bg-single

ดร.ประจวบ บุนนาค : นักเคมี ลูกพระยากับการปฏิวัติ 2475 | ณัฐพล ใจจริง

24.06.2023

“คนธรรมดาสามัญ” คือสิ่งที่ ดร.ประจวบเป็น ภายหลังมีประสบการณ์ชีวิตบนเส้นด้าย ระหว่างตกเป็นเชลยศึกในสงครามโลกครั้งที่ 1 นั้นหล่อหลอมให้เขาอดทนต่อความทุกข์ยาก มั่นคง และซื่อตรงต่อเพื่อนผู้ร่วมทุกข์

เมื่อกล่าวถึงสมาชิกคณะราษฎรผู้จบระดับการศึกษาชั้นสูงสุด มี 3 คน คือ “ปรีดี-ตั้ว-ประจวบ” แต่เรามักจะคุ้นกับ ดร.ปรีดี พนมยงค์ ในสาขานิติศาสตร์

แต่แท้จริงแล้ว ในคณะราษฎรยังมีสมาชิกที่จบปริญญาเอกในสาขาวิทยาศาสตร์อีก 2 คน

คือ ดร.ตั้ว ลพานุกรม กับ ดร.ประจวบ บุนนาค

ดร.ประจวบ บุนนาค

นักปฏิวัติ
ลูกพระยาพานทอง ทูตไทยประจำยุโรป

ดร.ประจวบ บุนนาค (2440-2495) บุตรชายคนเล็กของพระยาสุริยานุวัตร (เกิด บุนนาค) นักการทูตหลายประเทศในยุโรป เสนาบดีในช่วงระบอบเก่า ผู้เติบโตในครอบครัวขุนนางตระกูลใหญ่

พระยาสุริยานุวัตร บิดาของเขาเคยเป็นเสนาบดีกระทรวงโยธาธิการ (2448) และพระคลังมหาสมบัติ (2449) มีความใกล้ชิดพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ ทรงเคยมีพระราชหัตถเลขาแสดงความห่วงใยในคุณหญิงสุริยานุวัตรที่ให้กำเนิดบุตรชายนามประจวบ พร้อมฝากเหรียญทองคำที่ระลึกเป็นของขวัญแก่ทารกน้อยผู้นี้ด้วย

บิดาของเขาเป็นปัญญาชนคนสำคัญในระบอบเก่า เขียนหนังสือเรื่องทรัพยศาสตร์ (2454) ซึ่งสร้างไม่พอพระทัยให้พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าฯ จนทรงเขียนคำวิจารณ์ทรัพยศาสตร์ ลงในวารสารสมุทสาร ของราชนาวีสมาคมแห่งกรุงสยาม

อย่างไรก็ตาม ภายหลังการปฏิวัติ บิดาของเขามิได้ปรากฏในรายชื่อคณะรัฐมนตรีของพระยามโนปกรณ์ฯ ต่อมา ภายหลังการโค่นล้มรัฐบาลพระยามโนฯ ลงแล้ว เขายินยอมเข้าเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลของพระยาพหลฯ และอนิจกรรมเมื่อ 2479

พระยาสุริยานุวัตร และ ดร.ประจวบ บุตรชายคนเล็กกับครอบครัว (นั่งกลาง)

เด็กชายประจวบเติบโตภายใต้การฟูมฟักของครอบครัวทูตไทยในยุโรป และย้ายกลับไทยเมื่อบิดารับตำแหน่งเสนาบดี ได้เข้าศึกษาที่โรงเรียนมหาดเล็กหลวง ต่อมาลาออกมาศึกษากับครอบครัว และกลับเข้าศึกษาที่ราชวิทยาลัย จากนั้นได้ทุนจากพระมงกุฎเกล้าฯ ไปศึกษาต่อที่เยอรมนี

ระหว่างที่เขาศึกษาในเยอรมนี ไทยประกาศสงครามกับเยอรมนีในสงครามโลกครั้งที่ 1 เขาถูกจับเป็นเชลยศึก ถูกขังร่วมกับกลุ่มนักเรียนไทย เช่น ดร.ตั้ว ลพานุกรม ม.ล.อุดม สนิทวงศ์-สมาชิกคณะราษฎรในเวลาต่อมา ที่ตำบลเซลเล ชะลอส (Celle-Schloss) เมืองแฮนโนเวอร์ พวกเขาผูกพันและกลายเป็นเพื่อนตายกันในวีรกรรมสำคัญในการปฏิวัติ 2475

“ความยากลำบากและอดอยากในระยะนี้ของชีวิต ต้องนับว่าเป็นการเข้าเรียนในชั้นสำคัญยิ่งของโรงเรียนแห่งชีวิต เพราะเป็นการฝึกความอดทนต่อความทุกข์ยากทั้งทางกายและใจ ปลูกฝังความมั่นคงในทางสามัคคีธรรม ในความซื่อตรงต่อเพื่อนผู้ร่วมทุกข์ และที่สำคัญที่สุดก็คือ สอนให้เป็นคนธรรมดาสามัญ…” (อนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ ดร.ประจวบ บุนนาค, 2495)

ภายหลังพ้นจากการเป็นเชลยศึก เขาเป็นทหารอาสาทำหน้าที่ล่าม ได้รับยศจ่านายสิบ เมื่อสงครามสิ้นสุด เขามิได้กลับไทย แต่เดินทางไปศึกษาในวิชาเคมีที่มหาวิทยาลัยเบิร์น สวิตเซอร์แลนด์ “ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเดียวกับเพื่อนที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขของนายประจวบ…ดร.ตั้ว ลพานุกรม และ ม.ล.อุดม สนิทวงศ์”

เขาได้รับปริญญาเอก (2464-2472) และไปศึกษาเพิ่มในสาขาวิชาพิษวิทยา (Toxicology) ที่มหาวิทยาลัยซูริก

แม้ประจวบคลุกคลีกับกลุ่มนักเรียนไทยหัวก้าวหน้าที่ต่อมานักเรียน 7 คนจัดตั้งเป็นคณะราษฎรที่ปารีส แต่เขามิได้ถูกชวนเป็นสมาชิกก่อตั้ง อาจเนื่องจากเขามาจากตระกูลขุนนางชั้นสูง

แต่ต่อมาเขาถูกชักชวนเข้าร่วมเป็นสมาชิกคณะราษฎรในเวลาต่อมา

ภาพหมู่กรมขุนสุโขทัยธรรมราชากับนักเรียนไทยในยุโรป ที่ปารีส ราวปี 2467 ดร.ประจวบ (ใส่แว่นแถวสุดท้าย) ในภาพมีสมาชิกคณะราษฎร เช่น ดร.ปรีดี พนมยงค์ ควง อภัยวงศ์ ม.ล.อุดม สนิทวงศ์ ดร.ตั้ว ลพานุกรม และชม จารุรัตน์

นักพิษวิทยา
ผู้ร่วมถอนระบอบต้นไม้พิษ
ออกจากการปกครองไทย

เมื่อประจวบกลับไทยแล้ว เขารับราชการที่ศาลาแยกธาตุ กระทรวงพาณิชย์และคมนาคม อันเป็นหน่วยงานเดียวกับ ดร.ตั้ว สมาชิกคณะราษฎรในชั้นก่อตั้ง ด้วยพวกเขาเป็นนักวิทยาศาสตร์และคุ้นเคยกันนับแต่เป็นนักเรียนในยุโรป

ทั้งนี้ นายปรีดี พนมยงค์ บันทึกการขยายสมาชิกคณะราษฎรในไทยว่า “เพื่อนที่ก่อตั้งในคณะราษฎรที่ปารีส ได้ออกชวนสมาชิกคนอื่นๆ ในไทย ม.ล.อุดม สนิทวงศ์ นักศึกษาจากสวิตเซอร์แลนด์, ม.ล.กรี เดชาติวงศ์, นายสพรั่ง เทพหัสดินทร ณ อยุธยา และนายเล้ง ศรีสมวงศ์ นักศึกษาจากอังกฤษ ฯลฯ”

อย่างไรก็ตาม ไม่ทราบแน่ชัดว่า ใครเป็นคนชักชวนประจวบเข้าร่วมการปฏิวัติ

ในหนังสืองานศพ บันทึกความเด็ดขาดของเขาว่า แม้ว่าเขาเป็นคนมีบุคลิกสุภาพเรียบน้อย พูดน้อย จึงเป็นที่ประหลาดใจเมื่อคนรอบข้างที่รู้จักเขาผิวเผินว่า เขาเข้าร่วมการปฏิวัติ 2475 แต่หากรู้จักเขาดีแล้วนั้น จะรู้ว่า “ไม่เป็นของแปลกประหลาดเลย เพราะนายประจวบเป็นผู้รักชาติบ้านเมืองอย่างลึกซึ้งโดยไม่มีความเห็นแก่ตัว เป็นผู้มีความกล้าหาญในสิ่งที่ตนพิจารณาเห็นว่าดีและเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมโดยบริสุทธิ์ใจ…”

นักเรียนไทยในยุโรป 2468 มีสมาชิกคณะราษฎรหลายคน เช่น ดร.ปรีดี ดร.ตั้ว ดร.ประจวบ ร.ท.ทัศนัย ควง ร.ท.แปลก ขีตตะสังคะ และ ม.ล.อุดม

ประจวบเข้าตัดระบบสื่อสารระบอบเก่าด้วยการตัดสายโทรศัพท์และโทรเลขร่วมกับควง อภัยวงศ์ ประยูร ภมรมนตรี และวิลาศ โอสถานนท์ ณ กรมไปรษณีย์โทรเลข เชิงสะพานพระพุทธยอดฟ้า โดยเริ่มกันตั้งแต่เวลาก่อนเช้าวันที่ 24 มิถุนายน

ทั้งนี้ เพื่อนสมาชิกเล่าถึงความเด็ดขาดของเขาที่มุ่งตัดระบบอย่างเด็ดขาดเมื่อเช้าวันนั้นว่า “ฝ่ายกลุ่มนายควงไปยึดองค์การโทรศัพท์ที่วัดเลียบ เป้ (ประจวบ บุนนาค) จะตี accumulator แตกหมด นายควงห้ามไว้ เพราะเสียดายของหลวง” (ม.ล.อุดม, 2525)

วีรกรรมของประจวบถูกบันทึกไว้ว่า “ไม่หวั่นเกรงอันตรายใดๆ แม้แต่ชีวิต ทั้งนี้ คงเป็นเพราะตนไม่มาดหมายจะได้รับสิ่งตอบแทนหรือยกย่องแต่ประการใด พยานหลักฐานในข้ออ้างนี้มีอยู่มากหลาย และยังอยู่ในจิตใจเพื่อนฝูงที่ใกล้ชิดมิรู้วาย”

ภายหลังการปฏิวัติไทยเป็นประชาธิปไตยสำเร็จแล้ว ด้วยเหตุที่ประจวบมาจากขุนนางตระกูลบุนนาค ส่งผลให้พ่อไล่เขาออกจากบ้าน ด้วยเป็นกบฏล้มระบอบเก่า เขาจึงไปเช่าบ้านตึกแถวชั้นเดียวแถวบางรักใกล้โรงแรม Trocadero อยู่กับ ม.ล.อุดม สนิทวงศ์ สมาชิกคณะราษฎรที่ประสบชะตากรรมเดียวกัน

สำหรับเส้นทางงานราชการของเขานั้น เริ่มต้นรับราชการที่ศาลาแยกธาตุ (2472-2476) ต่อมาโอนไปเป็นผู้อำนวยการแผนกหอวิทยาศาสตร์ กรมพลาธิการ กองทัพบก (2476-2479) ด้วยเขาเชี่ยวชาญพิษวิทยาทำการค้นคว้าวิจัยอาวุธให้กองทัพ ต่อมา ดร.ตั้ว อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์ขอโอนเขากลับมายังกรมวิทยาศาสตร์ กระทรวงเศรษฐการในตำแหน่งนักเคมีประจำกอง หัวหน้ากองอุสาหกรรมเคมี และหัวหน้ากองเภสัชกรรม จวบดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์แทน ดร.ตั้วที่ถึงแก่อสัญกรรม (2484)

สำหรับตำแหน่งทางการเมือง เขาเคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนฯ ชุดแรก (ชั่วคราว) สมาชิกสภาผู้แทนฯ ประเภท 2

นักวิทยาศาสตร์ นักปฏิวัติที่ศาลาแยกธาตุ : ดร.ตั้ว ลพานุกรม และ ดร.ประจวบ บุนนาค

สร้างชาติด้วยสุขภาพอนามัย
และการอุตสาหกรรม

เขาเคยร่วมสร้างชาติกับ ดร.ตั้วผ่านโครงการส่งเสริมการปลูกสกัดน้ำมันถั่วเหลือง (2480) โดยใช้วิทยาศาสตร์พัฒนาโภชนาการ ด้วยการส่งเสริมให้ประชาชนบริโภคถั่วเหลืองเพื่อเพิ่มโปรตีนให้กับร่างกาย เพื่อเสริมสร้างสุขภาพของพลเมืองไทยในระบอบประชาธิปไตยไทยมีสุขภาพแข็งแรงแรงและมีร่างกายสูงใหญ่

ต่อมาเขาร่วมเป็นคณะกรรมการจัดการอุตสาหกรรมแห่งชาติ (2485) คณะกรรมการดำเนินการโซดาไฟ โรงงานอุตสาหกรรมกลั่นไม้ คณะกรรมการอุตสาหกรรมเคมี คณะกรรมการโรงงานเภสัชกรรม คณะกรรมการไม้ขีดไฟ (2485) เพื่อใช้วิทยาศาสตร์ในการพัฒนาอุตสาหกรรมในการสร้างชาติ

เขาเคยไปดูงานในยุโรปด้านวิทยาศาสตร์การทหาร (2477) และญี่ปุ่นด้านวิทยาศาสตร์อุตสาหกรรม (2483)

ประจวบใช้ชีวิตราบเรียบในตำแหน่งอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์จนถึงปี 2487 เคยเป็นรัฐมนตรีช่วยสาธารณสุขหลายรัฐบาล (2487-2490) และล้มป่วยในปี 2494 ถึงแก่อนิจกรรมในปี 2495 ด้วยอายุเพียง 55 ปี

กลุ่มตัดระบบสื่อของระบอบเก่าในการปฏิวัติ 2475 ประจวบ (เสื้อขาว สวมแว่น) ถือขวาน

ระแวกโรงแรมโทรคาเดโร ที่ถนนสุรวงศ์ ที่ ดร. ประจวบ และ ม.ล.อุดม มาเช่าตึกแถวชั้นเดียวอยู่

ภาพถ่ายหมู่กับเพื่อนคณะราษฎรสายพลเรือน ดร.ปรีดี นั่งกลาง ดร.ประจวบ (แถวสุดท้าย คนที่สามจากขวา)

 



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

E-DUANG | ปรากฎการณ์ แบงค์ ศุภณัฐ ต่อเนื่อง มายัง โจ เบอร์สิบ
กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี
E-DUANG | จังหวะก้าว ประชาคม เนิร์ด กับTH-AI PASSPORT
หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ