bg-single

รู้ชีวิต…ด้วยดวงดาว/ศ. ดุสิต/ลัคนาสถิตทวิภาวะราศี

12.08.2017

รู้ชีวิต…ด้วยดวงดาว/ศ. ดุสิต

อ่านอนาคตของคุณไม่ยากหรอก…แค่รู้จักดาว 10 ดวงเท่านั้น!

เรื่องลึกในโหราศาสตร์ไทยชุด “คลังโหร” ชัยภูมิศาสตร์ (๓)

ลัคนาสถิตทวิภาวะราศี

ราศีมิถุน

เป็นราศีแห่งธาตุลม (ปลายลม) คนราศีนี้ควรอยู่ในบ้านที่อยู่ลึกเข้าไปจากถนนใหญ่ (ไม่ควรอยู่ติดถนนใหญ่เลยทีเดียว) และควรอยู่ลึกเกินกว่าครึ่งซอยด้วยยิ่งดี เช่น ซอยนั้นมีบ้านอยู่เจ็ดหลังก็ควรอยู่หลังที่ห้าเป็นต้นไป แม้จะอยู่หลังที่เจ็ด (สุดท้าย) เลยก็ยังได้ ยิ่งจะทำให้สงบดีขึ้นอีก

บ้านที่อาศัยไม่ควรเป็นบ้านที่สูงใหญ่นัก แต่ควรเป็นบ้านที่แข็งแรง ทวิภาวะหมายถึงความเป็นสองอย่าง คือมักมีความเปลี่ยนแปลงได้เก่ง ที่อยู่อาศัยที่แข็งแรงจึงเป็นหลักประกันที่ดี และถ้าผู้อยู่จัดทำให้บ้านนั้นมีหยิน-หยางที่สมดุลด้วยแล้ว ก็จะอยู่ได้อย่างมีความสุขอันถาวรได้เลย

โฉลกที่ดีของบ้านราศีมิถุนก็คือ ควรปลูกไม้พุ่มไว้ที่หน้าบ้าน และควรเป็นไม้พุ่มที่ให้ดอกอันทนนาน เช่น เฟื่องฟ้า, บานไม่รู้โรย (ใส่กระถาง) เป็นต้น และถ้าหน้าบ้านนั้นตรงกับทิศทางที่เป็นศรีของวันเกิดผู้อยู่ด้วย ก็จะทำให้เกิดโฉลกดีแก่ผู้นั้นอีกโสดหนึ่ง

สิ่งที่ไม่ควรสำหรับบ้านนี้ก็คือ ถ้าไม่จำเป็นแล้วผู้ที่อาศัยในบ้านนี้ไม่ควรอยู่คนเดียว ควรมีผู้อยู่ด้วยไม่น้อยกว่าสองคนขึ้นไป การอยู่คนเดียวจะทำให้เกิดการอับโชคขึ้นได้

ราศีกันย์

 

ราศีแห่งธาตุดิน (ปลายดิน) ที่ตั้งอันสมควรของชาวราศีนี้ก็เช่นเดียวกับชาวราศีมิถุน คือต้องอยู่ลึกเข้าไปในซอย (อย่าติดถนนใหญ่)

แต่ไม่ห้ามที่จะอาศัยอยู่ในสถานที่อันสูงใหญ่โตมโหฬารแต่อย่างใด

จุดที่จะทำให้ผู้อยู่อาศัยมีความสุขสงบก็คือในบ้านควรมีสัญลักษณ์ของศาสนาอยู่ด้วย

เช่น มีห้องพระหรือมีรูปเคารพแห่งศาสดาของศาสนาติดตั้งอยู่ในที่อันควร และผู้อยู่ก็ควรเป็นผู้ที่ปฏิบัติตัวตามศาสนาได้ด้วยยิ่งดี

แต่ถ้าไม่มีรูปเคารพหรือผู้อยู่ที่ไม่มีรสนิยมในการปฏิบัติตัวตามศาสนา อาจทำให้ชีวิตอับเฉาในบั้นปลายได้เช่นกัน หรือไม่ก็อาจพบกับอุปสรรคที่รุนแรงจนชีวิตอาจต้องเปลี่ยนแปรไปอีกรูปหนึ่งก็ได้ (เพราะภพพันธุของชาวราศีนี้เป็นธาตุไฟ)

โฉลกที่ดีของชาวราศีนี้ก็คือ ถ้าทำได้ควรจะทำบ่อน้ำเล็กๆ เลี้ยงปลาเล็กๆ ไว้ด้านหน้าบ้าน โดยให้บ่อน้ำนั้นอยู่ใต้ร่มเงาของต้นไม้สักต้นหนึ่ง (อย่าให้บ่อร้อน)

ปลาเล็กๆ เหล่านี้แหละคือเครื่องบอกถึงชีวิตความเป็นอยู่ของผู้อยู่ได้ดี

ถ้าผู้อยู่เลี้ยงปลาได้ดีโดยปลาไม่อดอยาก ผู้อยู่ก็จะไม่อดอยากด้วย

ปลามีความสบาย ผู้อยู่ก็สบาย ถ้าปลาถูกทอดทิ้ง ผู้อยู่ก็จะประสบความหงอยเหงาเปล่าเปลี่ยว ฯลฯ

ราศีธนู

ราศีแห่งธาตุไฟ และมีราศีพันธุสถิตที่ธาตุน้ำ จัดเป็นศัตรูธาตุที่ผกผันรุนแรงหน่อย

ชาวราศีนี้จึงควรตั้งที่อยู่อาศัยในที่อันปลอดจากความรุนแรง เช่น ไม่อยู่ริมถนนใหญ่ ไม่อยู่ในที่แออัดอันจะเกิดการวิวาทะได้ง่าย

ถ้าจำเป็นต้องอยู่ในที่เหล่านี้ก็จะต้องอยู่ด้วยความระมัดระวังเป็นอย่างดี อ่อนน้อมถ่อมตนเท่าไหร่ก็จะดีแก่ตัวเท่านั้น

โฉลกดีคืออยู่ในบ้านที่แข็งแรงและแน่นทึบ เช่น เป็นตึก (ในซอย) ที่เป็นบ้านเดี่ยวยิ่งดี

ชาวราศีนี้มักเป็นคนใจกล้าและชอบเสี่ยง จึงมีโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงที่อยู่อาศัยได้

เช่น มีบ้านหลังที่สอง หรือต้องโยกย้ายที่อยู่อาศัยบ้าง แต่ไม่ว่าจะไปอยู่ที่ใดก็ต้องใช้โฉลกเดียวกันนี้คือ ไม่อยู่ติดริมทางใหญ่หรือชุมชนแออัด หรืออยู่บ้านที่มีบ้านอื่นหลังคาติดกันทั้งสองด้าน และมีทางเดินออกจากบ้านนิดเดียว

แบบนี้ไม่ถูกโฉลกกับชาวราศีนี้แน่ (คือจะทำให้เจริญช้า)

ราศีมีน

ราศีแห่งธาตุน้ำ เป็นราศีสุดท้ายแห่งจักรราศี การมีที่อยู่อาศัยเป็นบ้านหลังสุดท้ายในซอยจึงจัดว่าเป็นโฉลกที่ดี

ผู้ที่อยู่ในบ้านแบบนี้จะมีชีวิตที่เจริญรุ่งเรืองได้ดีถ้าบ้านนั้นมีตั้งแต่สองชั้นขึ้นไป และผู้อยู่อาศัยหลับนอนบนชั้นสองแห่งนั้น (อย่านอนชั้นล่าง)

เนื่องจากราศีนี้เป็นธาตุน้ำ จึงควรปลูกบ้านที่อยู่บนเนินสูงสักหน่อยจะดีมาก จะเสริมชีวิตให้สูงตามขึ้นไปด้วย

และถ้าเป็นไปได้ควรหันหน้าบ้านไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ (ยกเว้นคนที่เกิดวันพุธ)

จุดที่จะช่วยให้ชีวิตของผู้อยู่บ้านนี้ (ชาวราศีมีน) มีความมั่นคงดีขึ้นก็คือ บ้านที่อยู่ควรมีรั้วรอบขอบชิด แต่มีเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้ๆ ด้วย ไม่ใช่บ้านหลังเดียวในที่อันโล่งกว้างซึ่งจะทำให้ชีวิตลำบาก

หน้าบ้านควรปลูกไม้ดอกที่มีกลิ่นหอม เช่น มะลิ, แก้ว, ราตรี ฯลฯ หรือไม้มงคล เช่น ทับทิม

แต่ไม่ควรมีต้นไม้ใหญ่ยืนต้นตรงกับหน้าบ้าน ถ้ามีควรเบี่ยงไปทางด้านซ้ายของตัวบ้านจึงจะดี

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ก็ล้วนแต่เป็นเรื่องของที่อยู่อาศัยเท่านั้น แต่ก็ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญและความละเอียดลออของโบราณที่ได้จารึกไว้ (แต่ผมเอามาบรรเลงซะใหม่เพื่อให้ทันสมัย) พ้นจากที่อยู่อาศัยแล้ว ชัยภูมิศาสตร์ก็ยังมีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตอีกหลายอย่าง ไม่ใช่มีแต่แค่สถานที่ตั้งบ้านเรือนเพียงอย่างเดียว องค์ประกอบในการตั้งบ้านเรือนยังมีอยู่อีก เช่น ดวงชาตาของเจ้าของบ้าน, วันเกิดของเจ้าของบ้าน ซึ่งจะต้องมีเอาไว้ตรวจรายละเอียดในการอยู่อาศัยอีกที

เช่น ตรวจดูว่าดวงชาตาของผู้อยู่เป็นเช่นไร มีลัคนาอยู่ตรงนั้นตรงนี้แล้ว ดาวพันธุไปสถิตอยู่ที่ไหน ตนุลัคน์อยู่ที่ใด ดาวศุภะช่วยอำนวยให้เจ้าชาตาหรือเปล่า ตั้งบ้านแล้วหันหน้าไปทิศไหน ตรงกับทิศกาลกิณีของเจ้าของบ้านหรือไม่ จะหันหน้าบ้านให้ตรงทิศศรีของเจ้าบ้านคือทิศใด ถ้าดาวพันธุสถิตในที่ร้าย จะแก้ไขอย่างใด หรือถ้าจำเป็นต้องไปอยู่ในบ้านที่เป็นกาลกิณีแก่ตนจะแก้แบบไหน เหล่านี้นักโหราศาสตร์จะช่วยได้ทั้งนั้นถ้าเป็นผู้ที่มีความรู้ทางด้านนี้จริงๆ

การแก้ไขหรือการดัดแปลง “ชัยภูมิ” นี้ก็ขึ้นอยู่กับชั้นเชิงความสามารถทางโหราศาสตร์ของผู้ที่จะดำเนินการใช้วิชาการนี้ด้วย

คือต้องมีความ “เข้าใจ” ในหลักการของโหราศาสตร์ เช่น รู้ถึงความหมายของดาวและของภพเป็นอย่างดี และอ่านความสัมพันธ์ของดาวได้ช่ำชองด้วยยิ่งดีใหญ่ เพราะจะทำให้สามารถทายได้ในทุกดวงชาตา ไม่ว่าดวงชาตานั้นๆ จะ “เข้ากฎ” หรือไม่ก็ตาม

แต่จุดสำคัญก็คือ ทุกคนที่จะพยากรณ์จะต้องจดจำความหมายของ “ชัยภูมิศาสตร์” ที่อ่านมาแล้วข้างต้นให้ได้เสียก่อน ความหมายต่างๆ ที่อ่านมาแล้วนั้นเป็น “มาตรฐาน” เท่านั้น ซึ่งเราต้องจำเอาไว้เป็นหลักก่อนว่า…

จรราศี บ่งถึงที่อยู่อาศัยสถิตอยู่เป็นจุดแรกของชัยภูมินั้น เช่น อยู่ปากซอย เป็นต้น จรราศีเป็นราศีที่ใหญ่และมีคุณสมบัติที่คล่องตัว หวือหวา เร็ว จึงเหมาะกับสถานที่อันมีความเปลี่ยนแปลงอยู่บ่อยๆ เช่น มีรถแล่นผ่านไปมา มีผู้คนเดินกันมาก ได้พบปะกับสิ่งต่างๆ เสมอ ฯลฯ

สถิรราศี บ่งถึงความนิ่งสงบตามความหมายของราศีที่เป็นเช่นนั้น แต่ก็เป็นราศีอันดับสองที่รองจากจรราศีออกไป ดังนั้น จึงไม่ควรที่จะสถิตอยู่ในสถานที่อันจอแจ เพราะจะไม่สงบ แต่ความตื่นตัวของราศีนี้ก็ยังมีอยู่มาก ดังนั้น จึงกำหนดความลึกเข้าไปไม่มากนัก คือเป็นบ้านหลังที่สองที่สาม (ไม่เกินครึ่งของจำนวนบ้านในซอยนั้น) ทั้งนี้ก็เพื่อให้ความตื่นตัวกระฉับกระเฉงยังมีอยู่นั่นเอง

ทวิภาวะราศี เรารู้กันอยู่แล้วว่าราศีนี้เป็นราศีที่มีความเปลี่ยนแปลงสูง ไม่แน่นอน สามารถที่จะปรับเป็นอย่างอื่นได้ มีความไวต่อสิ่งแวดล้อม (รวมถึงอารมณ์ด้วย)

ดังนั้น โบราณจึงวางกฎให้ลัคนาในราศีประเภทนี้มีโฉลกที่อยู่อาศัยไปสถิตในส่วนที่ลึกหน่อย (คือเกินกึ่งหนึ่ง) เพราะจะทำให้มีระยะห่างออกจากความผันผวนจอแจ ทำให้มีชีวิตที่สุขสงบดีขึ้นกว่าการอยู่ในที่อันจอแจซึ่งจะกระทบกับอารมณ์มากกว่า

เมื่อจำกฎมาตรฐานได้แล้ว ต่อไปถ้ามีการเปลี่ยนแปลงเราใช้มาตรฐานนี้มาเป็นเครื่องช่วยในการพยากรณ์ได้ เช่นตัวอย่าง เจ้าชาตามีลัคนาสถิตราศีมังกร ถ้ามีตนุลัคน์สถิตราศีมังกร (จรราศี) ด้วยก็ทำตามกฎมาตรฐานได้คือถ้าเจ้าชาตามีที่อยู่อาศัยตรงปากซอย หรืออยู่ในที่อันเป็นสถานที่คึกคักจอแจ ก็จะมีความสุขความเจริญดี แต่ถ้ามีตนุลัคน์ไปสถิตที่ราศีสิงห์ (ภพมรณะ) อย่างนี้ก็จะไม่เป็นตามมาตรฐาน

ราศีสิงห์เป็นสถิรราศี จึงต้องเอากฎของสถิรราศีมาเป็นตัวแก้ คือให้อยู่ในซอยลึกเข้าไปไม่เกินกึ่งหนึ่งของซอย ก็จะทำให้อยู่ดีกินดีได้เหมือนกัน แต่ถ้าตนุลัคน์ไปสถิตที่ราศีกันย์ (ภพศุภะ) ก็ต้องย้ายไปอยู่ที่ลึกกว่าสถิรราศี คือเกินกึ่งหนึ่งของซอย ก็จะทำให้มีความสุขความเจริญได้เหมือนกัน

อาจมีปัญหาสำหรับผู้ที่เริ่มเรียนอีก ในบทความนี้รู้สึกว่าจะอธิบายถึงที่อยู่อาศัยที่อยู่ในซอยเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ถ้าผู้ที่ไม่ได้อยู่ในซอยล่ะ จะใช้กฎไหนมาเป็นโฉลกให้รู้ถึงตัวเองว่าจะดีหรือไม่ดี?

หาคำตอบได้ในฉบับหน้าครับ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

E-DUANG | เดิมพัน ไชยชนก ชิดชอบ กับ AI PASSPORT
15 มิถุนายน 2505 ศาลโลกตัดสิน ‘ปราสาทพระวิหาร’ ตั้งอยู่ในอาณาเขตภายใต้อธิปไตยของกัมพูชา
ผ่าแผนรื้อสวัสดิการรัฐ เช็กบิลคนเนียนจน ทางรอดไทยยุคถังปริ่มแตก
ดันดาดัน 2 : ถึงแม่จะเป็นผี แต่แม่ก็อยากจะมีอยู่จริง
ความทรงจำ
คุยกับทูต | จูลีเด คายือฮัน บทบาทตุรกี ในฐานะสะพานเชื่อมโลก (2)
3 ทศวรรษ ‘Love Letter’ จาก ‘จดหมายรัก’ ระหว่าง ‘คนแปลกหน้า’ สู่ ‘โซเชียลมีเดีย’ และ ‘ธาตุแท้ของมนุษย์’
การละเล่นเพลงประชาชน
‘หัวใจ กับ เครื่องมือ’
ขมคอ สตอรี่ (1)
สถานีคิดเลขที่ 12 โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร
E-DUANG | รัฐธรรมนูญ กับ ฮั้วส.ว. การเมือง ละเอียดอ่อน