
คลุกวงใน
พิศณุ นิลกลัด
Facebook : @Pitsanuofficial
กีฬาช่วยลดอัตราการฆ่าตัวตาย
ของคนในชาติ
วันที่ 10 กันยายน ของทุกปี เป็นวันป้องกันการฆ่าตัวตายโลก หรือ World Suicide Prevention Day องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2003 เพื่อรณรงค์และสร้างความตระหนักให้ทั่วโลกให้ความสนใจกับการป้องกันปัญหาการฆ่าตัวตาย
กีฬามีส่วนช่วยลดอัตราการฆ่าตัวตายของคนในชาติได้
เวลามีการแข่งขันกีฬารายการใหญ่ๆ ระดับนานาชาติอย่างฟุตบอลโลกหรือโอลิมปิก ถือเป็นโอกาสดีที่ทำให้ทุกคนได้เข้าหากัน และมีประเด็นให้พูดคุยในช่วงเวลาพักกลางวันในที่ทำงาน เพราะการแข่งขันระดับนี้ย่อมได้รับความสนใจจากทุกคนในชาติถึงแม้จะไม่ได้เป็นแฟนกีฬาพันธุ์แท้
การได้มีปฏิสัมพันธ์กันก็ถือว่าได้พัฒนาความสนิทสนมให้มากขึ้น และรู้สึกว่าตัวเองได้เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มที่ยิ่งใหญ่
ความรู้สึกเช่นนี้ช่วยเติมเต็มความต้องการด้านสังคมของมนุษย์และเสริมสร้างความพอใจในชีวิต
เมื่อใจเราเชื่อมโยงกับเพื่อนที่เชียร์ทีมเดียวกัน และได้เห็นทีมนั้นประสบความสำเร็จ เราก็จะสัมผัสได้ถึงความสุขของการได้บรรลุเป้าหมายด้วย
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการที่นักกีฬาทีมชาติประสบความสำเร็จจึงช่วยลดอัตราการฆ่าตัวตายของคนในชาติได้
สมัยที่ฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกและได้แชมป์ในปี 1998 อัตราการฆ่าตัวตายของคนในประเทศฝรั่งเศสลดลงกว่า 10% โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ชายอายุระหว่าง 30-44 ปี ยิ่งถ้าเป็นวันที่ทีมชาติฝรั่งเศสลงแข่ง อัตราการฆ่าตัวตายยิ่งน้อยลงไปอีก
เช่นเดียวกับตอนที่นิวซีแลนด์เป็นเจ้าภาพรักบี้ชิงแชมป์โลกและคว้าแชมป์ได้ในปี 2012 อัตราการฆ่าตัวตายของชาวนิวซีแลนด์ลดลงจนเกือบเป็นศูนย์
ถามว่าทำไมกีฬาถึงมีอิทธิพลต่อชีวิตมนุษย์ได้อย่างมากมายขนาดนี้
อับราฮัม มาสโลว์ (Abraham Maslow) ได้แจกแจงความต้องการของมนุษย์ออกเป็นลำดับขั้นแบบพีระมิด เรียกว่า “Maslow’s Hierarchy of Needs” โดยความต้องการขั้นพื้นฐาน ที่อยู่ชั้นล่างสุดของพีระมิด คือ ความต้องการทางกายภาพ เช่น อาหาร น้ำ และการนอนหลับ
จากนั้นก็จะเป็นความต้องการด้านความมั่นคงและปลอดภัย
เมื่อความต้องการพื้นฐานด้านกายภาพได้รับการเติมเต็ม มนุษย์จะเริ่มหาทางสนองความต้องการด้านจิตใจ สังคม และการบรรลุเป้าหมายสูงสุดของตัวเอง
ในทางตรงกันข้าม การแข่งขันกีฬาถือเป็นดาบสองคมสำหรับคนที่กำลังต่อสู้กับภาวะซึมเศร้า เพราะความพ่ายแพ้สุดช็อกของทีมที่เราเชียร์จะกัดกร่อนหัวใจ ทำให้เราสูญเสียความสุขและการเคารพยกย่องตัวเอง เหลือเพียงแต่ภาวะสิ้นยินดี (Anhedonia) เป็นภาวะปกติของคนที่มีอาการซึมเศร้า คือไม่สามารถมีความพึงพอใจกับสิ่งใดๆ ที่สามารถสร้างความพึงพอใจในภาวะปกติได้ เช่น การกิน การออกกำลังกาย ปฏิสัมพันธ์ทางสังคมหรือทางเพศ
คนที่มีภาวะนี้จะอ่อนไหวมากกับความผิดหวังที่เกิดขึ้นแม้เพียงเล็กน้อย ซึ่งอาจนำไปสู่การตัดสินใจฆ่าตัวตาย
ภาวะซึมเศร้าเป็นสิ่งที่เข้าถึงได้ยากในกลุ่มผู้ชาย และโดยธรรมชาติของกีฬาที่เน้นเรื่องการแสดงประสิทธิภาพเป็นหลัก เมื่อไม่สามารถแสดงประสิทธิภาพที่ดีออกมาได้ทั้งนักกีฬาและแฟนกีฬาต่างก็ได้รับผลกระทบด้านจิตใจจากความผิดหวัง
แต่หลายคนเลือกเก็บซ่อนความผิดหวังเสียใจไว้ไม่กล้าพูดกับใคร โดยเฉพาะนักกีฬา เพราะกลัวการตัดสินของคนรอบข้าง ถูกมองว่าอ่อนแอ
การเก็บความรู้สึกไว้คนเดียวเช่นนี้ยิ่งทำให้อาการซึมเศร้ารุนแรงมากขึ้น และอาจสายเกินเยียวยา
เหตุการณ์ฆ่าตัวตายของ โรเบิร์ต เอนเคอ (Robert Enke) อดีตผู้รักษาประตูทีมชาติเยอรมนี วัย 32 ปี ซึ่งเคยเล่นให้กับทีมบาร์เซโลนา และฮันโนเวอร์ 96 ทำให้วงการกีฬาได้ตื่นตัวกับอาการป่วยด้วยโรคซึมเศร้าของนักกีฬา
นักกีฬาหลายคนเริ่มกล้าออกมาประกาศให้โลกทราบว่าตัวเองมีอาการซึมเศร้า
ตลอดชีวิตของเอนเคอไม่มีใครทราบว่าเขามีอาการซึมเศร้า เนื่องจากเอนเคอเลือกที่จะเก็บความลับไว้กับตัวเอง ไม่กล้าบอกใคร
เขาต้องทนทรมานกับความผิดหวังเรื่องฟอร์มการเล่น และการเสียชีวิตจากความผิดปกติทางหัวใจของลูกสาวในปี 2006
กระทั่งเดือนพฤศจิกายนปี 2009 เขาก็ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองบนรางรถไฟในเมืองฮันโนเวอร์ ประเทศเยอรมนี
จากเหตุการณ์นี้ทำให้หลายคนเข้าใจว่านักกีฬาที่ทุกคนคาดหวังว่าต้องมีร่างกายและจิตใจที่แข็งแกร่งในทุกสถานการณ์ก็ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าได้ และเราควรเปิดใจรับฟังเมื่อมีนักกีฬาออกมาประกาศตัวว่าตัวเองป่วยเป็นโรคซึมเศร้ามากกว่าจะไปวิจารณ์โจมตีนักกีฬาว่าเป็นพวกอ่อนแอ เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์โศกเศร้าแบบเอนเคอขึ้นอีก
ในฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์ ระหว่างวันที่ 21 พฤศจิกายน – 18 ธันวาคม ก็มีโอกาสที่ทีมซึ่งผิดหวังในการแข่งขันจะทำให้แฟนบอลหรือนักเตะที่กำลังต่อสู้กับภาวะซึมเศร้ารู้สึกใจสลายจนเกิดความคิดอยากฆ่าตัวตาย
สิ่งสำคัญคือคนที่รู้ว่าตัวเองกำลังอยู่ในภาวะซึมเศร้าต้องกล้าที่จะระบายความรู้สึกให้คนอื่นได้ทราบแทนที่จะเก็บกดความรู้สึกไว้ ทั้งนี้ เพื่อจะได้ช่วยกันบรรเทาความรู้สึกเสียใจและหาทางออกที่เหมาะสมกว่าการฆ่าตัวตาย
ส่วนคนที่ไม่ได้เป็นโรคซึมเศร้าก็ต้องเข้าใจว่าภาวะนี้คืออาการป่วย ไม่ใช่ความอ่อนแอ ดังนั้น ต้องเปิดใจรับฟังและให้กำลังใจมากกว่าจะไปซ้ำเติมความรู้สึกของคนที่กำลังโศกเศร้าเสียใจ
เพราะเราไม่ทราบว่าเขาสามารถรับมือกับความผิดหวังได้มากน้อยแค่ไหน
สะดวก ฉับไว คุ้มค่า สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ได้ที่นี่https://t.co/KYFMEpsHWj
— MatichonWeekly มติชนสุดสัปดาห์ (@matichonweekly) July 27, 2022
