รายงานพิเศษ/โชคชัย บุณยะกลัมพ | รู้ทัน ‘ปลอมเสียง ปลอมแชต ปลอมคลิป’ Deepfake เรื่องปลอมที่เหมือนจริง

รายงานพิเศษ/โชคชัย บุณยะกลัมพ
https://chokcyberai.blogspot.com
https://chokweekly.blogspot.com
รู้ทัน ‘ปลอมเสียง ปลอมแชต ปลอมคลิป’
Deepfake เรื่องปลอมที่เหมือนจริง
#Deepfake เกิดจากการผสมกันของคำว่า #DeepLearning กับ “#Fake”
คือเทคนิคในการสร้างปัญญาประดิษฐ์โดยใช้คอมพิวเตอร์สร้างการเรียนรู้ใบหน้าลักษณะท่าทางของบุคคลร่วมกับภาพและวิดีโอ ในการสร้างคลิปให้เกิดการเคลื่อนไหวพร้อมกับเสียงพูดให้ตรงกับปากที่ขยับ หลายๆ คลิปที่ออกมามีคนดังหลายคนถูกนำมาตัดต่อเลียนแบบจนแยกไม่ออกว่าพูดจริงหรือทำขึ้นมา
การใช้เทคนิคด้าน #ปัญญาประดิษฐ์ มาใช้ในการสร้างด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้านี้ทำให้มีความแนบเนียนตรวจสอบได้ยาก
เช่น #วิดีโอเลียนแบบท่าทางบุคคล สร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวโลก กรณีของ #ประธานาธิบดีบารัค โอบามา มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ตัวปลอม ที่เคยโดนมาก่อน
ความน่ากลัวเริ่มมีมากขึ้นเรื่อยๆ การใช้ปลอมเสียง การโคลนเสียงพูด มารวมกับเทคนิค social engineering ก็จะทำให้เหยื่อหลงเชื่อ โดนหลอกโอนเงินได้ง่ายๆ
การหลอกลวงด้วยเครื่องมือ Deepfake สามารถเข้าถึงได้ง่ายและนำมาใช้งานมากขึ้น
สิ่งที่ต้องการในการทำ #Deepfake ก็คือการอัดเสียงของเป้าหมาย เพื่อนำมาให้ #AI เรียนรู้ ตามบริษัทใหญ่ๆ นั้นสามารถรวบรวมข้อมูลได้ง่ายมาก ไม่ว่าจะเป็นการประชุม, สัมภาษณ์หรือการกล่าวสุนทรพจน์ในที่สาธารณะ การแถลงข่าวงานต่างๆ
ตัวอย่างคลิปปลอมที่ถูกสร้างขึ้นโดยปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งในคลิปคือ ประธานาธิบดีสหรัฐ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งถูกปลอมขึ้นทั้งท่าทางและเสียงที่ใช้ ดู https://www.instagram.com/p/ByPhCKuF22h/?utm_source=ig_web_copy_link
ทุกคนอาจเคยได้ชมคลิปหลากหลายคลิปโดยที่อาจไม่รู้เลยว่าคลิปดังกล่าวถูกสร้างขึ้นด้วยเทคนิคปัญญาประดิษฐ์ AI ที่เรียกว่า Deepfake (ดีปเฟก)
เทคโนโลยี ‘ปลอมเสียง ปลอมแชต ปลอมคลิป’ เปลี่ยนเรื่องปลอมๆ ให้สมจริง ถูกพูดถึงกันมากขึ้นในประเทศไทยครั้งแรกในช่วงปี 2560 จากการค้นหาใน Google และมีแนวโน้มที่เพิ่มสูงขึ้นทุกๆ ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีที่แล้วที่มีการค้นหาคำนี้ในประเทศไทยสูงขึ้นมากกว่าปีที่ผ่านๆ มา
ในปัจจุบันเรามักจะคุ้นชินกับการใช้ในการบิดเบือนข้อมูลด้วยการเลียนแบบใบหน้าบุคคลที่มีชื่อเสียงหรือผู้ที่สังคมโซเชียลให้ความสนใจ
เช่น การดัดแปลงภาพของบารัค โอบามา โดนัลด์ ทรัมป์ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก รวมถึงผู้นำประเทศต่างๆ ซึ่งบางครั้งอาจจะมีเป้าหมายในการสร้างความเสื่อมเสียหรือสร้างแถลงการณ์ที่เกิดขึ้นมาเพื่อให้เกิดการรับรู้ที่ผิดไปจากความจริงหรือในบางครั้งก็อาจจะหวังผลทางการเมือง
และในอีกหลายกรณีก็เป็นการสร้างขึ้นมาเพื่อแสดงทักษะการพัฒนาทางเทคโนโลยีในการทำเพื่อความบันเทิงเท่านั้น
หรือแม้กระทั่งวงการอุตสาหกรรมผลิตหนังผู้ใหญ่หรือว่าหนังอนาจาร ในปี 2562 ร้อยละ 96 คลิปที่สร้างขึ้นถูกนำไปใช้ในการสร้างคลิปอนาจารโดยนำใบหน้าของบุคคลที่มีชื่อเสียงไปใส่ในคลิปเพื่อสร้างความเสื่อมเสียมีเป้าหมายเพื่อสร้างการเข้าใจผิดและเป็นการกลั่นแกล้งคุกคามในสื่อสังคมออนไลน์อีกรูปแบบหนึ่ง
สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือในปัจจุบันการสร้างคลิปไม่ยุ่งยากและต้นทุนไม่สูงเหมือนในอดีต ที่อาจจะต้องมีคอมพิวเตอร์ที่คุณภาพสูงทรงพลังมากๆ สักเครื่องหรือมีความรู้ในการใช้ซอฟต์แวร์ขั้นเทพ
ด้วยทุกวันนี้เราสามารถทำวิดีโอในเฟซแบบสำหรับตกแต่งใบหน้าได้ง่ายๆ ด้วยโทรศัพท์เครื่องเดียวที่เราใช้ใน Application ต่างๆ กัน
อาจจะไม่แนบเนียนมากนัก แต่ก็สามารถสร้างความเข้าใจผิดได้และนั่นเป็นสัญญาณว่าในอนาคตก็จะพบกับเนื้อหาที่มีการแก้ไขดัดแปลงแบบนี้ง่ายขึ้น ซึ่งเป็นที่มาเบื้องต้นของคำว่า Deepfake หรือการสร้างดัดแปลงข้อมูลด้วยเทคนิคปัญญาประดิษฐ์ เทคโนโลยีเหล่านี้สร้างข้อมูลเท็จมาหลอกลวงเราได้อย่างแนบเนียน
ยังมีอีกหลายแง่มุมเกี่ยวกับ Deepfake แต่หากเรามีทักษะในการตรวจสอบมากเพียงพอก็สามารถช่วยให้เราและคนรอบข้างไม่ตกเป็นเหยื่อได้
รูปแบบของวิดีโอที่ถูกดัดแปลงและส่งต่อเพื่อสร้างความเข้าใจผิดในโซเชียลเราจะป้องกันตัวเราเองได้อย่างไรอาจมีเคล็ดลับและวิธีง่ายๆ ในการตรวจสอบด้วยตนเองเบื้องต้นได้ว่าวิดีโอที่ท่านได้รับจริงหรือปลอมกันแน่
– พิจารณาความเป็นไปได้ของเนื้อหาข้อแรกเป็นการเริ่มต้นจากความรู้สึกของตัวเราเองก่อนเลยครับว่าคลิปที่ได้รับชมอยู่นั้นมีความเป็นไปได้มากแค่ไหน
เช่น คลิปปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติ หรือเรื่องเหลือเชื่อ รู้สึกว่าเรื่องนั้นเป็นไปได้ยาก
– เหตุการณ์ส่วนมากที่ถูกเผยแพร่นั้นเป็นเหตุการณ์ที่เกิดภายนอกอาคาร ดังนั้น แสงแดดและเงาสามารถเป็นตัวช่วยเราได้โดยการสังเกตว่าในคลิปนั้นเงาของวัตถุต่างๆ เป็นไปตามธรรมชาติหรือไม่ เช่น คลิปนี้ถูกส่งต่อแล้วบอกว่าเหยี่ยวบินมาเพื่อจะมาขโมยเด็กไป แต่เมื่อสังเกตจะพบว่าเงาของวัตถุในภาพต่างกัน ซึ่งแน่นอนว่ามีการดัดแปลง และหากเราเจอคลิปที่ไม่มีเงาของวัตถุอยู่เลย
– ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิ่งที่ได้รับ เมื่อเราได้รับคลิปวิดีโอมาแล้วและสังเกตว่ามีความผิดปกติอย่างไรหรือไม่ อย่าเพิ่งเชื่อทันที ลองตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเสียก่อน การค้นหาอาจนำเราไปพบกับต้นฉบับหรือข้อมูลที่มีผู้ตรวจสอบไว้แล้วและทำให้เรารู้อีกว่านั่นจริงหรือเท็จ
อย่างไรก็ตาม คลิปที่ถูกดัดแปลงตัดต่อนั้นก็อาจจะไม่ได้เข้าข่ายกับข้อสังเกตเบื้องต้นทั้งหมด เนื่องจากเทคโนโลยีความก้าวหน้าด้านคอมพิวเตอร์รวมทั้งทักษะของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการผลิตขึ้นวิดีโอนั้นก็มีความเชี่ยวชาญและชำนาญมากยิ่งขึ้นซึ่งอาจจะสามารถสร้างคลิปที่ดูเรียบเนียนและทำให้เราหลงเชื่อได้ง่าย
หากมีผู้รับชมคลิปปลอมเหล่านี้มากเท่าไหร่ อาจส่งผลกระทบต่อสังคม และตัวบุคคลที่ปรากฏอยู่ในคลิปมากเท่านั้น
