bg-single

แกะรอย ประวัติศาสตร์แห่ง ‘อาทิตย์ 3 ดวง’ หรือ ‘Sundogs’ (จบ)

13.06.2026

Multiverse | บัญชา ธนบุญสมบัติ

ในบทความตอนที่ 2 ผมเล่าไว้ว่าที่มาของคำว่า sun dog นั้นยังไม่ชัดเจน จึงมีสันนิษฐานต่างๆ หลายแบบ โดยข้อสันนิษฐานหนึ่งคือ คำว่า sun dog อาจมาจากการที่เทพโอดินมีสุนัขคู่ใจ 2 ตัวขนาบข้างก็เป็นได้ คราวนี้มาดูข้อสันนิษฐานอื่นกันต่อครับ

สารานุกรม Wikipedia อ้างถึงหนังสือของ แอบรัม พาล์มเมอร์ (Abram Palmer) ชื่อ Folk-etymology : A Dictionary of Verbal Corruptions Or Words Perverted in Form Or Meaning, by False Derivation Or Mistaken Analogy ตีพิมพ์ ค.ศ.1882 ซึ่งได้ให้คำนิยามของ sun-dogs ไว้ว่า

“ปรากฏการณ์ของดวงอาทิตย์เทียม (false suns) ซึ่งบางครั้งปรากฏขึ้นข้างๆ หรือ ‘ติดตาม’ (dog) ดวงอาทิตย์จริงเมื่อมองผ่านหมอก ในแถบนอร์โฟล์ก (Norfolk) คำว่า sun-dog หมายถึงจุดแสงใกล้ดวงอาทิตย์ และ water-dogs หมายถึงเมฆบางๆ ที่มีลักษณะคล้ายน้ำ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าคำว่า dog เป็นคำเดียวกับคำว่า dag ซึ่งหมายถึงน้ำค้างหรือหมอกบางๆ เช่นในสำนวน “a little dag of rain” (Philolog. Soc. Trans. 1855, หน้า 80) เทียบกับคำว่า dogg ในภาษาไอซ์แลนด์ คำว่า dug ในภาษาเดนมาร์กและสวีเดน และคำว่า “dew” ในภาษาอังกฤษ”

โดยสรุปคือ คำอธิบายนี้ตั้งข้อสังเกตว่า dog ใน sun-dog อาจมีรากศัพท์เดียวกับ dag (ภาษาอังกฤษโบราณในบางท้องถิ่น) ที่หมายถึง หมอก หรือน้ำค้าง

อย่างไรก็ดี คำว่า dog ในภาษาอังกฤษปัจจุบัน เมื่อใช้เป็นคำกริยายังอาจหมายถึง “ติดตามอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง” ได้ด้วย ดังเช่นสำนวน Dog the true [sun] ซึ่งหมายความว่า “ติดตาม [ดวงอาทิตย์] จริง” ซึ่งมีการใช้ตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1510 เป็นต้นมา

แผนภาพการทรงกลดหลายรูปแบบ
ที่มา : https://communitycloudatlas.wordpress.com/wp-content/uploads/2015/04/alberta_halos.jpg

โยนาส เพิร์สสัน (Jonas Persson) เสนอว่า ศัพท์คำว่า sun-dog อาจมีรากมาจากตำนานเทพนอร์สและชื่อโบราณในกลุ่มภาษาสแกนดิเนเวียก็เป็นได้ เช่น ภาษาเดนมาร์กมีคำว่า solhunde (สุนัขอาทิตย์), ภาษานอร์เวย์มีคำว่า solhund (สุนัขอาทิตย์) และภาษาสวีเดนมีคำว่า solvarg (หมาป่าอาทิตย์)

ตัวอย่างคำที่ยกมานี้สะท้อนภาพเรื่องเล่าของชาวไวกิ้งโบราณเกี่ยวกับหมาป่าพี่น้องสองตัวที่ทำหน้าที่ไล่ล่าดวงดาวบนท้องฟ้า นั่นคือ สโกลล์ (Sk?ll) ไล่กวดดวงอาทิตย์ และฮาติ (Hati) ไล่กวดดวงจันทร์

แต่เนื่องจากดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ดูเหมือนว่าโคจรต่อเนื่องกันบนเส้นทางเดียวกันบนท้องฟ้า ภาพของหมาป่าทั้งสองจึงถูกมองว่าวิ่งเรียงแถวต่อกันไปในวงรอบ

กล่าวคือ หมาป่าที่ไล่ตามหลังดวงอาทิตย์ก็จะอยู่ตำแหน่งนำหน้าดวงจันทร์

ในขณะเดียวกัน หมาป่าที่ตามหลังดวงจันทร์ก็จะอยู่ตำแหน่งนำหน้าดวงอาทิตย์

ผลลัพธ์คือ ในมุมมองของคนโบราณ ทั้งดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ต่างถูกขนาบทั้งด้านหน้าและด้านหลังโดยหมาป่าคู่นี้อยู่เสมอ

เพิร์สสันจึงสรุปว่า ภาพเชิงตำนานของหมาป่าสองตัวที่คอยวิ่งขนาบดวงอาทิตย์นี้เอง อาจเป็นต้นกำเนิดของคำว่า sun-dog ที่สะท้อนแสงสว่างวาบขึ้นมาขนาบข้างดวงอาทิตย์จริง ราวกับมีหมาป่าในตำนานคู่นี้กำลังตามประกบอยู่ไม่ห่างนั่นเอง

หนังสือชื่อ North-West Fox, or, Fox from the North-West Passage
ทื่มา: https://en.wikipedia.org/wiki/Luke_Foxe

แล้วคำว่า sun dog นี่มีใช้ครั้งแรกในภาษาอังกฤษตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?

พจนานุกรม Oxford English Dictionary (OED) ออนไลน์ ระบุว่า การใช้คำนาม sun dog ที่เก่าที่สุดที่ทราบคือช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 17 หลักฐานแรกสุดจาก OED ระบุว่า คำว่า sun dog ปรากฏครั้งแรกใน ค.ศ.1635 ในงานเขียนของลูค ฟ็อกซ์ (Luke Foxe) นักเดินเรือและนักสำรวจชาวอังกฤษ ดูข้อมูลได้ที่ https://www.oed.com/dictionary/sun-dog_n?utm_source=copilot.com&tl=true

ส่วนพจนานุกรม Merriam-Webster ออนไลน์ ก็ระบุว่า คำว่า ‘sun dog’ มีหลักฐานว่าใช้เป็นครั้งแรกใน ค.ศ.1635 สอดคล้องกับ OED แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับหลักฐานดังกล่าว ดูข้อมูลได้ที่ https://www.merriam-webster.com/dictionary/sun%20dog#word-history

อย่างไรก็ดี เนื่องจากลูค ฟ็อกซ์ นักสำรวจชาวอังกฤษ เคยเดินทางไปสำรวจเส้นทางตะวันตกเฉียงเหนือ (Northwest Passage) ในช่วง ค.ศ. 1631 โดยต่อมาได้ตีพิมพ์หนังสือชื่อ North-West Fox, or, Fox from the North-West Passage ใน ค.ศ.1635 ซึ่งหากหนังสือเล่มนี้เป็นงานเขียนที่ Oxford English Dictionary อ้างถึง ก็เป็นไปได้ว่าคำว่า sun dog ที่ปรากฏในหนังสือเล่มนี้น่าจะมีใช้มาก่อนที่หนังสือเล่มนี้ได้รับการตีพิมพ์ครั้งแรกใน ค.ศ.1635

ขอบันทึกไว้นิดหนึ่งว่าบทความเรื่อง Sundogs – The Fact and Fiction! ของแมรี แม็คอินไทร์ ระบุว่า ลูค ฟอกซ์ ใช้คำนี้ใน ค.ศ.1631 ซึ่งเป็นข้อมูลที่น่าจะได้มีการตรวจสอบความถูกต้องต่อไป บทความดังกล่าวอ่านได้ที่ https://marysastronomyblogs.blogspot.com/2014/06/sundogs-fact-and-fiction.html

เจค็อบ ฮัตเตอร์ อาจเป็นบุคคลแรกที่ใช้คำว่า อาทิตย์ 3 ดวง
ที่มา : https://en.wikipedia.org/wiki/Jakob_Hutter

มาถึงประเด็นสุดท้าย – แล้วโลกตะวันตกมีหลักฐานเกี่ยวกับการเรียกซันด็อกว่า ‘อาทิตย์ 3 ดวง’ ไหม?

บทความเรื่อง Sundogs – The Fact and Fiction! ของแมรี แม็คอินไทร์ เล่าว่า คำบรรยายที่ชัดเจนครั้งแรกของพาร์ฮีเลียในฐานะปรากฏการณ์ทางบรรยากาศ ไม่ใช่เรื่องเล่าหรือเทพนิยาย แต่มาจากข้อความในหนังสือที่เจค็อบ ฮัตเตอร์ (Jakob Hutter) เขียนขึ้นใน ค.ศ.1533 ใน Brotherly Faithfulness: Epistles from a Time of Persecution (ศรัทธาแห่งภราดรภาพ : จดหมายจากยุคแห่งการถูกข่มเหง) โดย เจค็อบ ฮัตเตอร์ เขียนว่า

“ลูกที่รักทั้งหลาย ข้าพเจ้าต้องการบอกว่าในวันถัดจากการลาจากของพี่น้องคุนทซ์ (Kuntz) และมิเชล (Michel) ในวันศุกร์ เราเห็นดวงอาทิตย์สามดวงอยู่บนท้องฟ้าเป็นเวลานานราวหนึ่งชั่วโมง พร้อมกับรุ้งสองตัวซึ่งหันหลังเข้าหากัน เกือบจะสัมผัสกันตรงกลาง และปลายชี้ออกไปทางตรงข้าม และนี่คือสิ่งที่ข้า – เจค็อบ – เห็นด้วยตาของตนเอง และพี่น้องชายหญิงหลายคนก็เห็นร่วมกับข้าพเจ้าด้วย หลังจากนั้นไม่นาน ดวงอาทิตย์สองดวงและรุ้งกินน้ำก็หายไป เหลือเพียงดวงอาทิตย์หนึ่งดวง แม้ว่าดวงอาทิตย์อีกสองดวงจะไม่สว่างเท่าดวงหลัก แต่ก็เห็นได้ชัดเจน ข้าพเจ้ารู้สึกว่านี่ไม่ใช่ปาฏิหาริย์เล็กน้อยเลย…”

ผมเน้นตัวหนาคำว่า ‘ดวงอาทิตย์สามดวง’ และ ‘รุ้งสองตัวซึ่งหันหลังเข้าหากัน’ ไว้ให้เห็นชัดๆ

หนังสือ Brotherly Faithfulness : Epistles from a Time of Persecution

ทั้งนี้ ปรากฏการณ์ที่ฮัตเตอร์เรียกว่า ‘รุ้งสองตัวซึ่งหันหลังเข้าหากัน’ นั้น จริงๆ แล้วไม่ใช่รุ้งกินน้ำ (rainbow) แต่เป็นเส้นทรงกลด 2 เส้น ได้แก่ เส้นโค้งหงาย คือ เส้นโค้งเซอร์คัมซีนิทัล (circumzenithal arc) และเส้นโค้งคว่ำ คือ เส้นโค้งซูพราแลตเทอรัล (supralateral arc)

ผมนำแผนภาพการทรงกลดหลายรูปแบบมาให้ชมด้วย สังเกต 2 เส้นบนสุดนั้น ซึ่งเจค็อบ ฮัตเตอร์ เรียกว่า “รุ้งสองตัวซึ่งหันหลังเข้าหากัน”

เจค็อบเขียนเนื้อหาดังกล่าวเป็นภาษาเยอรมันในช่วง ค.ศ.1533-1535 ทั้งนี้ หนังสือฉบับแรกในภาษาเยอรมันได้รับการตีพิมพ์ใน ค.ศ.1923 และแปลเป็นภาษาอังกฤษโดยตีพิมพ์ใน ค.ศ.1979

ทั้งหมดนี้คือเรื่องราวเกี่ยวกับ ‘ซันด็อก’ และ ‘อาทิตย์ 3 ดวง’ ในมุมมองทางภาษาและประวัติศาสตร์ครับ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

สองทศวรรษของชีววิทยาสังเคราะห์ (4)
ที่มาของการเต้นแอโรบิก และแรงบันดาลใจจากเจน ฟอนด้า
แกะรอย ประวัติศาสตร์แห่ง ‘อาทิตย์ 3 ดวง’ หรือ ‘Sundogs’ (จบ)
โลกที่มนุษย์รับรู้ ไม่ใช่โลกที่แท้จริง
แตรฝรั่ง (4)
ปฏิบัติการกู้ชีพโดโด้ (และนกโมอา) ตอนพิเศษ : ‘เปลือกไข่สังเคราะห์’
สนทนา ‘อิสริยะ-ภาวุธ’ 2 ขุนพลไอที ‘พรรคประชาชน’ ‘รัฐเอไอ’ ควรทำงานกันอย่างไร?
เจ้าฟ้าและสามัญชน (2) | เปิดฉากการผจญภัยในดินแดนหมีขาว
ฉากชีวิต ‘บ่าวนิก สกลนคร’ จากนักแสดงเวทีรัชดาลัย สู่ สัปปายะสภาสถาน บทบาท ส.ส. ‘กล้าธรรม’
เหยี่ยวถลาลม | ‘ป.ป.ช.’ ระอุ ‘แหวนแม่นาฬิกาเพื่อน’ ไม่ทันจาง ‘ศักดิ์สยาม’ เข้ามาแทรก
​สพป.ชัยนาท ร่วมกับ ศูนย์ประสานงานทางการศึกษาสรรพยา 2 ผนึกกำลังจิตอาสาฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย สานต่อแนวคิด “เขาขยาย เขาทะเลทราย สู่เขาสวรรค์”
เช็กสเป๊ก ‘ว่าที่ ผบ.ตร.คนที่ 16’ ใครมาแรงแม่ทัพสีกากี? จับตา ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ จัดทัพนายพล