bg-single

ตลาดมือถือสะท้าน ‘ทรู’ ผนึก ‘ดีแทค’ ขึ้นแท่น ‘ยักษ์เทคคอมปานี’ แซงหน้า ‘เอไอเอส’ – ‘วัดใจ กสทช.’/บทความพิเศษ ศัลยา ประชาชาติ

30.11.2021

บทความพิเศษ

ศัลยา ประชาชาติ

 

ตลาดมือถือสะท้าน

‘ทรู’ ผนึก ‘ดีแทค’

ขึ้นแท่น ‘ยักษ์เทคคอมปานี’

แซงหน้า ‘เอไอเอส’ – ‘วัดใจ กสทช.’

 

ผลจากการประกาศบิ๊กดีลควบรวมกิจการระหว่างบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กับบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ทำให้ขึ้นแท่น ยักษ์เทคคอมปานี แซงหน้าหมายเลข 1 วงการมือถือ ‘เอไอเอส’ กลายเป็นประเด็นที่หลายฝ่ายถกเถียงกันอย่างมาก

โดยประเด็นที่หลายฝ่ายกังวลหลักๆ คือ การผูกขาดบนตลาดมือถือ และลิดรอนสิทธิผู้บริโภค

เพราะตระหนักดีว่า เครือข่ายมือถือเป็นปัจจัย 5 ที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตประจำวันและการดำเนินธุรกิจในยุคนิวนอร์มอล

หากย้อนพิจารณาดีลนี้ เครือเจริญโภคภัณฑ์ และกลุ่มเทเลนอร์ มีเป้าหมายตรงกันว่า ต้องการขยับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น เพราะตระหนักดีว่า แข่งกันไปก็ไม่โต เนื่องจากปัจจัยแวดล้อมเปลี่ยนจากการขยายตัวของเทคโนโลยี และที่สำคัญพื้นที่การแข่งขันก็ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในประเทศใดประเทศหนึ่งอีกแล้ว

แต่หมายถึงการแข่งขันถูกขยายพื้นที่เป็นระดับภูมิภาค ระดับโลกมากขึ้น

 

“ซิกเว่ เบรกเก้” ประธาน และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มเทเลนอร์ กล่าวในการแถลงข่าวความร่วมมือที่จัดขึ้นผ่านออนไลน์ (วันที่ 22 พฤศจิกายน 2564) ว่า เป้าหมายความร่วมมือครั้งนี้ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เนื่องจากการพัฒนาเทคโนโลยีเติบโตขึ้น ทำให้การแข่งขันในอนาคตไม่จำกัดแค่ในประเทศใดประเทศหนึ่งเท่านั้น

โดยบริษัทใหม่นี้ตั้งอยู่บนหลักการของความเท่าเทียมกัน เพื่อนำสิ่งที่ดีที่สุดจากดีแทคและทรูมารวมกัน เพื่อพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ระดับโลก

เพราะเชื่อว่าอีก 20 ปีข้างหน้าเทคโนโลยีใหม่ ทั้ง 5 G คลาวด์ จะทำให้เกิดการปฏิวัติเทคโนโลยี และการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ

อีกทั้งผลจากดีลนี้ยังจะตั้งกองทุนมูลค่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุนเทคสตาร์ตอัพบนแพลตฟอร์มดิจิตอล

ซึ่งหลังดีลนี้สำเร็จ บริษัทใหม่นี้จะมีรายได้ถึง 2.17 แสนล้านบาท มีส่วนแบ่งตลาดในเชิงรายได้ 40%

คาดว่าทั้งหมดจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 1 ปี 2565

 

“ศุภชัย เจียรวนนท์” ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ และประธานกรรมการ บริษัท ทรูคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ย้ำว่า เป้าหมายครั้งนี้ชัดเจน คือ การปรับโครงสร้างสู่การเป็นเทคคอมปานีระดับโลก

เนื่องจากสนามการแข่งขันเปลี่ยนไป บทบาทของผู้ประกอบการธุรกิจนี้ก็ลดลงตามไปด้วย เพราะปัจจัยแวดล้อมเปลี่ยนเร็ว ซึ่งผู้ประกอบการโทรคมนาคมจะทำหน้าที่แค่ท่อส่งข้อมูล (Data) อย่างเดียวไม่ได้อีกแล้ว แต่ต้องร่วมสร้างระบบนิเวศน์ ที่จะส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนเติบโตไปด้วยกัน

เพื่อผลักดันให้ไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีระดับภูมิภาคและระดับโลก

ขณะที่มุมมองทางธุรกิจนั้น แหล่งข่าววงการโทรคมนาคม วิเคราะห์ว่า การควบรวมครั้งนี้ต้องใช้ระยะเวลา จึงอาจเกิดสุญญากาศระหว่างการเปลี่ยนผ่าน ทำให้อาจเกิดปัญหาขึ้นภายในองค์กรของทั้งสองฝ่าย

ขณะที่ลูกค้าก็อาจจะไม่ได้อะไรใหม่ๆ เป็นพิเศษ ทั้งด้านบริการ เครือข่าย เพราะยังอยู่ในช่วงรอยต่อ จึงยังไม่มีการทำอะไรใหม่ขึ้นในช่วงนี้

แต่หากมองระยะยาวก็ต้องดูว่ารวมกันจะสามารถลดต้นทุนได้มากน้อยแค่ไหน และสิ่งที่เกิดขึ้นแน่ๆ คือ เพิ่มอำนาจการต่อรองกับซัพพลายเออร์ รวมถึงดีกรีการแข่งขันก็อาจจะลดลง

อย่างไรก็ตาม ทั้งสองรายยังต้องเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งการจัดการที่ต้องใช้ระยะเวลา ลูกค้าทั้งดีแทคและทรู ที่อาจจะไม่ได้อยากรวมกันก็ได้ ในระยะสั้นน่าจะส่งให้การเข้ามาของลูกค้าใหม่น้อยลง หรือมีลูกค้าเก่าย้ายไปอยู่กับคู่แข่ง

แต่ระยะยาวขึ้นอยู่กับความสามารถในการบริหารจัดการหลังการควบรวมแล้ว

 

มุมมองทางเศรษฐศาสตร์นั้น คาดการณ์ว่า ดีลนี้กำลังจะเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจโทรคมนาคมไทย ซึ่งจะส่งผลเสียมากกว่าผลดี

ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) กล่าวว่า หากดีลนี้เกิดขึ้น จะทำให้โครงสร้างบริการกลับไปเหมือน 20 ปีก่อน ซึ่งในอดีตมีรายหนึ่งล็อก IMEI ผูกขาดการใช้เครื่องโทรศัพท์ด้วย ดังนั้น สำนักงาน กสทช.ต้องเร่งเข้าไปแก้ไข ไม่ใช่ให้การควบรวมแล้วเสร็จก่อน

เพราะหากดีลนี้เกิดขึ้น จะทำให้ผู้ประกอบการ 3 รายเหลือ 2 ราย เมื่อรวมกันเหลือเอไอเอส ซึ่งเป็นผู้นำตลาดปัจจุบันจะมีส่วนแบ่งตลาดเชิงรายได้ 47% ขณะที่ทรู-ดีแทค จะรวมกันได้ 52% ถือเป็นโครงสร้างตลาดที่น่าเป็นห่วง เพราะการแข่งขันจะลดลง ราคาค่าบริการก็จะลดลงช้าตามไปด้วย

เท่ากับว่า หากดีลนี้เกิดขึ้น จะส่งผลต่อธุรกิจโทรคมนาคมทั้งระบบ ตั้งแต่ผู้บริโภค ภาคธุรกิจ ซัพพลายเออร์ ร้านค้ามือถือ ไปจนถึงภาครัฐเอง เพราะหากเปิดประมูลคลื่น 6 G ก็จะมีผู้เข้าร่วมประมูลลดลง รายได้ของรัฐก็จะลดลงตามไปด้วย

ดีลนี้จึงมีผลกระทบต่อสังคมในวงกว้าง

 

เช่นเดียวกับสภาองค์กรของผู้บริโภค (สอบ.) ก็ออกมาค้านเรื่องนี้แบบจัดเต็ม โดยเตรียมจะยื่นหนังสือต่อ กสทช. เพื่อไม่ได้ให้ดีลนี้เกิดขึ้น ซึ่ง “บุญยืน ศิริธรรม” ประธานสภาองค์กรของผู้บริโภค (สอบ.) ได้ออกมาแสดงความกังวลว่า การควบรวมที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนี้ ไม่มีหลักประกันที่ชัดเจนว่าจะไม่ลิดรอนสิทธิของผู้บริโภค และไม่มีการเอาเปรียบผู้บริโภคมากกว่าที่เป็นอยู่

โดยเบื้องต้นจะทำหนังสือยื่นต่อ กสทช. เพื่อสั่งห้ามไม่ให้เกิดการควบรวมนี้ เนื่องจากทำให้มีอำนาจเหนือตลาด

และเตรียมทำหนังสือผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อผู้บริโภคยื่นต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ด้วย

และหากทั้ง 2 หน่วยงานไม่ฟีดแบ็กก็จะเสนอรัฐบาลต่อไป

 

เมื่อดีลนี้กลายเป็นประเด็นถกเถียงถึงข้อดี-ข้อเสียในวงกว้าง โดยอำนาจการดูแลควบคุม ก็ถูกโยนกลับมาที่หน่วยงานของรัฐ

โดย นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการ กสทช.กล่าวว่า ขั้นตอนต่อจากนี้ของการควบรวมกิจการกัน คือ ยื่นเอกสารตามประกาศ กสทช.เกี่ยวกับมาตรการกำกับดูแลการรวมธุรกิจโทรคมนาคมกำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตที่ประสงค์จะรวมธุรกิจกับผู้รับใบอนุญาตรายอื่นต้องรายงานต่อเลขาธิการ กสทช.ไม่น้อยกว่า 90 วันก่อนการดำเนินการ โดยแจงรายละเอียด ความจำเป็น โครงสร้างที่เปลี่ยนไป ผลกระทบ

หลังจากนั้น สำนักงาน กสทช.จะทำหน้าที่ตรวจสอบ และตั้งเป็นที่ปรึกษาอิสระในการศึกษาผลกระทบ โดยต้องเสนอสำนักงาน กสทช.ใน 30 วัน และสำนักงาน กสทช.ต้องนำไปวิเคราะห์ต่อ โดยไม่ต้องรอให้เกิดผลกระทบจริง

เมื่อได้รับรายงานต้องเสนอบอร์ด กสทช.ใน 60 วัน เพื่อกำหนดมาตรการเฉพาะออกมาก่อนจะเกิดการควบรวมกิจการขึ้น

 

ส่วน “สันติชัย สารถวัลย์แพศย์” กรรมการการแข่งขันทางการค้าและโฆษกคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า (กขค.) กล่าวว่า การควบรวมธุรกิจนี้เข้าข่ายได้รับยกเว้นตามมาตรา 4 ข้อ 4 พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ.2560 เนื่องจากเป็นธุรกิจที่มีกฎหมายเฉพาะกำกับดูแลเรื่องการแข่งขันทางการค้าอยู่ ซึ่งจะขึ้นอยู่กับการพิจารณาของ กสทช. ผู้บังคับใช้กฎหมายว่า “จะพิจารณาอย่างไร”

ไล่ไทม์ไลน์มาถึงจุดนี้ ก็ชัดเจนในระดับหนึ่งว่า ดีลนี้กำลังเปลี่ยนโครงสร้าง เปลี่ยนการแข่งขันตลาดโทรคมนาคมไทย ลดจำนวนผู้แข่งขันลง เพิ่มอำนาจการต่อรองกับซัพพลายเออร์

ขณะที่กลไกของผู้กำกับดูแลรัฐ ทั้งผู้กำกับดูแลโดยตรงอย่าง กสทช. หรือคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า ยังอยู่ในช่วงสุญญากาศ

และคาดเดาไม่ได้ว่าจะออกมาแสดงบทบาทต่อกรณีนี้แข็งขันเพียงใด



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

บิ๊กค่ายรถญี่ปุ่นขอไม่ทน เปิดหน้าชนรัฐจี้รื้อโครงสร้างภาษี สร้างความเท่าเทียมแข่งขัน ‘อีวีจีน’
เหยี่ยวถลาลม | หนูไม่รู้
50 ปี 6 ตุลาฯ | สุรชาติ บำรุงสุข
บททดสอบสุดท้าย’บิ๊กต่าย’ ระบบตั๋วปะทะระบบคุณธรรม ระวังคลื่นลูกใหญ่ใน ก.พ.ค.ตร.
การกลับมาโสดอีกครั้งของ ปันปัน สุทัตตา
ออสเตรเลีย ยกระดับคุมปืน รับซื้ออาวุธปืนคืนจากประชาชน
เส้นทางความรัก นก อุษณีย์ จนถึงวัน ขอ ‘ม่วย’ แต่งงาน
แนวคิดของมาเคียเวลลีเรื่องการตบตีเทพีแห่งโชค
MatiTalk รมช.คมนาคม โต้ง สิริพงศ์ ว่าด้วย KPI กำแพง อุปสรรค และสิ่งที่ไม่คาดฝัน
ธงทอง จันทรางศุ | ‘ช่องว่าง’ ในครอบครัว
เจาะปมสังหาร ‘นายกฯ เด’ เลือดล้างสัมพันธ์เก่าแก่ อดีต ส.ส.ฉลอง-อ้างหนี้ แต่เบื้องลึกพลิกอีกมุม!
ศ.สุชาติ ชี้แก้คอร์รัปชันไทย ต้องเริ่มจากผู้นำที่สะอาด ใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม