่สำนักวัดทุ่งแก้วอยู่ 3 พรรษา

ต่อมาเดินทางเข้ามายังกรุงเทพฯ ศึกษาอยู่กับสำนักเจ้าคุณพระศรีวิสุทธิวงศ์ (เหลียน) วัดสุทัศนเทพวราราม อีก 3 พรรษา

กระทั่งถึง พ.ศ.2442 จึงได้กลับมาจำพรรษาอยู่ที่วัดอินทาราม อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ อันเป็นภูมิลำเนาเดิม และช่วยพระอธิการคงแสดงธรรมและสอนพระปริยัติธรรมอยู่ 2 ปี

จนถึง พ.ศ.2445 มีจิตใจมุ่งในทางวิปัสสนากัมมัฏฐาน ท่านกราบลาพระอาจารย์คง ออกธุดงค์ไปตามสถานที่วิเวก เพื่อปฏิบัติกัมมัฏฐาน

เหรียญหลวงพ่อเภา (หน้า-หลัง)

 

ประมาณ พ.ศ.2446 เดินทางจากวัดท่าโขลง โดยข้ามคลองบางขามมาทางทิศตะวันออก ประมาณ 4 กิโลเมตร ได้ไปพบสถานที่แห่งหนึ่งอยู่ที่บ้านพราน ต.เขาสมอคอน อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี มีสภาพเป็นวัดร้างเก่าแก่มาแต่โบราณ มีซากอิฐเก่าปรากฏอยู่  ที่หน้าถ้ำมีต้นตะโกอยู่ต้นหนึ่ง จึงเรียกกันว่า “ถ้ำตะโก”

ภายในถ้ำตะโก มีพระพุทธรูปศิลายืนขนาดความกว้าง 23 นิ้ว สูง 75 นิ้ว แกะสลักด้วยหินทราย พุทธลักษณะทรงเครื่องแบบลพบุรีศิลปะขอม

เมื่อกลับมาที่วัดท่าโขลง แสดงความจำนงแก่ชาวบ้านว่าจะไปจำพรรษาอยู่ที่ถ้ำตะโก ชาวบ้านจึงได้ช่วยจัดเสนาสนะถวายตามกำลังที่จะทำได้ในขณะนั้น และได้มีพระภิกษุตามท่านมาด้วย 9 รูป ชาวบ้านจึงได้ช่วยกันสร้างเสนาสนะเพิ่มเติม สร้างศาลาการเปรียญ หอฉัน ศาลาปากถ้ำตะโก และกุฏิเพิ่มเติมโดยลำดับ

พ.ศ.2451 วัดถ้ำตะโกก็ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เป็นวัดโดยสมบูรณ์แบบ พร้อมพัฒนาวัดปฐมพานิช อ.บ้านหมี่ และสร้างวัดเขาวงกฏ อ.บ้านหมี่ด้วย

นอกจากนี้ ยังเป็นที่เคารพนับถือของเจ้านายชั้นสูงหลายพระองค์ด้วยกัน อาทิ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ และพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นวิวิธวรรณปรีชา ทั้งสองพระองค์ทรงเลื่อมใสหลวงพ่อเป็นอย่างยิ่ง

สมเด็จเจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต เคยเสด็จมาที่วัดเขาวงกฏได้พบหลวงพ่อเภา ที่ถ้ำคูหาสวรรค์ ทรงเลื่อมใสในปฏิปทาและแนวทางในการปฏิบัติของหลวงพ่อ จึงถวายปัจจัยเพื่อก่อสร้างวัดเป็นจำนวน 1,000 บาท

ซึ่งต่อมาปี พ.ศ.2470 หลวงพ่อเภาสร้างกุฏิขึ้นหน้าถ้ำคูหาสวรรค์ให้ชื่อว่า “ตึกบริพัตร” ใช้ชื่อตามนามของผู้บริจาค

 

ด้านสมณศักดิ์ของท่าน อ้างอิงจากรูปถ่าย ประกอบกับชื่อที่ปรากฏในเหรียญของท่านที่ทำขึ้นและเทียบเคียงกับพระสงฆ์ที่มีสมณศักดิ์เดียวกับหรือคล้ายกับท่าน พอจะอนุมานได้ว่าท่านคงได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร และราชทินนามก็น่าจะเป็นพระครูพุทธสราจารย์

ด้านวิทยาคมของหลวงพ่อเภา เมื่อครั้งออกธุดงค์ไปตามสถานที่ต่างๆ ได้พบและศึกษาวิปัสสนากัมมัฏฐานและวิทยาการต่างๆ กับพระเกจิผู้มากด้วยวิทยาคมหลายรูป จนมีวิทยาคมเข้มขลัง

เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2474 เวลา 02.00 น. มรณภาพลงอย่างสงบ ที่วัดเขาวงกฏ ต.สนามแจง อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี

สิริอายุ 60 ปี พรรษา 40

 



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

สองทศวรรษของชีววิทยาสังเคราะห์ (4)
ที่มาของการเต้นแอโรบิก และแรงบันดาลใจจากเจน ฟอนด้า
แกะรอย ประวัติศาสตร์แห่ง ‘อาทิตย์ 3 ดวง’ หรือ ‘Sundogs’ (จบ)
โลกที่มนุษย์รับรู้ ไม่ใช่โลกที่แท้จริง
แตรฝรั่ง (4)
ปฏิบัติการกู้ชีพโดโด้ (และนกโมอา) ตอนพิเศษ : ‘เปลือกไข่สังเคราะห์’
สนทนา ‘อิสริยะ-ภาวุธ’ 2 ขุนพลไอที ‘พรรคประชาชน’ ‘รัฐเอไอ’ ควรทำงานกันอย่างไร?
เจ้าฟ้าและสามัญชน (2) | เปิดฉากการผจญภัยในดินแดนหมีขาว
ฉากชีวิต ‘บ่าวนิก สกลนคร’ จากนักแสดงเวทีรัชดาลัย สู่ สัปปายะสภาสถาน บทบาท ส.ส. ‘กล้าธรรม’
เหยี่ยวถลาลม | ‘ป.ป.ช.’ ระอุ ‘แหวนแม่นาฬิกาเพื่อน’ ไม่ทันจาง ‘ศักดิ์สยาม’ เข้ามาแทรก
​สพป.ชัยนาท ร่วมกับ ศูนย์ประสานงานทางการศึกษาสรรพยา 2 ผนึกกำลังจิตอาสาฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย สานต่อแนวคิด “เขาขยาย เขาทะเลทราย สู่เขาสวรรค์”
เช็กสเป๊ก ‘ว่าที่ ผบ.ตร.คนที่ 16’ ใครมาแรงแม่ทัพสีกากี? จับตา ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ จัดทัพนายพล