bg-single

คุยกับทูต : โอเล็กซานเดอร์ ลีซัค อาชญากรรมสงครามในใจกลางของยุโรป… ยูเครน ประเทศที่มีเอกราช เสรีภาพและความผาสุก

12.09.2022

รายงานพิเศษ

ชนัดดา ชินะโยธิน

[email protected]

 

คุยกับทูต : โอเล็กซานเดอร์ ลีซัค

อาชญากรรมสงครามในใจกลางของยุโรป…

ยูเครน ประเทศที่มีเอกราช เสรีภาพและความผาสุก

 

แม้แต่สงครามก็ยังมีกฎเกณฑ์

หลายทศวรรษที่ผ่านมา ประชาคมระหว่างประเทศตัดสินใจที่จะยุติการเสียชีวิตของประชาชนจำนวนมากในระหว่างสงครามและความขัดแย้งทางอาวุธ

ดังนั้น กฎของสงครามจึงถูกสร้างขึ้น โดยห้ามมิให้มีการสังหารประชาชน การทำอันตราย การทรมานนักโทษ และการยิงอาวุธร้ายแรงไปสู่ถิ่นฐานที่ไม่มีการป้องกัน

แม้ว่ากฎของสงครามจะกำหนดไว้ในสนธิสัญญาระหว่างประเทศ เช่น อนุสัญญาเจนีวา, ธรรมนูญกรุงโรม, กฎหมายและข้อตกลงระหว่างประเทศอื่นๆ ซึ่งรัสเซียเป็นผู้ลงนามด้วยหลายฉบับ

แต่รัสเซียกลับถูกกล่าวหาว่าละเลยกฎเกณฑ์เหล่านี้

ด้วยการเหยียดหยามและละเมิดอย่างร้ายแรง ปูตินส่งทหารหลายพันนายไปยังยูเครนเพื่อที่จะวางระเบิด เพื่อที่จะทำลาย เพื่อที่จะทำการสังหารหมู่

นายโอเล็กซานเดอร์ ลีซัค (Mr. Oleksandr Lysak) อุปทูตรักษาการเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐยูเครนประจำราชอาณาจักรไทย ออกมาร่วมนำเสนอเรื่องนี้

นายโอเล็กซานเดอร์ ลีซัค (Mr. Oleksandr Lysak) อุปทูตรักษาการเอกอัครราชทูตยูเครนประจำราชอาณาจักรไทย

อาชญากรรมสงครามคือตัวแทนของความชั่วร้ายที่แท้จริง

ความรุนแรงเกิดขึ้นมากมายเหลือคณานับในระหว่างสงคราม เมื่อทหารรัสเซียจงใจโจมตีประชาชนยูเครนผู้รักสงบและทำลายโครงสร้างพื้นฐานของประชาชน สังหารผู้หญิงและเด็ก และตั้งเป้าไปที่หน่วยงานให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม นอกจากนี้ มีการใช้อาวุธและกระสุนที่ออกแบบมาเพื่อเข่นฆ่าประชาชนอย่างไม่เลือกปฏิบัติในวงกว้าง

การกระทำความผิดทางอาญาทั้งหมดนี้ ไม่ได้มีจุดประสงค์ทางทหาร

สหพันธรัฐรัสเซียและอาชญากรสงครามทั้งหมดที่ถูกส่งไปยังยูเครน จะต้องรับผิดชอบต่อความชั่วร้ายที่พวกเขาก่อขึ้นอย่างร้ายแรงที่สุด เรากำลังบันทึกทุกอาชญากรรมและความโหดร้ายอย่างรอบคอบระมัดระวัง โดยผู้รับผิดชอบทั้งหมดจะต้องถูกลงโทษ เพราะเราจะไม่มีวันลืมหรือให้อภัย และโลกก็เช่นเดียวกัน

ตัวอย่างของอาชญากรรมสงครามด้านล่างเป็นเพียงส่วนเล็กๆ ของความโหดร้าย และความน่าสะพรึงกลัวที่เกิดขึ้นในยูเครนขณะนี้ แต่ก็เพียงพอที่จะเข้าใจได้อย่างหนึ่งว่า ปูตินและระบอบอาชญากรรมของเขาจะต้องสิ้นสุดลง

เด็กผู้บริสุทธิ์ 358 คนถูกสังหารในช่วงเดือนแรกของสงครามยูเครนของรัสเซีย

การฆาตกรรมผู้บริสุทธิ์

“บุคคลที่ไม่มีส่วนร่วมในการสู้รบจะต้องได้รับการปฏิบัติอย่างมีมนุษยธรรมในทุกสถานการณ์” – มาตรา 3 หน้า 1 อนุสัญญาเจนีวา (Geneva Convention) ฉบับที่สี่ 12.08.1949 (ให้ความคุ้มครองพลเรือน โดยเฉพาะพลเรือนที่อยู่ในพื้นที่ของฝ่ายตรงข้าม)

ส่วนนี้อุทิศให้กับผู้บริสุทธิ์ที่รัสเซียได้สังหารอย่างไร้ความปรานีระหว่างการทำสงครามกับยูเครน

คนเหล่านี้ไม่มีเครื่องแบบทหารหรืออาวุธ และพวกเขาไม่ได้ปฏิบัติงานด้านทหารใดๆ

คนเหล่านี้เป็นคนธรรมดา เช่นเดียวกับคุณและครอบครัวของคุณ หลายคนเป็นเด็ก

และพวกเขาถูกสังหาร

ผู้คนเริ่มจุดไฟที่ทางเข้าห้องใต้ดินเพื่อทำอาหาร ฟืนแรกคือโครงระเบียงซึ่งถูกยิงพังทลาย

การโจมตีประชาชนและโครงสร้างพื้นฐาน

“สิ่งของของประชาชนจะต้องไม่ตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีหรือการตอบโต้ การโจมตีจะต้องถูกจำกัดอย่างเคร่งครัดเพียงวัตถุประสงค์ทางทหาร” – มาตรา 52 พิธีสาร เพิ่มเติมจากอนุสัญญาเจนีวา ฉบับที่สอง 08.06.1977 (การคุ้มครองเชลยศึกในดินแดนที่ถูกยึดครองในภาวะขัดกันทางกำลังทหารระหว่างประเทศ)

ส่วนนี้เน้นที่การโจมตีของรัสเซียต่ออาคารและโครงสร้างพื้นฐานของประชาชน

เป้าหมายของรัสเซียในสงครามครั้งนี้คืออะไร – บ้านของครอบครัวผู้รักสงบ, โรงพยาบาลที่ผู้คนต่างต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด, โรงเรียนอนุบาล, วิทยาลัย และแม้กระทั่งที่หลบภัยระเบิด

พวกเขากำลังพยายามทำลายความหวังสุดท้ายของผู้คนในการเอาชีวิตรอด แม้ในขณะที่คุณกำลังอ่านข้อความนี้

นับตั้งแต่ที่เริ่มการรุกราน รัสเซียได้ยิงขีปนาวุธประมาณ 3000 ลูกใส่เมืองต่าง ๆ ของยูเครน

การทำลายล้างชุมชน

“…การทำลายล้างเมือง ชุมชน หรือหมู่บ้านอย่างป่าเถื่อน หรือการก่อความหายนะใดๆ ที่ไม่เป็นการสมควรแก่เหตุผลแห่งความจำเป็นทางทหาร ถือเป็นอาชญากรรมสงคราม” – กฎ VI(b) ของกฎนูเรม เบิร์กปี 1950 (1950 Nuremberg Principles)

(เพื่อป้องกันมิให้มีการกระทำผิดโดยละเมิดจริยธรรมเช่นที่เกิดขึ้นในกองทัพนาซี)

ก่อนวันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เมืองต่างๆ ของยูเครนเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา ความเจริญรุ่งเรือง การพัฒนาที่เติบโตขึ้น ทั้งเมืองมาริอูโปล, เชร์นิฮีฟ, คาร์คีฟ, บูชา, อีร์พิน, โกสโตเมล…

ถนนในเมืองเหล่านี้เปรียบเหมือนถนนสายอื่นๆ ในยุโรป ซึ่งเต็มไปด้วยผู้คนที่ใช้ชีวิตอย่างสงบสุข

แต่หลังจากการรุกรานอันโหดร้ายของรัสเซีย ความหวาดกลัว ความตาย และความสิ้นหวัง ได้แผ่ขยายออกไปตามท้องถนนเหล่านี้


การฆาตรกรรมหมู่บูชา(Bucha) -พลเมืองที่เสียชีวิตถูกมัดมือและมีร่องรอยการถูกทารุณและการปฏิบัติอย่างโหดเหี้ยม ภาพ-กองกำลังอาสาสมัครแห่งกระทรวงกิจการภายในประเทศยูเครน ลูฮันสก์-1

ตัวประกันและการทรมาน

“ทุกคนไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้มาตรการใดๆ ในลักษณะที่ก่อให้เกิดความทุกข์ทรมานทางร่างกาย…ของผู้ที่ต้องได้รับความคุ้มครองภายใต้เงื้อมมือของพวกเขา ข้อห้ามนี้ไม่เพียงใช้กับ…การทรมาน…แต่ยังรวมถึงมาตรการในความโหดร้ายอื่นๆ ไม่ว่าจะโดยพลเรือนหรือทหาร” – มาตรา 32 หน้า 3 อนุสัญญาเจนีวา ฉบับที่สี่ 12.08.1949 “การห้ามจับตัวประกัน” มาตรา 32, 34 หน้า 1 อนุสัญญาเจนีวา ฉบับที่สี่ 12.08.1949 (อนุสัญญาเจนีวาเป็นสนธิสัญญาระหว่างประเทศที่มีสาระสำคัญในเรื่องกฎเกณฑ์ที่จำกัดวิธีการอันทารุณในการทำสงคราม)

โลกได้เรียนรู้มากขึ้นเรื่อยๆ ในทุกๆ วัน เกี่ยวกับความน่าสะพรึงกลัวที่เกิดขึ้นโดยทหารรัสเซียในยูเครน ไม่มีใครรอดพ้นจากการรุกรานอันป่าเถื่อน ไม่ว่าชาย หญิง หรือเด็กที่ไม่มีอาวุธ

ทหารรัสเซียกำลังจับเจ้าหน้าที่ของบ้านเมือง นักข่าว และญาติของคนเหล่านี้เป็นตัวประกัน เพื่อพยายามกดดันและปิดปากชาวยูเครนไม่ให้รายงานการก่ออาชญากรรมของรัสเซีย

รัสเซียเนรเทศประชาชนมากกว่า 2 ล้านคนออกจากยูเครน

การเนรเทศโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

“การบังคับเคลื่อนย้ายผู้คนหรือมวลชน รวมทั้งการเนรเทศบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากดินแดนที่ถูกยึดครอง ไปยังอาณาเขตของผู้ใช้อำนาจเข้าครอบครองหรือไปยังประเทศอื่นใด ที่ถูกยึดครองหรือไม่ก็ตาม โดยไม่คำนึงถึงความต้องการของพวกเขา เป็นสิ่งต้องห้าม” – มาตรา 49 หน้า 3 อนุสัญญาเจนีวาฉบับที่สี่ 12.08.1949

รัสเซียจัดระบบการเนรเทศผู้คนออกจากดินแดนที่กองกำลังของตนเข้ายึดครองด้วยการบังคับขู่เข็ญ

โดยผู้หญิงและเด็กถูกบังคับให้ขึ้นรถบรรทุกแล้วถูกนำตัวไปยังดินแดนอันห่างไกลในรัสเซีย

กองทหารรัสเซียก่ออาชญากรรมสงครามมากกว่า 450 ครั้งต่อแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมในยูเครน

การโจมตีทางศาสนาและวัฒนธรรม

“…ความเสียหายต่อทรัพย์สินทางวัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็นของบุคคลใดๆ หมายถึงความเสียหายต่อมรดกทางวัฒนธรรมของมวลมนุษยชาติ เนื่องจากทุกคนมีส่วนสนับสนุนในวัฒนธรรมของโลก” – บทนำสู่อนุสัญญากรุงเฮกว่าด้วยการคุ้มครองทรัพย์สินทางวัฒนธรรมในกรณีความขัดแย้งทางอาวุธ 14.05.1954

สงครามนี้ไม่ได้เริ่มที่จะเข่นฆ่าเพียงชาวยูเครนเท่านั้น รัสเซียยังกำหนดที่จะทำลายประวัติศาสตร์ของยูเครน วัฒนธรรม และความภาคภูมิใจในบรรพบุรุษของชาวยูเครนอีกด้วย

รัสเซียกำลังทำลายพิพิธภัณฑ์ แกลเลอรี และโบสถ์ เพื่อกวาดล้างประเทศยูเครนและวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอันเป็นความภาคภูมิใจของชาวยูเครนอีกด้วย

นี่ไม่ใช่จากหนังสยองขวัญ แต่เป็นหลักฐานของอาชญากรรมสงครามที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงชาวยูเครนในขณะนี้ เหยื่อและผู้รอดชีวิตจากอาชญากรรมเหล่านี้สมควรได้รับความสนใจจากทั่วโลก

การข่มขืน

“ผู้หญิงจะได้รับความคุ้มครองเพื่อศักดิ์ศรีจากการถูกคุกคาม โดยเฉพาะจากการข่มขืน การบังคับค้าประเวณี หรือรูปแบบการทำร้ายร่างกายใดๆ ที่ไม่เหมาะสม” – มาตรา 3 หน้า 1 อนุสัญญาเจนีวาฉบับที่สี่ 12.08.1949

มีหลักฐานปรากฏให้เห็นมากขึ้นทุกวันจากผู้หญิงที่หลบหนีหรือได้รับอิสรภาพจากดินแดนที่ถูกยึดครองโดยเล่าว่า คนรัสเซียข่มขืนพวกเธออย่างไร ทหารรัสเซียข่มขืนผู้หญิงเหล่านี้ในตอนกลางคืน และข่มขืนต่อหน้าลูกหลานของตนในระหว่างวัน หลังจากที่ฆ่าสามีของผู้หญิงแล้ว ความโหดร้ายที่น่ารังเกียจของอาชญากรรมเหล่านี้จะไม่สามารถหลุดพ้นจากการถูกลงโทษได้

คุณอาจคิดว่ามันเป็นเพียงนิยาย ไม่ใช่เรื่องจริง คนจริง เจ็บจริง เป็นอาชญากรรมสงครามจริง แต่นี่คือเรื่องราวที่เล่าโดยผู้รอดชีวิต นี่คือความจริง ที่ไม่มีใครปิดเสียงได้

ส่วนจะมีความยุติธรรมจริงหรือ แน่นอน ความยุติธรรมจะต้องเกิด รัฐบาลยูเครนกำลังสืบสวนอาชญากรรมสงครามที่รัสเซียก่อขึ้นต่อยูเครน เนื่องจากอาชญากรรมสงครามของรัสเซียเกิดในยูเครน มี 42 ประเทศยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอาญาระหว่างประเทศในกรุงเฮกเพื่อเริ่มการสอบสวน หากศาลตัดสินโทษรัสเซีย ผู้ก่ออาชญากรรมเหล่านี้จะถูกกักขังในประเทศใดก็ได้ที่ยอมรับเขตอำนาจศาลของศาลนี้

นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น ประชาคมระหว่างประเทศมุ่งประณามรัสเซีย เพื่อให้รับผิดชอบต่ออาชญากรรมที่ชั่วร้ายดังกล่าว

 

จะเอาชนะความชั่วร้ายได้อย่างไร

เช่นเดียวกับการลงโทษและการฟื้นฟูความยุติธรรมในศตวรรษที่ 20 ต่ออาชญากรทุกคนในระบอบนาซีที่ก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติและชีวิต

ยูเครนจะไม่ยอมแพ้ จนกว่าผู้กระทำผิดทั้งหมดจะถูกนำมาลงโทษ เรากำลังรวบรวมหลักฐานและบันทึกของผู้เห็นเหตุการณ์ รวมถึงภาพถ่ายและวิดีโอสยองขวัญ เพื่อให้ศาลสามารถตัดสินลงโทษผู้กระทำความผิดในอาชญากรรมสงครามเหล่านี้ได้

รายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดตามได้ที่ https://war.ukraine.ua/russia-war-crimes/

หากคุณเป็นผู้อยู่ในเหตุการณ์ หรือเห็นเหตุการณ์ที่กระทำโดยกองกำลังรัสเซียในยูเครน โปรดบันทึกรายละเอียดและรายงานที่เว็บไซต์ warcrimes.gov.ua. •



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

2 โจทย์ ‘สุรเกียรติ์’ ฝากให้คิด
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี
E-DUANG | จังหวะก้าว ประชาคม เนิร์ด กับTH-AI PASSPORT
หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ
To the Scorching Sun ศิลปะแห่งความร้อนระอุ ที่แผดเผาชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน โดย ยิ่งยศ เย็นอาคาร
พระแม่โพสพ และนิทานเกี่ยวกับผีแม่ข้าวในอุษาคเนย์