ซ้ำ-ซ้ำ ซาก-ซาก | สถานีคิดเลขที่ 12 โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร
สถานีคิดเลขที่ 12 | สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร
ซ้ำ-ซ้ำ ซาก-ซาก
“24 มิถุนายน “จะมาถึงอีกไม่กี่วันข้างหน้า
หลีกเลี่ยงอย่างไร ก็คงไม่อาจพ้นข้อสรุปเป็นแพทเทิร์น “ซ้ำๆซากๆ”แบบเดิมอีกครั้งไปได้
นั่นก็คือ แม้เราผ่านการเปลี่ยนแปลงการปกครอง” 24 มิถุนายน 2475″ มา 94 ปีแล้ว
แต่ความเป็น “ประชาธิปไตย”ของไทย ก็ดูเหมือนจะไม่ไปไหน
เพียงแค่ หลัก 6 ประการ ที่ คณะราษฎร วางไว้
และ AI ที่เป็นของ “คนต่างด้าว ท้าวต่างแดน”ไม่ใช่TH-AI (ฮา) สรุปไว้ให้
เอกราช: จะต้องรักษาความเป็นเอกราชทั้งหลาย เช่น เอกราชในบ้านเมือง ในทางศาล และในทางเศรษฐกิจของประเทศไว้ให้มั่นคง
ปลอดภัย: จะรักษาความปลอดภัยในประเทศให้การประทุษร้ายต่อกันลดน้อยลงให้มาก
เศรษฐกิจ: จะบำรุงความสุขสมบูรณ์ของราษฎรในทางเศรษฐกิจ และวางโครงการเศรษฐกิจแห่งชาติเพื่อไม่ให้ราษฎรอดอยาก
ความเสมอภาค: จะให้ราษฎรมีสิทธิเสมอภาคกัน ไม่ให้คนพวกหนึ่งมีสิทธิเหนือกว่าคนอื่น
เสรีภาพ: จะให้ราษฎรมีเสรีภาพ มีความเป็นอิสระ
การศึกษา: จะให้การศึกษาอย่างเต็มที่แก่ราษฎรทุกระดับชั้น
ปรากฏว่านอกจากไม่บรรลุผลแล้ว ยังมีแนวโน้มถอยหลัง ด้วย
และต้องซ้ำซาก อีกหน่อยว่า แม้ว่าคนไทยจะออกเสียงประชามติ เมื่อ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ด้วยคะแนนเสียงเกินครึ่ง คือ 21,621,638 คะแนน (คิดเป็น 60.16%)เห็นชอบ ให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
แต่การขับเคลื่อนก็เป็นไปอย่างติดๆขัดๆ
จนไม่อาจคาดหวังได้ว่า เราจะได้รัฐธรรมนูญ ที่เป็น ประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์ได้
แถม อาจเป็นเรื่อง”ตลกร้าย” ที่เผลอๆอาจจะต้องมีแคมเปญรณรงค์ ให้ประชาชนลงประชามติ คว่ำรัฐธรรมนูญที่ร่างขึ้นใหม่ เพราะมีสัญญานของความบิดเบี้ยว จนไม่อาจรับได้
ซึ่งก็มีแนวโน้มสูงที่เป็นเช่นนั้น เพราะเพียงแค่ ขบวนการเริ่มต้นเพื่อออกแบบ “สภาร่างรัฐธรรมนูญ”(ส.ส.ร.)ก็ดูไม่อาจเชื่อมโยงไปถึงประชาชนโดยตรงได้
แถมยังมีโจทย์ใหม่เพิ่มความสลับซับซ้อนเข้าไปอีก
อย่างตอนนี้มีคำว่า”ระบอบสีน้ำเงิน”เข้ามาเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะชี้นำทิศทางของรัฐธรรมนูญใหม่
จะยอมรับ หรือปฏิเสธ วาทกรรม ระบอบสีน้ำเงิน ว่ามีอยู่จริงหรือไม่ก็ตาม
แต่ สิ่งที่จับต้องได้ตอนนี้ นั่นก็คือ การที่พรรคแกนนำสำคัญของรัฐบาล คือพรรคภูมิใจไทย พยายามกำหนดและควบคุมทิศทาง การออกแบบ”รัฐธรรมนูญใหม่”อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ภายใต้ธงนำ”อนุรักษนิยม”เข้มข้น
โดยมี กลไกแนวร่วมไม่ว่า วุฒิสภา องค์กรอิสระ เป็นกองหนุนเสริม อันมากด้วยประสิทธิภาพ
ไม่เปิดโอกาสให้ฝ่ายต่างๆเข้ามา”กินแบ่ง”
โดยเฉพาะฝ่ายที่ถูกมองเป็นพวกหัวก้าวหน้า หรือเสรีนิยม อย่างพรรคประชาชน
แม้แต่ฝ่ายเดียวกันเอง และเป็นพรรคร่วมรัฐบาล อย่างพรรคเพื่อไทย ก็ถูก”หัก”กลางลำ
จนไม่สามารถนำเสนอแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญตามที่ต้องการได้
ต้องกลับไปตั้งลำใหม่ ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าจะสำเร็จหรือไม่
เพราะพรรคแกนนำรัฐบาล ที่ถูกแขวนป้ายเป็น”ระบอบสีน้ำเงิน”ไม่ยอม
ยิ่งเมื่อต้องเผชิญกับปัญหาทางการเมืองหนักหน่วง และเร็วเกินคาด
จึงต้องปรับขบวนกันยกใหญ่ เพื่อไม่ให้จมดิ่งกลับ “วิกฤตศรัทธา”ที่มากขึ้นทุกที
ซึ่งแน่นอน “รัฐธรรมนูญ”ซึ่งเป็น “แม่บท”สำคัญจะต้องอยู่ภายใต้การกำกับทิศทางตามที่”ระบอบสีน้ำเงิน”ต้องการอย่างเข้มข้น
ไม่ยอมให้ ขั้วอำนาจอื่นมา”แบ่ง”หรือ”แย่ง”แยน่นอน
รัฐธรรมนูญใหม่ที่ควรเป็น”มติร่วมกัน”เพื่อก้าวไปสู่การเป็นประชาธิปไตยอันสมบูรณ์
จึงไม่น่าจะเกิดขึ้นได้จริงในห้วงครบรอบการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 94 ปีนี้
24 มิถุนายน คงจะผ่านมาและผ่านไป
ซ้ำๆซากๆอยู่เช่นนี้ไปอีกหลายปี
——————
