วิรัตน์ แสงทองคำ | www.viratts.com

ยังมีอีกบางแง่มุม กรณีกลุ่มเซ็นทรัลกับ M&S แห่งอังกฤษ ได้สิ้นสุดความสัมพันธ์ที่มีมาราว 3 ทศวรรษ ที่คงเป็นความกังขาบางระดับ เกี่ยวกับ M&S (Marks & Spencer) ในสังคมไทย ซึ่งดูจะไปต่อไม่ได้ ในขณะนี้ (กับความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่ผ่านมา)

ทั้งที่มุมมองกว้างๆ ว่าด้วยบริบททางสังคม แบรนด์ M&S อันมีอิทธิพลอย่างมากในสังคมอังกฤษ ถือเป็นหนึ่งในไม่กี่แบรนด์ ได้ส่งผ่านอิทธิพลนั้นมาสู่สังคมไทยด้วย

พอจะอ้างอิงผ่านงานเขียนในยุคก่อนหน้าไม่นานนัก ทั้งบันทึกความทรงจำ (Memoir) คอลัมน์ไลฟ์สไตล์ (ในนิตยสารสตรีเคยทรงอิทธิพล อาทิ ดิฉัน และพลอยแกมเพชร) กล่าวถึง St. Michael แบรนด์ดั้งเดิมของ M&S เป็นการเฉพาะในฐานะ “สะพานเชื่อมวัฒนธรรมอังกฤษ” ผ่านเรื่องราวคนบางกลุ่มที่เรียก “นักเรียนนอก” ผ่านเรื่องของนักท่องเที่ยวกับวัฒนธรรมหิ้วของฝาก ในทำนอง

“สมัยก่อนใครไปลอนดอน ถ้าไม่ซื้อคาร์ดิแกนผ้าขนสัตว์หรือชุดนอนเนื้อนุ่มของแบรนด์เซนต์ไมเคิล จากร้านมาร์กส์แอนด์สเปนเซอร์กลับมาฝากผู้ใหญ่ ถือว่าไปไม่ถึงอังกฤษ…”

เชื่อว่ามีแรงกระเพื่อมเชื่อมต่อมา จากสังคมอังกฤษ ด้วยเรื่องราว M&S กว่าศตวรรษ มองความเป็นมา มากกว่าแบรนด์สินค้า

ภาพรวมอย่างจริงจังอ้างจากบทความชิ้นหนึ่ง “St. Michael and the little baby cheeses” (2009) โดย Sukhdev Sandhu นักวิจารณ์และนักเขียนมีชื่อ ตีพิมพ์ใน The Guardian บทความวิจารณ์นิทรรศการถาวรเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และจดหมายเหตุของ Marks & Spencer (M&S) ซึ่งจัดแสดง ณ University of Leeds

เขามอง St. Michael (M&S ใช้เป็นแบรนด์สินค้าในช่วงปี 2471-2542) สะท้อนสถานะ M&S ในสังคมอังกฤษ เปรียบเสมือน “สถาบันทางวัฒนธรรมและรสนิยม” เกือบจะเป็นความเชื่อหรือสัญลักษณ์ประจำชาติ

ได้กล่าวถึงนวัตกรรมและการพาณิชย์ของ M&S ได้สอดแทรกเข้าไปเป็น “เส้นใยในชีวิตประจำวัน” ของคนอังกฤษทุกชนชั้น

ที่สำคัญเป็นการนำแฟชั่นชั้นสูง สู่ High Street (Democratization of Fashion) ผ่านงานออกแบบ ส่งผ่าน “สไตล์ชั้นสูง” (High Style) ไปสู่คนทั่วไป ทำให้ชนชั้นกลางและคนทำงานสามารถเข้าถึงรสนิยมและการแต่งตัวที่ดูดีในราคาที่จับต้องได้

บทสรุปข้างต้นสะท้อนผ่านภาพยนต์อังกฤษบางเรื่องด้วย อาทิ The Full Monty (ออกฉายปี 2540) ภาพยนตร์คอเมดี้-ดราม่า สะท้อนชีวิตผู้ใช้แรงงาน มีการพูดถึง “กางเกงในจาก M&S” อ้างอิงถึงมาตรฐาน ความน่าเชื่อถือและความคุ้นเคยในชีวิตประจำวันของคนอังกฤษยุคนั้น

รวมทั้ง Bridget Jones’s Diary นิยายและภาพยนตร์ชื่อดัง ตัวละครสำคัญ มักนำเสนอวิถีชีวิตสาวโสดชนชั้นกลาง กับการซื้ออาหารพร้อมรับประทาน (Ready Meals) ของ M&S สะท้อนภาพวัฒนธรรมการกินของคนเมืองยุคใหม่

มองเชิงธุรกิจในระดับภูมิภาค M&S มีอิทธิพลไม่น้อย สามารถเข้ามาปักหลัก ขยายสาขาในกลุ่มประเทศอาเซียนอย่างจริงจังราว 3-4 ทศวรรษที่ผ่านมา

โดยได้เปิดฉากครั้งแรกที่สิงคโปร์ ก่อนหน้านั้นเสียอีก (ปี 2501) สิงคโปร์เป็นตลาดแรกๆ ในเอเชีย M&S เข้ามาด้วยความร่วมมือกับกลุ่มพันธมิตรธุรกิจที่ชื่อ Al-Futtaim เครือข่ายธุรกิจซึ่งมีบทบาทบริหารและสร้างสาขาขนาดใหญ่ (Full-Format) จนถือได้ว่าสิงคโปร์เป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของภูมิภาคนี้ ปัจจุบัน M&S มีสาขาในเกาะเล็กๆ แห่งนี้ ราว 10แห่ง

Al-Futtaim Group เครือข่ายธุรกิจระดับ Conglomerate แห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ที่เก่าแก่และทรงอิทธิพล มีบทบาทและขอบเขตธุรกิจอย่างกว้างขวาง จะว่าไปพอเทียบเคียงได้กับกลุ่มเซ็นทรัล หรือเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ของไทย ทั้งนี้ ได้ลงทุน มีเครือข่ายธุรกิจในสิงคโปร์ และมาเลเซียอย่างมีนัยสำคัญด้วย โดยเฉพาะในธุรกิจค้าปลีกและแฟชั่น/ไลฟ์สไตล์ ถือเป็นหนึ่งในผู้เล่นรายใหญ่และทรงอิทธิพลในอาเซียน

ทั้งนี้ AI-Futtaim เป็นผู้บุกเบิกสร้างและบริหารเครือข่าย M&S ในมาเลเซียด้วย ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ราว 12 สาขา

M&S ได้เข้าสู่ตลาดฟิลิปปินส์มานานกว่าประเทศไทย ย้อนกลับไปกว่า 4 ทศวรรษ (ตั้งแต่ปี 2527) ผ่านกลุ่ม Rustan / SSI (ปัจจุบันมี 8 สาขา) ก่อนจะมีการเปลี่ยนมือเปลี่ยนผู้บริหารสิทธิ์มาเป็น Mitra Adiperkasa (MAP) เครือข่ายค้าปลีกยักษ์ใหญ่แห่งอินโดนีเซีย ผู้บริหารแบรนด์ M&S ในประเทศอินโดนีเซีย มาแล้วกว่า 26 ปี ได้มีการขยายสาขาครอบคลุมเมืองใหญ่ๆ และพัฒนาเป็นห้างขนาดใหญ่ ปัจจุบันในอินโดนีเซียมี M&S มากกว่า 20 สาขาแล้ว

PT Mitra Adiperkasa Tbk หรือ MAP Group เครือข่ายธุรกิจค้าปลีกรายใหญ่ที่สุดในประเทศอินโดนีเซีย และถือเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจทรงอิทธิพลมากที่สุดในระดับภูมิภาคเช่นกัน โดยเฉพาะมีร้านค้าปลีกมากกว่า 3,800 สาขา ในกว่า 80 เมือง ทั่วอินโดนีเซีย บริหารแบรนด์ระดับโลกมากกว่า 150 แบรนด์ ครอบคลุมทุกหมวดหมู่ เช่น แฟชั่น กีฬา ห้างสรรพสินค้า อาหารและเครื่องดื่ม ไปจนถึงสินค้าไอที มีพนักงานในเครือข่ายมากกว่า 30,000 คน

Pedestrians walk past the Marks & Spencer store near Marble Arch on Oxford Street, in London, Britain, February 29, 2024. REUTERS/Hollie Adams/ File Photo

ว่าไปแล้ว ความสัมพันธ์อันยาวนานพอควร ระหว่าง M&S กับกลุ่มเซ็นทรัล มีความเคลื่อนไหวขยับขยายที่น่าสนใจอยู่บางช่วง โดยเฉพาะในปี 2557

เริ่มจากในประเทศไทย M&S ประกาศขยายฐานธุรกิจกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหาร ประเดิมเปิดร้านรูปแบบใหม่ “Foods standalone” สาขาแรกในประเทศไทย ณ เซ็นทรัลฟู้ดฮอลล์ ชั้น 7 เซ็นทรัลเวิลด์ “พร้อมนำเข้าผลิตภัณฑ์อาหาร และเครื่องดื่ม ที่โดดเด่นด้วยคุณภาพ เพื่อนำเสนอลูกค้าในกรุงเทพฯ”

ที่สำคัญในช่วงเดียวกับกลุ่มเซ็นทรัลบุกตลาดเวียดนามขนานใหญ่ ในนั้นมีแผนการร่วมมือกับ M&S ด้วย ชักนำ M&S เข้าสู่ตลาดเวียดนามอย่างเป็นการเป็นงาน ในช่วงต้นปี 2557

โดยเปิดสาขา Flagship Store แห่งแรกขนาดใหญ่ถึง 1,200 ตารางเมตร ที่ห้างสรรพสินค้า Vincom Center Dong Khoi ในนครโฮจิมินห์ ภายใต้ความร่วมมือ กลุ่มเซ็นทรัลจากประเทศไทย ทั้งประกาศเป้าหมายใหญ่ ว่าจะขยายสาขาให้ถึง 20 แห่งภายใน 3 ปี

แต่แล้วไม่เป็นไปเช่นนั้น และต่อมาไม่นาน MAP Group แห่งอินโดนีเซีย ได้เข้ามาสวมแทน

ปัจจุบันที่นั่น M&S เปิดให้บริการเพียง 4-5 สาขา ในศูนย์การค้าใหญ่ๆ

มีคำถามคาใจ ทำไมเซ็นทรัล กับ M&S จึงไม่ดำเนินโมเดลธุรกิจอย่างที่เป็นไปโดยทั่วไปในอาเซียน ซึ่งเป็นแผนการเดียวกันของเซ็นทรัลเองที่เคยทำในเวียดนาม

เท่าที่เข้าใจ ในสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ รวมทั้งเวียดนาม การบริหารแบรนด์ M&S อยู่ในรูปแบบ Master Franchisee ขณะในไทย โดยกลุ่มเซ็นทรัล อยู่ในรูปแบบสิทธิ์เฉพาะการนำเข้าและจัดจำหน่าย (License) เน้นการเปิดพื้นที่เป็น Shop-in-Shop หรือเคาน์เตอร์ภายในห้างสรรพสินค้าของตนเอง

มีความเป็นไปได้ที่เป็นไป ด้วยกลุ่มเซ็นทรัลมีธุรกิจห้างสรรพสินค้าและซูเปอร์มาร์เก็ตระดับพรีเมียมของตนเองอยู่แล้ว ทั้งแบรนด์ห้างเซ็นทรัล และ Tops Food Hall ซึ่งถือเป็นแบรนด์หลักที่สำคัญ

การเปิด M&S เต็มรูปแบบ อาจเกิดการแย่งพื้นที่และแย่งยอดขาย (Cannibalization) กันได้

คําถามที่น่าสนใจถัดมา AI-Futtaim Group และ MAP Group มีการดำเนินธุรกิจในเมืองไทย ในทำนองเดียวกับที่ว่าหรือไม่

คำตอบ- เป็นที่แน่ชัดว่า มี

Al-Futtaim Group แห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ดำเนินธุรกิจในไทย ในกลุ่มธุรกิจ Retail & Fashion โดยเฉพาะด้วยความร่วมมือกับ Inditex Group เครือข่ายค้าปลีกและไลฟ์สไตล์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกแห่งสเปน ผ่านบริษัทในเครือ- บริษัท กาแกน (ประเทศไทย) จำกัด (Gagan Thailand Co., Ltd.) แบรนด์ที่สำคัญ ได้แก่ ZARA สินค้าแฟชั่นไปเร็วมาเร็ว (Fast Fashion) ที่โด่งดัง และ Zara Home ได้เปิดสาขาหลายแห่งแล้ว อย่างที่ CentralWorld และ Siam Paragon

ส่วน MAP Group แห่งอินโดนีเซีย ขยายเครือข่ายเข้ามาในประเทศไทยอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี 2563 โดยกลุ่มธุรกิจที่เรียกว่า MAP Active เน้นกลุ่มสินค้าแฟชั่นแนวกีฬา แบรนด์และร้านค้าที่เปิดบริการในไทยกระจายไปในศูนย์การค้าต่างๆ ที่น่าสนใจ อาทิ Foot Locker HOKA รวมทั้งแบรนด์ New Balance และ Converse

ดังนั้น ถ้อยแถลงของ M&S ในไทย กรณียุติความร่วมมือกับกลุ่มเซ็นทรัลที่ทิ้งท้ายไว้ จึงน่าสนใจขึ้นมา “…หากมีการแต่งตั้งผู้จัดจำหน่ายรายใหม่ในอนาคต แบรนด์ก็อาจมีโอกาสกลับมาทำตลาดในไทยได้อีกครั้ง”



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

สุดารัตน์ จี้ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ หลังไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF และ World Bank
ปฎิมา นักเขียน ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน นักเขียน ‘อาชีพ’
ดินแดง ราชปรารภ อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’ เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน
Sleepmaxxing โรคบ้านอน
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (25)
E-DUANG | สถานะ ธรรมนัส พรหมเผ่า สถานะ สุชาดา ซาง แทนทรัพย์
“วัชระพล” เร่งแก้น้ำเน่าคลองระพีพัฒน์ 2 ไม่นิ่งนอนใจปัญหา ปชช.หลังปลาตายจำนวนมาก คาดสถานการณ์ดีขึ้นใน 1-2 วัน
“พิชัย” ชื่นชมความสำเร็จของการประชุม IMF–World Bank 2026 ชี้รัฐบาลต้องสานต่อเพื่อประโยชน์สูงสุด แนะเร่งแก้ 4 ความท้าทายเศรษฐกิจไทย
ไม่ได้เป็นของนายทุน : เอฟซี ซังต์เพาลี สโมสรฟุตบอลของแฟนบอล ผู้ท้าโต้คลื่นทุนนิยม (1)
50 ปี 6 ตุลา (7) เหยี่ยว พิราบ และโดมิโน
ความลับของ ‘ความลับ’ กับการนิยามของศาลรัฐธรรมนูญ (จบ)
50 ปี 6 ตุลา : จังหวะของประวัติศาสตร์ และการจรรโลงความรู้สึก