bg-single

อนุสรณ์ ติปยานนท์ : ชีวิตาในโลกใหม่ (22) เทศะแห่งอาณานิคมและกาละของผู้ปกครอง

21.04.2017

ยี่สิบกว่าปีก่อนในชั้นเรียนวิชาประวัติศาสตร์

อาจารย์ท่านหนึ่ง : อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ประเทศสเปนครอบครองและจัดตั้งอาณานิคมในละตินอเมริกาได้สำเร็จ

นักศึกษา : อาวุธ ความสูงส่งด้านอารยธรรม ความเชื่อของคนพื้นถิ่นที่ว่าพวกผิวขาวคือพระเจ้าที่เสด็จมาจากแดนไกล

อาจารย์ท่านนั้น : ถูกต้อง ลองคิดดูสิว่าประเทศที่สามารถแล่นเรือข้ามภัยพิบัตินานามาถึงดินแดนรกร้างว่างเปล่าจะมีความสามารถขนาดไหน ด้วยความสามารถขนาดนั้น อย่าว่าแต่จะครอบครองดินแดนละตินอเมริกาเลย จนแม้แต่การครอบครองโลกพวกเขาก็น่าจะกระทำได้

แน่นอนเมื่อผนวกด้วยความเชื่อที่ว่าพวกเขาคือผู้ปลดปล่อยด้วยแล้วยิ่งทำให้การจัดการผู้คนที่ด้อยอารยธรรมกว่าเป็นไปอย่างง่ายดาย…

หลังเลิกเรียนในวันนั้น ผมเชื่อว่านักศึกษาแทบทั้งหมดคงลืมการสนทนาที่ว่านั้นไปแล้ว

ผมเองก็เช่นกัน สำหรับนักศึกษาจากอีกซีกโลกหนึ่ง การเข้าใจดินแดนที่อยู่สุดขอบว่าเป็นเช่นไรนั้นคงทำได้เพียงแค่เห็นเงาจางๆ ในความคิด

เรารู้ว่า คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส คือชาวต่างถิ่นที่ไปถึงที่นั่นเป็นคนแรก

เรารู้ว่าเจิ้งเหอหรือเจ้าพ่อซำปอกง นักเดินทางผู้สามารถแห่งราชวงศ์เหม็งอาจไปถึงที่นั่นด้วย

เรารู้ว่าทวีปอเมริกาตั้งชื่อตาม อเมริโก เวสปุชชี่ นักเดินทางชาวอิตาเลียน

เรารู้ว่า การ์เบรียล การ์เซีย มาร์เกซ นักเขียนรางวัลโนเบลชาวโคลอมเบียได้เขียนถึงพัฒนาการทางดินแดนของพวกเขาผ่านทางนวนิยายเรื่องเยี่ยมคือหนึ่งร้อยปีแห่งความโดดเดี่ยว

เรารู้ว่าความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรสเปนนั้นมีอยู่จริงจนแม้ประเทศฟิลิปปินส์ที่อยู่ไม่ห่างจากเรานักยังไม่อาจพ้นเงื้อมมือการยึดครองของพวกเขาได้

กระนั้นเราก็ไม่รู้อีกหลายสิ่งเหลือเกินจากการเรียนในห้องประวัติศาสตร์ครั้งนั้น

สิ่งที่เราไม่รู้นั้นล้วนสำคัญต่อการอธิบายถึงการเสื่อมถอยของอำนาจจากประเทศสเปนในดินแดนต่างๆ

ทำไมประเทศที่ยิ่งใหญ่ขนาดนั้นจึงหลงเหลือพื้นที่ในปัจจุบันเพียงห้าแสนกว่าตารางกิโลเมตร

ทำไมประเทศบราซิลซึ่งมีพื้นที่ใหญ่โตถึงตกเป็นอาณานิคมของประเทศโปรตุเกสแทน

ทำไม ซีมอน โบลิวาร์ ผู้ปลดปล่อยเอกราชของดินแดนละตินอเมริกาจึงทำการได้สำเร็จ

และทำไมถึงยังปรากฏบุคคลแบบ เช กูวารา ขบวนการซาปาติสต้า แม้แต่ซิการ์คิวบาในดินแดนโลกใหม่ ประเทศสเปนมาถึงอาณานิคมเหล่านี้ มั่งคั่ง ร่ำรวยทั้งจากทรัพย์สินของอาณาจักรอินคาและแอซเต็ก

แต่ทำไมถึงจากไปพร้อมกับความจนยาก อะไรหรือคือสาเหตุของสิ่งเหล่านั้น

 

ในช่วงเวลาของการสำรวจโลกใหม่นั้น มีหลายสิ่งที่น่าสนใจและกลายเป็นตำนานเล่าขาน ความหิวกระหายในสิ่งที่เรียกว่าทองคำคุโชนในจิตใจของเหล่านักสำรวจชาวสเปนที่เรียกขานกันเฉพาะว่าพวกคองคิสตาดอร์-Conquistador หลังการประจักษ์กับทองคำมหาศาลในอาณาจักรอินคาและแอซเต็ก

พวกเขาพากันสนใจในคำเล่าลือถึงดินแดนที่ปูด้วยทองคำแห่งใหม่ที่มีชื่อว่า เอล โดราโด้-El Doradoในปี 1972 ผู้กำกับภาพยนตร์ชาวเยอรมันนาม แวร์เนอร์ แฮร์ซอก ได้สร้างภาพยตร์ที่เลียนแบบความเป็นจริงในดินแดนโลกใหม่ช่วงศตวรรษที่สิบหกขึ้นมา เพื่อจำลองชีวิตและความยากลำบากของนักสำรวจชาวบาสก์คนหนึ่งนาม โลเป้ เดอ อกิเร่-Lope De Aguirre

อากิเร่นั้นมีสมญานามว่า เอล โลโก้-El Loco หรือชายบ้า หรือตัวแทนความดุดันของพระเจ้า (Wrath of God)

ในวัยห้าสิบเอ็ดปี และในปี 1561 เขาตัดสินใจล่องแม่น้ำอเมซอนในดินแดนเปรูเพื่อค้นหาดินแดน เอล โดราโด้

แรงปรารถนาในการผจญภัยของอกิเร่นั้นอุบัติขึ้นเมื่อเขามีวัยเพียงยี่สิบปี

ช่วงเวลานั้นเขาอาศัยอยู่ในเมืองเซวิลล์ และ แฮร์นันโด ปิซาร์โร่ หนึ่งในพี่น้องตระกูลปิซาร์โร่ ได้เดินทางกลับมาเซวิลล์พร้อมกับเรื่องเล่าที่ข้องเกี่ยวกับการพิชิตอาณาจักรอินคา

เรื่องราวเช่นนั้นทำให้อกิเร่ตัดสินใจเดินทางไปโลกใหม่

เขาไปถึงเปรูในปี 1536 และเริ่มงานครั้งแรกในคูซโก้ เมืองหลวงของนิวโทเลโด้ ในฐานะข้าราชการเมือง

ความดุดัน บ้าคลั่ง ไม่ฟังใครของเขาทำให้ชื่อเสียงของอกิเร่เป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็ว

และเมื่อถึงปี 1544 อกิเร่ได้ก่อการกบฏโดยเข้าข้างอดีตผู้สำเร็จราชการเปรูนาม นูเนซ เวล่า และลงมือต่อต้าน กอนซาโร่ ปิซาร์โร่ ผู้สำเร็จราชการคนใหม่ที่เดินทางมาจากสเปนพร้อมกับกฎระเบียบใหม่ที่รับมาจากราชสำนักที่ต้องปลดปล่อยพวกทาสในโลกใหม่ให้เป็นอิสระ

แน่นอนที่กฎเกณฑ์เหล่านี้ย่อมไม่เป็นที่ถูกใจของเหล่าคองคิสตาดอร์ที่ทำให้พวกเขาไม่สามารถใช้พวกอินเดียนเป็นกองกำลังส่วนตนได้

อกิเร่ร่วมมือกับ เมลเชอร์ เวอร์ดูโก้ บุกเข้าไปช่วย นูเนซ เวล่า ที่ถูกคุมขังอยู่บนเกาะซาน ลอเรนโซ่ หากแต่ประสบความล้มเหลวและทำให้เขาต้องหลบหนีออกจากลิม่าไปยังคาจามาร์ก้า ในขณะที่ นูเนซ เวล่า ได้รับความช่วยเหลือจากคองคิสตาดอร์อีกคนคือ โออิโด อัลวาเรซ

การศึกระหว่าง นูเนซ เวล่า กับ กอนซาโร่ ปิซาร์โร่ ดำเนินไปเป็นเวลาสองปี ก่อนที่ นูเนซ เวล่า จะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ในปี 1546

 

ช่วงเวลาตอนนั้นเองที่ทำให้อกิเร่ต้องเร่ร่อนหลบหนีอยู่ในป่าดงดิบในเปรูเป็นเวลาหลายปี ก่อนที่เขาจะกลับเข้าเมืองอีกครั้งในปี 1551

เขาพำนักอยู่ที่โปโตซี่อันเป็นประเทศโบลิเวียในปัจจุบันและถูกจับกุมตัวที่นั่น

ฟรานซิสโก้ เดอ เอสกิวัล ผู้พิพากษาประจำดินแดนพิพากษาเขาด้วยข้อหาที่ว่าเขาได้ทำการทารุณกรรมชาวอินเดียนพื้นถิ่น

บทลงโทษของเขาคือการล่ามไว้กับแพและปล่อยให้แพนั้นล่องแม่น้ำไปในป่าลึก

หากแต่อกิเร่กลับรอดตายมาได้ เขาประกาศว่าจะต้องสังหาร ฟรานซิสโก้ เดอ เอสกิวัล เพื่อกู้คืนศักดิ์ศรีคืนมาให้จงได้

คำประกาศนั้นสร้างความหวาดหวั่นกับเอสกิวัลอย่างยิ่งจนเขาต้องเปลี่ยนที่พำนักแทบตลอดเวลา

ทว่าก็ไม่อาจพ้นเงื้อมมือของอกิเร่ได้ อกิเร่ติดตามเอสกิวัลไปถึงลิม่า ควิโต และคูซโค่ เป็นเวลาสามปีที่อกิเร่เดินเท้าเปล่าติดตามเหยื่อของเขา

และในที่สุดเขาก็ได้พบเอสกิวัลที่บ้านพักในคูซโค่

อกิเร่บุกเข้าไปในห้องสมุด เมื่อพบว่าเอสกิวัลกำลังหลับใหลอยู่

เขาจ้วงแทงเอสกิวัลจนถึงแก่ความตายก่อนจะหลบหนีออกจากคูซโค่ไปยังฮัวมันก้า ที่เขามีญาติพำนักอยู่

 

เรื่องราวของ โลเป้ เดอ อกิเร่ ดูจะเงียบหายไปก่อนที่เขาจะปรากฏตัวอีกครั้งในปี 1560

ครานี้เขามีชื่อเข้าร่วมงานสำรวจหา เอล โดราโด้ ขุมทองในตำนานร่วมกับ เปโดร เดอ อูซูร์-Pedro de Ursua (อันเป็นต้นแบบของภาพยนตร์เรื่องอกิเร่ นั่นเอง)

อกิเร่พร้อมด้วยลูกสาวของเขาคือเอวิร่าและทหารสเปนอีกราวสามร้อยนายล่องไปตามแม่น้ำอเมซอน เข้าไปในป่าลึกก่อนจะพบว่าเขาและทหารทั้งหลายถูกหลอก

ทหารทั้งหมดในขบวนนี้ล้วนเป็นบุคคลที่ขึ้นบัญชีดำโดยรัฐบาลสเปนในฐานะตัวปัญหาต่อโลกใหม่

เรื่องราวการสำรวจ เอล โดราโด้ นั้นเป็นเพียงตัวล่อเพื่อหลอกทหารเหล่านี้ให้มารวมกัน

อกิเร่สังหารเปโดร เดอ อูซูร์ ภายหลังจากที่พบความจริง และตั้งตนเป็นผู้นำการเดินทางนี้โดยปริยาย

หนึ่งปีให้หลัง คณะสำรวจเดินทางผ่านแม่น้ำโอริโนโก้จนถึงมหาสมุทรแอตแลนติก

ที่ปากแม่น้ำนั่นเอง อกิเร่ได้สถาปนาตัวเขาขึ้นเป็น “รัชทายาทแห่งเปรู”

โดยมีกองกำลังทหารสเปนที่หลงเหลือเพียง 186 คนเป็นบริวาร

หลังจากนั้นไม่นาน อกิเร่บุกไปยังเกาะมาการิต้า จับผู้ว่าการเกาะและชาวสเปนที่ไม่ยอมสวามิภักดิ์สังหาร ก่อนจะข้ามไปยังฝั่งดินแดนปานามา เมื่อพบการต่อต้านจากกองทัพสเปน

กองทัพสเปนล้อมเขาไว้ในวงล้อมจนเข้าตาจน เขาตัดสินใจสังหารลูกสาวของตนเองคือเอวิร่าเพื่อไม่ให้เธอต้องตายภายใต้เงื้อมมือคนอื่น

หลังจากนั้นเขาถูกจับและถูกยิงจนเสียชีวิต ร่างของเขาถูกสับเป็นชิ้นและถูกส่งกลับไปประจานในเมืองเพื่อมิให้ใครเอาเยี่ยงอย่าง

และนั่นคือการปิดตำนานของ โลเป้ เดอ อกิเร่ ชายบ้าแห่งโลกใหม่

 

ภาพยนตร์เรื่องอกิเร่-Aguirre ของ แวร์เนอร์ แฮร์ซอก ได้รับคำชื่นชมอย่างมากเมื่อแรกฉาย (มันยืนโรงในปารีสนานถึงสิบห้าเดือน) ในด้านที่มันสามารถถ่ายทอดสภาพของป่าดงดิบ ความเครียดที่อาจนำไปสู่ความวิกลจริตของผู้มาจากต่างถิ่น (ส่วนหนึ่งนั้นจากการแสดงของนักแสดงนาม เคลาส์ คินสกี้ ที่ว่ากันว่าเขาออกอาการวิกลจริตไม่ต่างจากอกิเร่ในขณะถ่ายทำ) ดินแดนที่ไม่รู้จัก และโรคภัยนานา

กาลเวลาผ่านไปกว่าสี่ร้อยปี แต่ภาพของแม่น้ำที่ไหลอย่างสงบเงียบโดยปราศจากผู้คนยังให้ความรู้สึกน่าสะพรึงกลัวไม่เปลี่ยนแปลง

และสิ่งที่รออยู่ในป่าดงดิบและแม่น้ำสายใหญ่อย่างอเมซอนคือ ขุมทอง เอล โดราโด้ ก็ยังคงเป็นปริศนาที่รอวันคลี่คลาย



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ซ้ำ-ซ้ำ ซาก-ซาก | สถานีคิดเลขที่ 12 โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร
E-DUANG | เส้นทาง TH-AI Passport จากรุกเป็นรับ จากรับเป็นรุก
การ์ตูน san_d1196
การ์ตูน อรุณ วัชระสวัสดิ์
การ์ตูน พี่ขุน ราวแข
การ์ตูน สะดุดยิ้ม by พล
การ์ตูน จุก ชายคา
การ์ตูน โกหน่อง
แม่น้ำเปื้อนพิษ ‘อนุทิน 2’ เมิน
พระท่ามะปราง จากกรุวัดสำปะซิว พิมพ์นิยมสุพรรณบุรี
คุยกับผู้กำกับซีรีส์ ‘ทนายปีศาจ’ เมื่อ ‘อำนาจ’ มองเห็น ‘รูโหว่’ ใน ‘โครงสร้างที่ไม่ถูกถ่วงดุล’
เลือกผู้ว่าฯ กทม.เลือกคนกล้าหักดิบทุจริตคอร์รัปชั่น