ทะลุกรอบ | ป๋วย อุ่นใจ
ภาพแมงมุมกระโดดเป็นอะไรที่น่ารักคิกขุเสมอที่ได้เห็น ยิ่งถ้าเป็นแมงมุมกระโดดตัวผู้ ยิ่งน่ารัก
ทำไมน่ะหรือ?
ข้อแรก น้องมีดวงตากลมโต บ้องแบ๊ว ใสกิ๊ก ดำขลับเหมือนตาตุ๊กตา
ข้อที่สอง บนตัวของน้องปกคลุมไปด้วยขนที่ปุกปุยดูนุ่มนิ่มมาก ยิ่งตอนวิ่ง-โดด-เด้ง นี่คือฟูฟ่องสุดสุด น่ารักมาก
แต่ข้อที่สาม ผมว่าน้องทำท่าเหมือนถือพู่ปอมปอม มองทีไรเหมือนกองเชียร์ตาแป๋วกำลังเชียร์กีฬาอยู่ตลอดเวลา
แต่ที่พิลึกที่สุดก็คือ รยางค์คู่ตรงหน้าที่มีลักษณะเป็นเหมือน “ขาปุกปุยฟูฟ่อง” หน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกับพู่ปอมปอมของมันนั้น แท้จริงแล้วคืออวัยวะเพศที่บ่งถึงความเป็นชายชาตรี ที่เอาไว้ส่งถ่ายอสุจิไปให้เพศเมีย ที่เรียกว่า เพดิพัลป์ (pedipalp) หรือสั้นๆ ว่า พัลป์ (palp)
จินตนาการดูสิ เดินไปไหนมาไหนก็ชูอวัยวะเพศชายโชว์ไว้ก่อน พิลึกขนาดไหน
โครงสร้างพัลป์นี้ทำหน้าที่สำคัญหลายประการในการสืบพันธุ์ ในระหว่างการสืบพันธุ์ แมงมุมหนุ่มจะเอาต้องใช้พัลป์ของมันเข้าไปล็อกติดกับโครงสร้างเฉพาะที่แมงมุมตัวเมียสร้าง โครงสร้างนี้เรียกว่า สคาปัส (scapus)
และหลังจากล็อกติดสำเร็จแล้ว หนุ่มแมงมุมก็จะขยับและใช้ปลายของพัลป์ซึ่งถ้าจะเปรียบก็เหมือนกับปลายองคชาตของแมงมุมที่เรียกว่า ปลายเอมโบลัส (embolus) สอดเข้าไปในอวัยวะสืบพันธุ์ของแมงมุมเพศเมีย ที่เรียกว่า รู “อิพิไจน์ (epigyne)”
และเมื่อทุกอย่างเกิดขึ้นสอดประสานเข้ากันได้ ปลายเอมโบลัสสอดเข้าไปแล้วในท่อเป็นที่เรียบร้อย กระบวนการส่งถ่ายอสุจิจากตัวผู้สู่ตัวเมียจะเกิดขึ้น พูดง่ายๆ ก็คือสองตัวดุ๊บดิ๊บกันได้สำเร็จนั่นแหละ
แต่ประเด็นคือ เรื่องมันยังไม่จบแค่นี้ เพราะความสำเร็จของการฟีเจอริ่งกันนั้น ถ้าจะวัดกันให้ชัดแบบไม่ต้องคาราคาซัง ก็ต้องดูว่าซั่มแล้ว พ่อตัวนี้จะได้ลูกออกมาสักกี่ตัว
และเพื่อให้การส่งถ่ายอสุจิเป็นไปได้อย่างราบรื่นและยาวนาน เพราะบางทีตัวเมียอาจจะเริ่มเบื่อและเริ่มหยิบตัวผู้ออกมากิน ซึ่งอาจจะทำให้อวัยวะเพศของมันหลุดออกจากกัน การส่งถ่ายอสุจิก็จะถึงจุดยุติ ตัวผู้ในบางสปีชีส์ก็เลยมีท่าพิสดาร ก็คือในระหว่างที่กำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม หนุ่มแมงมุมจะตีลังกาโซเมอร์ซอลต์ ประเคนก้นตัวเองใส่จานถวายให้ที่ปลายเขี้ยวของแมงมุมสาว เรียกว่าเชิญแทะเล็ม ลิ้มลอง ได้ตามสบาย ไม่ต้องดึงตัวมันออกมา … (เดี๋ยวหลุด)
และในขณะที่ตัวเมียกำลังง่วนกินร่างของสามีผู้ทุ่มเทของมันอย่างเอร็ดอร่อย การส่งถ่ายอสุจิก็จะยังคงดำเนินต่อไป เนิ่นนาน ราบรื่น
กลยุทธ์การกินกันทางเพศ (sexual cannibalism) แบบนี้ ซึ่งก็คือกินกันจริงๆ แบบทั้งอุปมา และไม่อุปมา ตัวเมียจะได้ประโยชน์เต็มที่จากสารอาหารจากร่างกายของตัวผู้
ในขณะที่ตัวผู้ก็จะได้ประโยชน์จากการเพิ่มเวลาในการหลั่ง เอ้ยยย ส่งถ่ายอสุจิไปให้ตัวเมีย (prolonged copulation)
แถมบางที อวัยวะเพศของมันยังเหลือติดคาอยู่กับอวัยวะเพศตัวเมียทำให้ตัวผู้ตัวอื่นมาผสมพันธุ์กับมันต่อได้ลำบาก เพราะมีร่าง (หรือส่วนหนึ่งของร่าง) ของมันหลงเหลือเป็นจุก (mating plug) ที่อุดรูผสมพันธุ์ของตัวเมียเอาไว้อยู่
แน่นอน ไม่ใช่ตัวผู้ทุกตัวจะดับดิ้น หลังดุ๊บดิ๊บ แมงมุมหนุ่มในบางสปีชีส์จะมีกลยุทธ์แบบอื่น บางสปีชีส์จัดกันหนักหน่วงมากจนปลายอวัยวะเพศหักเอง ติดคากันอยู่ในรู อุดไม่ให้ตัวอื่นมาผสมต่อได้
ในขณะที่บางสปีชีส์ อย่างเช่น พวกแมงมุมฤๅษี Nephilengys malabarensis หรือที่ภาษาอังกฤษมักเรียกว่า orb web spider จงใจหักพัลป์ของมันปักคาไว้บนร่างตัวเมีย
ซึ่งข้อดีคือจะทำให้อวัยวะเพศของทั้งสองที่ติดกันอยู่นั้น มีโอกาสในการส่งถ่ายอสุจิได้ดีมากขึ้น และยาวนานยิ่งขึ้น

เรื่องนี้แม้จะพิสูจน์ได้ยาก แต่ไต้ฉิน หลี่ (Daiqin Li) ผู้เชี่ยวชาญสัตว์แปดขาจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (National University of Singapore) ได้ทำการทดลองเอาไว้เป็นอย่างดี โดยการเอาแมงมุมฤๅษี 25 คู่มาปล่อยให้ผสมพันธุ์กัน แล้วลองแงะพัลป์ออกมานับดูว่ามีอสุจิเหลืออยู่มากแค่ไหน
เขาพบว่าในตอนที่ขึ้นขี่กอดกระหวัดรัดรึงกันอยู่นั้น แมงมุมฤๅษีตัวผู้จะสามารถปล่อยอสุจิเข้าไปในตัวของแมงมุมตัวเมียได้ราวๆ 30 เปอร์เซ็นต์
และหลังจากที่ตัวผู้หักพัลป์ของมันปักติดคาอยู่กับตัวเมีย และหนีออกมาแล้ว พัลป์ของมันจะยังคงสามารถปล่อยอสุจิเข้าไปในตัวเมียต่อได้จริง
หลี่เผยว่าเมื่อเวลาผ่านไปราวๆ 20 นาที จำนวนอสุจิที่ส่งได้ เพิ่มจาก 30 ไปเป็น 85 เปอร์เซ็นต์
และถ้าค้างนานกว่านี้ก็น่าจะปล่อยต่อไปได้เรื่อยๆ
กลยุทธ์แบบนี้คือ กลยุทธ์ฟีเจอริ่งกันแบบทางไกล (remote copulation) แม้ว่าตัวจะห่างกัน ขอแค่อวัยวะเพศยังปักอยู่ เป็นใช้ได้ ซึ่งดังที่เล่าไปในตอนก่อน … แม้กลยุทธ์ดุ๊บดิ๊บกันเช่นนี้จะเรียกว่ากลยุทธ์ทางไกล แต่แมงมุมตัวผู้ในหลายสปีชีส์ก็ไม่ได้หนีไปไหนไกลจริงๆ แต่ยังคงป้วนเปี้ยน ล้อมหน้าล้อมหลังตัวเมียของมันอยู่ไม่ห่าง
คือจริงๆ จะว่าห่างก็ห่าง คือห่างพอจะหลุดพ้นจากการถูกตัวเมียจับไปเขมือบ แต่ก็ใกล้พอจะคอยขับไล่และต่อสู้กับตัวผู้ตัวอื่นๆ ที่จะมาเกาะแกะแม่ยอดขมองอิ่มยาใจสุดที่รักของมัน ให้หลีกไปให้พ้นทาง (mate guarding)
แต่การสูญเสียอวัยวะเพศไปเช่นนี้ บางทีจะเรียกว่า emasculation หรือการทำลายความเป็นชายชาตรี เพราะจากที่เคยมีอวัยวะเพศครบ ก็โดนกัดขาดหายไป
แต่การขาดหายไปของอวัยวะเพศนี้กลับไม่ได้ส่งผลเสียให้กับมันเท่าใดนัก นอกเสียจากว่าจะทำให้เป็นขันที และมีร่างกายที่เล็กลง หรือบึกบึนน้อยลง
อย่างน้อยพู่ปอมปอมอันเบ้อเริ่มที่เคยถืออยู่ ก็หลุดจากตัวมันไปติดคาอยู่บนอวัยวะเพศภรรยาของมันแล้ว ร่างกายของมันจึงลีนขึ้น เพรียวขึ้น เคลื่อนไหวได้คล่องแคล่วขึ้น ทำให้พวกมันสามารถต่อสู้และขับไล่แมงมุมตัวผู้ตัวอื่นได้ดียิ่งขึ้น
ทำให้โอกาสที่ภรรยาของมันจะนอกใจ ทำได้ยากยิ่งขึ้น
กลยุทธ์เช่นนี้เรียกว่า กลยุทธ์ขันทีขี้หวง (eunuch strategy) คือเหมือนมีขันทีดุๆ ที่สู้เก่งๆ คอยปกป้องแมงมุมสาวไม่ให้สืบพันธุ์ต่อไปได้
ซึ่งถ้ามองจริงๆ ถือเป็นกลยุทธ์ที่แยบยลยิ่ง ยิ่งถ้าในพวกแมงมุมที่มีจำนวนอสุจิน้อย เพียงพอแค่การผสมพันธุ์ได้แค่รอบเดียวด้วยแล้ว กลยุทธ์นี้ยิ่งสำคัญ

ทําไมต้องคอยการ์ด คอยกีดกัน คอยตามเฝ้า
คำตอบคือเพื่อขอเป็นคน (ตัว) สุดท้าย ของเธอ
ทำไมต้องเป็นตัวสุดท้าย?
เพราะว่าแมงมุมตัวเมียนั้นไม่ได้รักเดียวใจเดียว พวกมันจะผสมกับตัวผู้ได้หลายตัว และจะเก็บสะสมอสุจิจากชายที่ผ่านมือมันไปแล้วทั้งหมดเอาไว้ในถุงเก็บอสุจิที่เรียกว่า สเปอร์มาทีกา (spermatheca) เพื่อรอเวลาให้ไข่สุก พร้อมปฏิสนธิ แล้วจึงปล่อยไข่ออกมาผสมกับอสุจิ ซึ่งบางทีอาจเนิ่นนานเป็นเดือน
แม้ว่ากลไกการเก็บอสุจิในแมงมุมนั้นจะค่อนข้างซับซ้อน ขึ้นอยู่กับกายวิภาคของสเปอร์มาทีกา ทำให้กลไกการเลือกอสุจิมาผสมกับไข่นั้นแตกต่างกันไปได้หลายแบบ
แต่ในแมงมุมหลายประเภท อย่างเช่น แมงมุมแม่ม่ายหลังแดง (Redback spider) แมงมุมตัวต่อ (Argiope bruennichi) และแมงมุมฤๅษี (Nephilengys malabarensis) ที่ชัดเจนว่าอสุจิที่เก็บเข้าไปทีหลังจะได้เปรียบ (last male precedence, LMSP) และมีโอกาสในการถูกเลือกมาผสมกับไข่มากกว่า
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแมงมุมแม่ม่ายที่ฝ่ายชายยอมตีลังกาสละชีพเพื่อเซ็กซ์ด้วยแล้ว โอกาสในการเป็นพ่อของตัวสุดท้ายจะมากกว่าตัวอื่นๆ ได้มากถึง 70-90 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว

แต่อย่างที่บอกไป ระบบการเก็บอสุจิในแมงมุมนั้นซับซ้อน ในบางชนิดอาจจะมีรูปแบบการเป็นพ่อต่างไปก็เป็นได้ แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าได้เป็นคน (ตัว) สุดท้าย และไม่มีใครมาต่อ โอกาสได้เป็นพ่อก็จะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน
แต่สิ่งที่น่าสังเกตก็คือว่าแมงมุมที่กล่าวมาส่วนใหญ่ที่เสียหายหักคาเป็นจุกอุดนั้น จะเป็นอวัยวะเพศของตัวผู้เสียเป็นส่วนใหญ่
คำถามคือวิวัฒนาการมีทางเลือกแบบอื่นมั้ย แบบอวัยวะเพศตัวผู้ไม่เสีย
คำตอบคือมี ไม่ใช่ว่าแมงมุมตัวผู้ทุกสปีชีส์จะยอมเสียสละตัวเองเสมอไป ในบางกลุ่ม แมงมุมหนุ่มอาจไม่ได้เป็นสุภาพบุรุษเสมอไป เพราะอะไรกัน
ปัญหาก็คือ ต่อให้พยายามอุดทางเข้าไว้แน่นแค่ไหน ก็ไม่มีทางที่จะการันตีความปลอดภัย จุกที่อุดไว้ยังอาจถูกตัวผู้คู่แข่งดึงออก ถูกดันทะลุ เปิดช่องให้เล็ดลอดเข้าไปผสมพันธุ์ได้อยู่ดี
ส่วนพวกขันทีขี้หวง เผลอเมื่อไร ตัวใหม่ก็อาจจะโผล่มา และทันทีที่มีผู้บุกรุกคนใหม่เข้ามา “ตัวสุดท้าย” ตัวเดิมก็อาจหมดสิทธิ์เป็นตัวสุดท้ายไปในชั่วพริบตา
แล้วจะทำยังไง ก็ในเมื่อการผสมพันธุ์ต้องใช้อวัยวะเพศของทั้งตัวผู้ และตัวเมีย มาเข้าล็อกกันให้แน่นเสียก่อนในสเต็ปแรก แล้วตัวผู้จึงจะเริ่มสอดใส่เอมโบลัสเข้าไปในท่อสืบพันธุ์ของตัวเมียได้
ถ้าเช่นนั้น ถ้าเราทำลายโอกาสในการเข้าล็อกได้ ทุกอย่างก็จบ
กาบรีเอเลอ อูล (Gabriele Uhl) จากมหาวิทยาลัยไกรฟส์วาลด์ (University of Greifswald) ประเทศเยอรมนี ศึกษาการสืบพันธุ์ของคู่รักแมงมุมใยกลม Larinia jeskovi พบว่าหลังจากที่คู่แมงมุมข้าวใหม่ปลามันล็อกอวัยวะเพศติดกัน ทุกอย่างจะเกิดขึ้นไวมากเพียงแค่ไม่กี่วินาที
และเพื่อศึกษาโครงสร้างที่ล็อกอวัยวะเพศแมงมุมติดกัน เมื่อเห็นตัวผู้เข้าล็อกกับตัวเมียพรหมจรรย์ เธอและทีมของเธอจะรีบแช่แข็งแมงมุมคู่รักคู่นั้นในทันที
“เราต้องเร็วสุดสุด และต้องโชคดีสุดสุด” เธอกล่าว ผลเป็นไปตามที่คาด ตัวผู้ใช้พัลป์เข้าไปล็อกติดกับโครงสร้างสคาปัสที่มีรูปร่างคล้ายอานจักรยานที่อยู่บนอิพิไจน์ของตัวเมีย และตอนที่มันถอนตัวออกมา สามีตัวแสบจะบิดพัลป์ของมันทำให้ตรงด้านบนของสคาปัสหลุดไปด้วย
ซึ่งหมายความว่าตัวผู้ตัวใหม่ทั้งหมดที่เข้ามาหาภรรยาของมัน ไม่ว่าจะติดอกติดใจสาวตัวนี้มากขนาดไหน ก็จะไม่สามารถผสมพันธุ์กับน้องได้ เพราะโครงสร้างสำคัญของอวัยวะเพศเมียของน้องหักไปแล้ว ทำให้ไม่สามารถเข้าล็อกกับอวัยวะเพศของตัวผู้ตัวใหม่ได้อีก และนั่นหมายความว่า ตัวมันจะเป็นตัวสุดท้ายจริงๆ
กลยุทธ์สุดเห็นแก่ตัว แต่ฟังก์ชั่นนี้เรียกว่า กลยุทธ์ทำลายสภาพความเป็นหญิง (External Female Genital Mutilation หรือ EFGM)
อีกตัวเด่นๆ ที่ใช้กลยุทธ์นี้ เห็นจะเป็นแมงมุมใยกลมในสกุล Cyclosa หรือที่หลายคนมักเรียกว่าแมงมุนใยกลมเส้นมูลฝอย (trashline orbweaver) ที่แม้ตัวจะนิดเดียว เพียงแค่ไม่กี่มิลลิเมตร แต่มีภูมิปัญญาที่โดดเด่นในเรื่องการพรางตัวโดยใช้เศษซากขยะและใยไหมมาสร้างเป็นเส้นใยประดับ (stabilimentum) รูปแมงมุมยักษ์ที่ใหญ่กว่าตัวมันเองหลายเท่าเพื่อพรางตัวและล่อหลอกศัตรูและนักล่าที่อาจจะมาแหยมกับมัน
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะสละความเป็นชาย หรือสลายความเป็นหญิง แท้จริงก็ขอเพียงได้เป็นคน (ตัว) สุดท้ายของเธอ … เพื่อที่จะได้มีลูกๆ หลานๆ กับเธอให้มากที่สุด ก็เท่านั้น
แต่ถึงขั้นจัดซะอวัยวะเพศขาดแหว่งไปเลย … อันนี้ก็แอบโหดร้ายเกินไปนะ
