bg-single

จากใจอดีตเลขาธิการนายกฯ สุรนันทน์ เวชชาชีวะ ตัดสินใจ ‘ไป’ เพื่อประชาชน ปลอดภัยที่สุดสำหรับ พล.อ.ประยุทธ์/รายงานพิเศษ

31.08.2022

รายงานพิเศษ

พิชญ์เดช แสงแก่นเพ็ชร์

 

จากใจอดีตเลขาธิการนายกฯ

สุรนันทน์ เวชชาชีวะ

ตัดสินใจ ‘ไป’ เพื่อประชาชน

ปลอดภัยที่สุดสำหรับ พล.อ.ประยุทธ์

 

สุรนันทน์ เวชชาชีวะ อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปัจจุบันรองหัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย มองปมร้อนการเมืองไทย 8 ปีประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่า คุณประยุทธ์มาจากการรัฐประหาร ซึ่งผมไม่ยอมรับอยู่แล้ว คุณประยุทธ์ไม่ได้เป็นหัวหน้าคณะรัฐประหารปกติ ส่วนใหญ่ในอดีต หัวหน้าคณะยึดอำนาจจะให้คนอื่นเป็นนายกฯ แทน น้อยครั้งที่หัวหน้าคณะปฏิวัติจะขึ้นมาเป็นนายกฯ เอง มันก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าการเป็นนายกฯ ตั้งแต่หลังรัฐประหาร มีการจัดตั้งรัฐบาล มีพระบรมราชโองการแต่งตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรี จุดนี้ปฏิเสธไม่ได้ แล้วเป็นนายกฯ ที่มีอำนาจเต็มมากกว่าคนอื่นผ่านมาด้วย

อดีตเลขาธิการนายกฯ มองว่า ในทางนิตินัยเป็นเรื่องที่ต้องถกเถียงกันว่าความเป็นนายกฯ ของ พล.อ.ประยุทธ์เริ่มต้นเมื่อไหร่ แต่นั่นไม่ใช่สาระสำคัญ เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้และเจตนารมณ์ของมาตรฐานโลก ก็คือการที่ทำให้นายกรัฐมนตรีมีเวลาที่จำกัดอยู่ในอำนาจ

เวลาจำกัดของ พล.อ.ประยุทธ์ 8 ปี การที่จำกัดอำนาจนั้นเพราะทุกคนรู้ว่าการอยู่ในอำนาจนานขึ้นก็จะมีผลเสียหาย อาจจะหลงเหลิงในอำนาจ อาจจะไม่มีความคิดใหม่ๆ ในการพัฒนาประเทศ หรือมีเครือข่ายที่แสวงหาอำนาจจากการที่อยู่ในตำแหน่งอย่างยาวนาน

เพราะฉะนั้น เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของ พล.อ.ประยุทธ์เพียงคนเดียว ยังมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ทั้ง 3 ป.ยังอยู่ในอำนาจมานานมากมีเครือข่ายมากมาย ในระบบการเมืองไทยซึ่งเป็นระบบอุปถัมภ์เครือข่ายเหล่านี้ยิ่งสร้างความเสียหายมากขึ้น

การที่ พล.อ.ประยุทธ์อยู่เกิน 8 ปีเป็นไปไม่ได้และไม่ควรจะเป็น

สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับประเทศคือการถ่ายโอนอำนาจด้วยวิถีทางประชาธิปไตยให้เกิดนายกรัฐมนตรีใหม่ขึ้นมา จะด้วยการลาออกกลับไปที่รัฐสภาหรือจะเลือกเส้นทางยุบสภาคืนอำนาจให้กับประชาชนเป็นทางเลือกของ พล.อ.ประยุทธ์

ถ้ายังจะฝืนต่อไปความชอบธรรมของ พล.อ.ประยุทธ์ก็จะยิ่งน้อยลงเรื่อยๆ

สุรนันทน์บอกว่า ผมเองนั่งจินตนาการว่าหลังวันที่ 24สิงหาคม หลายการกระทำของ พล.อ.ประยุทธ์มีสิทธิ์ถูกฟ้องร้องได้หมด กลไกของรัฐจะหยุดนิ่งและทำให้เกิดความเสียหายมากขึ้น

ดังนั้น ดีที่สุดคือการเสียสละเป็นสิ่งที่หลายคนเรียกร้องกัน

สิ่งที่สำคัญคือผมอยากให้ประเทศเดินต่อได้ ความสำคัญของระบอบประชาธิปไตยถึงแม้จุดเริ่มต้นของ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ใช่ประชาธิปไตย แต่วันนี้เมื่อมีการเลือกตั้ง มีการผ่องถ่ายอำนาจโดยสันติวิธีให้อำนาจประชาชนและกลไกและรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอำนาจ

แต่ถ้าเกิดการเปลี่ยนแปลงแบบไม่สันติจะกลายเป็นความล้มเหลวของประชาธิปไตยไทยอีกครั้งหนึ่ง และความเสียหายครั้งนี้จะหนักกว่าเดิม เพราะว่าเศรษฐกิจก็ไม่ดี การเมืองก็ไม่มั่นคง

ถ้า 2 วิกฤตมาชนกันในช่วงปลายปีนี้ ประชาชนจะยิ่งลำบากมากและทุกข์ยากมากขึ้น

การเสียสละของนักการเมืองเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ผมเองไม่เข้าใจเงื่อนไขส่วนตัวของ พล.อ.ประยุทธ์ว่าทำไมไม่ตัดสินใจ

ผมฟังเสียงชาวบ้านที่ผมลงพื้นที่ไปพบปะพูดคุยช่วงนี้ ชาวบ้านทุกคนใช้คำนี้ ว่า “อย่าเห็นแก่ตัว” บ้างใช้คำว่า “พอแล้ว” ใช้คำว่า “อยู่ไปก็เสียหาย” แล้วก็ยังมีคำรุนแรงที่ผมไม่สามารถพูดออกมาได้อีกมาก

บางคนกลัวว่าลงจากหลังเสือจะถูกเสือกิน แต่ถ้าเสียสละและรู้จักวิธีรู้จักเวลาที่เหมาะสม ก้าวลงจากหลังเสือผมยังเชื่อว่าคนไทยจะให้อภัย ในการที่คุณจะลงดีๆ

แต่ถ้าเกิดมีการขับไล่กันมีม็อบบนถนนก็จะลงไม่ดีและเสียหายต่อส่วนรวมมากขึ้น

ในช่วงที่คุณอาสาเข้ามาทำงานเป็นบุคคลสาธารณะ คุณประยุทธ์เองก็พูดมาตลอดว่าจะทำเพื่อประชาชน

เพราะฉะนั้น “การไปเพื่อประชาชน” เป็นสิ่งที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับ พล.อ.ประยุทธ์

แต่ถ้าไปด้วยการที่ประชาชนขับไล่คุณ น่าเป็นห่วง

ส่วนตัวผมไม่อยากเห็นความวุ่นวายและการบาดเจ็บเกิดขึ้นอีกเลย

ประเทศไทยในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมาเราเจ็บปวดมามากกับการประท้วงกับการมีผู้บาดเจ็บเสียชีวิตจากทั้งสองฝ่ายที่ขัดแย้งทางการเมือง สิ่งที่เสียหายคือความสูญเสีย และตอนนี้อยู่ในช่วงที่โลกวิกฤตเรื่องโรคระบาด มีเรื่องสาธารณสุข ไหนจะต้องเจอวิกฤตการเมืองอีก

ผมว่าก็จะต้องกลับมาถึงคำที่เราคุยกันเมื่อครู่ว่า “อย่าเห็นแก่ตัวเลย”

 

สุรนันทน์ย้ำว่า สิ่งที่ผมได้พูดคุยยาวๆ กับประชาชน ระหว่างลงพื้นที่ส่วนใหญ่คือปัญหาเรื่องปากท้องเศรษฐกิจไม่ดีมากๆ เศรษฐกิจรากหญ้า และในต่างจังหวัดไม่ดีเลย คนที่พอมีสตางค์อาจจะยังพอไปได้ คนชนชั้นกลางที่ทำงานออฟฟิศก็เหนื่อย ดังนั้น ตอนนี้สิ่งที่สำคัญคือเรื่องปากท้อง

การแก้ปัญหาไม่ใช่เรื่องเฉพาะหน้า คนไม่ได้ต้องการว่าให้เอาเงินมาแจกแล้วจบ เขาต้องการรู้ว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตของเขาคืออะไร

เขาอยากกลับมามีรายได้สามารถฟื้นตัวได้และเขาห่วงปัญหาว่าตัวเองจะมีเงินออมพอหรือไม่เพื่อให้ลูกหลานไปเรียนหนังสือต่อ เรื่องการงาน หรือภาวะเจ็บไข้ได้ป่วยเขาจะทำอย่างไร

มันยังมีปัญหาอีกหลายอย่างซึ่งเป็นเรื่องใหญ่

ประเด็นต่อมาคือเรื่องความเหลื่อมล้ำที่มันมีมิติเศรษฐกิจ มิติการเมือง ประชาชนมีความรู้สึกว่าทำไมอภิสิทธิ์ชนได้นู่นได้นี่ แต่ตัวเองไม่ได้อะไรเลยก็กลับสู่เรื่องปัญหาทางการเมืองที่เกิดความไม่ยุติธรรม

ประชาชนระดับรากหญ้าเขารู้สึกว่าโอกาสของเขาไม่เท่าคนอื่น ตรงนี้กลายเป็นประเด็นที่ทุกคนต้องแสวงหาและผมคิดว่าพรรคการเมืองไม่ว่าพรรคไหนต้องตอบโจทย์ตรงนี้ให้ได้ เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับระหว่างเศรษฐกิจและการเมือง

ผมคิดว่า “พรรคสร้างอนาคตไทย” ก็เป็นทางเลือกอีกหนึ่งทางเพราะว่าตอนนี้การเมืองเป็นเรื่องของ “คู่ขัดแย้ง” ผมเองเป็นมิตรทั้งสองฝ่าย เรารู้จักคน รู้จักนักการเมืองทั้งสองฝ่าย มีการชักชวนกัน แต่ผมมีความรู้สึกว่าคู่ขัดแย้งไม่สามารถเสนอชุดความคิดใหม่ได้

ผมมองไปที่สร้างอนาคตไทยเพราะว่าเราสามารถระดมสร้างความคิดชุดใหม่ภายใต้คนที่ทำงานมาแล้วตกผลึก

ยกตัวอย่างเช่น ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ที่เคยอยู่กับทั้งคุณทักษิณ ชินวัตร และคุณประยุทธ์ อยู่ในรัฐบาลทั้ง 2 รูปแบบมีการตกผลึกและมีความคิดที่พอสามารถมองเห็นวิสัยทัศน์หลังจากโรคระบาดประเทศไทยได้ว่าควรจะไปในทิศทางไหน

ด้วยความคิดนี้ถ้าไปเสนอในพรรคเดิมๆ ก็จะเป็นกรอบความขัดแย้งเดิม เราก็เลยมองว่าถ้าเป็นไปได้มากเราก็อยากเสนอชุดความคิดนี้เข้าไป

แน่นอนเราอาจจะไม่ใช่แกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่ถ้าชุดความคิดนี้ถูกผลักดันและยอมรับก็เป็นไปได้ว่าพรรคที่เป็นแกนนำจะตั้งรัฐบาลจะนำชุดความคิดนี้ไปใช้ แต่ถ้าประชาชนให้ความไว้วางใจเราจริงและเรามีเวลาจริงเราจะมีตัวเลขสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพียงพอที่จะผลักดันเรื่องพวกนี้ได้

ผมอยากให้ทุกคนให้โอกาสคนไม่ว่าจะเป็นในเพื่อไทย ในพรรคก้าวไกล อยู่ในพรรคอื่นๆ ทุกคนต้องมีโอกาสที่จะแสดงความคิดเห็น ผมว่านี่คือเสน่ห์ของประชาธิปไตย โดยที่เราดูในเนื้อหาสาระ ผมหวังว่าอย่างนั้น

เราต้องเน้นรับฟังประชาชน เวลาผมลงพื้นที่ผมจะฟังชาวบ้านว่าเขาอยากจะสะท้อนอะไร ใครเสนอก็เสนอได้หมด การรับฟังประชาชนพัฒนาชุดความคิดเป็นนโยบายจะทำให้เราแตกต่างกับคนอื่นได้

ผมคิดว่าถ้าเราไม่เป็นคู่ขัดแย้ง ช่วยกันก้าวข้าม แล้วเข้ามาช่วยฟื้นฟูประเทศ ผมเชื่อว่า ดร.สมคิดและทีมของผมพร้อมที่จะเสนอทุกความคิดเศรษฐกิจการเมืองที่จะแก้ไขปัญหาไปด้วยกันได้ ไม่ใช่มาเถียงกันเรื่องหาร 500 หาร 100 ที่เป็นผลประโยชน์ของนักการเมืองเพื่อต้องการให้ได้เปรียบในการเลือกตั้งหรือการรักษาอำนาจ จุดนี้จะทำให้ประชาธิปไตยอ่อนแอ ในที่สุดแล้วประชาชนก็จะเสื่อมศรัทธาในระบบ

ผมไม่อยากเห็นตรงนี้ ผมคิดว่าทางออกประเทศคือการเลือกตั้งใหม่ที่จะต้องเกิดขึ้น

 

ที่สำคัญ สุรนันทน์ย้ำว่า เรามีบทเรียนที่แพงที่สุดจากการรัฐประหาร ทำให้เกิดการสะดุดหยุดยั้งการพัฒนาประเทศ ดังนั้น สเป๊กของนายกฯ ใหม่ต้องมีประสบการณ์ ผมไม่ได้หมายความว่าคนรุ่นใหม่อายุ 40 เป็นไม่ได้ ผมสนับสนุนเสมอ ตัวผมเองก็ 61 ปีแล้วก็อยากเห็นคนรุ่นใหม่ขึ้นมา

แต่สำหรับประเทศในช่วงวิกฤตใหญ่นี้ ผมคิดว่าเราต้องการได้คนที่มีประสบการณ์ที่เข้าใจโลกติดต่อกับโลกได้และมีทีมงานที่เข้าใจโลกทำงานเป็น และมีคนรุ่นใหม่ช่วยเสริมกัน

ตัวนายกฯ ต้องมีประสบการณ์เพื่อที่จะสามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง ให้ดูตัวอย่างหลายประเทศในโลกที่ให้โอกาสคนรุ่นใหม่ แต่สุดท้ายก็กลับมาเลือกคนที่มีประสบการณ์เพราะรู้ว่าคนที่มีประสบการณ์จะช่วยได้

ขณะเดียวกันเราก็ต้องสร้างผู้นำรุ่นใหม่ๆ ขึ้นมา ในที่สุดหลังจากปี 2 ปีที่เราช่วยแก้ปัญหาแก้วิกฤตนี้ คนรุ่นใหม่จะมาทดแทน

ผมคิดว่าตัวผมเองยังมีอะไรอยู่ในตัวที่อาจจะนำเสนอและถ่ายทอดให้คนรุ่นใหม่ได้รับรู้รับทราบ ผมก็รู้สึกว่าถ้าผมนอนตายตาหลับถ้าได้ทำ ไม่ใช่มานั่งย้อนคิดว่าทำไมเราไม่ทำสิ่งเหล่านี้ ในช่วงที่มีโอกาสจะสำเร็จหรือไม่สำเร็จ อย่างน้อยเราก็พยายามทำ แล้วนอนตายตาหลับเพราะเราทำดีที่สุดแล้ว

ผมขอแค่นี้เอง ผมก็บอก ดร.สมคิดและอุตตม สาวนายน ว่าผมจะช่วยถึงแค่เลือกตั้ง หลังเลือกตั้งไม่ต้องเอาตำแหน่งอะไร

ผมอยากทำให้ตรงนี้ แค่นี้ผมก็ดีใจแล้ว

ชมคลิป



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

โกง ส.ว. : อภิมหาวิกฤตรัฐบาล
ดีเดย์นับถอยหลัง 14 ก.ย. 7 เสือ กกต.นัดลงมติ มหากาพย์ ‘คดีฮั้ว ส.ว.’
IRON WOMEN ของจริง ไม่ละลาย
โกงเลือก ส.ว. …ค้ำระบอบอำมาตยาธิปไตย อยากฟ้อง…ต้องล้วงคองูเห่า
5 แสนล้านซื้อสันติภาพไม่ได้! 22 ปีไฟใต้ ไม่เคยดับ ทุ่มหมดหน้าตัก แต่รัฐบาลยังไร้คำตอบ
E-DUANG | ชัยชนะ ในทาง “รูปแบบ” ชัยชนะ ในทาง “เนื้อหา”
ข้อสัญญาเมกกะ (Mecca Pact) เป็นอะไรระหว่างนาโตตะวันออกกลางกับข้อสัญญาที่ไม่ก่อผลอะไร
การไล่ล่าหาความจริง จาก Watergate ถึงฮั้ว ส.ว. (1)
พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ G2, M7 และโลกที่เหลือ (1)
‘จอห์น เทอร์นัส’ ซีอีโอคนใหม่ Apple ในรอบ 15 ปี
จาก ‘เนเน่’ ถึง ‘วอลเลย์บอลหญิงไทย’ ‘Geopolitics’ มุมกลับ | ปราปต์ บุนปาน
“เอกนัฏ” ลุยจัดระเบียบ Data Center ปูพรมตรวจทั่ว กทม. พบถังน้ำมันกว่า 1.5 แสนลิตรไร้ใบอนุญาต สั่งดำเนินคดี