E-DUANG
ปฎิบัติการของพรรคประชาชนในกรณี TH-AI Passport สะท้อนกระบวนท่าที่ต้องการ”ตีเหล็กเมื่อร้อน”
ไม่ว่ามองผ่าน”ภาวุธ” ไม่ว่ามองผ่าน”รังสิมันต์”
เห็นได้จากการประสานพลังระหว่างกรรมาธิการ”กฎหมาย” กับ”ติดตามงบประมาณ”เข้าด้วยกัน
โดยมี”ณัฐพงษ์”ร่วมเสนอคำถามในที่ประชุม
ขณะเดียวกัน ทางด้าน”สายเทค”อันก่อรูปขึ้นตั้งแต่ยุค”ก้าว
กีค”โดย”ณัฐพงษ์”ก็ระดมพลังตั้งแต่แรกที่”ภาวุธ”ตั้งกระทู้ถามสดในสภา
แล้วตามด้วยบทบาทในการขยายอย่างทรงพลังของ”รักชนก”
เท่านั้น ไม่พอยังเสริมโดย “nine อาร์ม”สนุกสนาน
ยิ่งกว่านั้น พรรคยังจัดฟอรัมอภิปรายโดยระดมพลังตั้งแต่ระดับ”ณัฐ”และ”โดม”เข้ามาแม้จะมี”แม็กซ์”เป็นกองหน้ามาก่อน แล้วในทุกแนว
และแล้วทุกอย่างก็เป็นไปตามกฎของ”นิวตัน”
นั่นก็คือ เมื่อมีแรงกดย่อมเกิดแรงต้าน ทั้งยังเป็นแรงต้านอันมากด้วยความจัดเจนเป็นอย่างสูง
เริ่มจากการลอยตัวของ”รัฐมนตรี DE”
มอบหมายทุกการชี้แจงในทุกสมรภูมิให้เป็นเรื่องของ”ข้าราช การ”โดยมี”ปลัด”เป็นกองหน้า
ขณะเดียวกัน ก็ดันหลัง DSI ให้ออกปะทะ
ดึงเอาคดี FOREX อันอื้อฉาวโยงไปยังเส้นทางการโอนเงิน ของ”ภาวุธ”อย่างแยบยล
เป็น”ผู้ต้องสงสัย”แต่ตีปี๊บราวกับเป็น”ผู้ต้องหา”
เท่านั้นยังไม่เพียงพอยังได้เปิดแนวรบทางด้าน”กรรมาธิการ” อย่างมีกัมมันตะ
ทั้งเมื่อพรรคประชาชน”สนธิ” 2 กรรมาธิการของตน
ทั้งขับเคลื่อนผ่านกรรมาธิการ”ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม”ทั้งกรรมาธิการ”ป.ป.ช.”และทั้งกรรมาธิการ”ตำรวจ”อันพรรคภูมิใจไทยเป็นประธาน
ที่เคย”รับ”ก็เป็น”รุก” ที่เคย”รุก”กลับกลายเป็น”รับ”
เหมือนกับปฏิบัติการอันมาจากพรรคประชาชนจะสะท้อนลักษณะใจร้อนใจเร็วในแบบ”วัยรุ่น”
มองจาก”ผู้จัดเจน”คร่ำหวอดเหมือน”ไร้เดียงสา”
อย่างที่ ชาดา ไทยเศรษฐ์ เห็นว่า ทำไมไม่ยื่นเสนอต่อคณะ กรรมการป.ป.ช.
หรืออย่างที่ เทพไท เสนพงศ์ ว่ารอ”ไม่ไว้วางใจ”มิได้หรือ
นี่มิได้เป็นความจัดเจนในแบบพรรคประชาธิปัตย์ ในแบบพรรคภูมิใจไทย ที่สะสมมาตั้งแต่ยุคพรรคชาติไทย พรรคกิจสังคม
ย่อมแตกต่างไปจากพรรคประชาชน
เนื่องแต่พรรคประชาชนคือพรรคก้าวไกล คือความต่อเนื่องของพรรคอนาคตใหม่
จากยุค”ธนาธร” จากยุค”พิธา”มาถึงยุค”ณัฐพงษ์”
เมื่อตกมาถึงมือของ”ภาวุธ” มาถึงมือของ”รักชนก”มาถึงมือของ”รังสิมันต์”
การเดินลุยไปข้างหน้าย่อมเป็นเอกลักษณ์
ยังไม่มีใครให้คำตอบได้ว่าทิศทางของ TH-AI Passport จะดำเนินไปอย่างไร
เหมือนกับทุกอย่างล้วนถูกนำไปกองไว้บน”เวที”
หากมองจากด้านของ”รังสิมันต์” หากมองจากด้านของ”รักชนก”
แท้จริงแล้ว ทุกอย่างอยู่บน”เวที”หมดแล้วหรือ
