
ย้อนอ่านตอนที่แล้ว คลิก
การที่สระไอในภาษาไทยปัจจุบันอาจจะแทนได้ทั้งเสียงสั้นและเสียงยาวทำให้เกิดปัญหาในด้านการสอนการอ่านคำไทยแบบแจกรูป คือ การระบุพยัญชนะต้น แล้วต่อด้วยเสียงสระนั้น อาจจะใช้ไม่ได้กับสระไอที่ออกเสียงยาว เช่น คำว่า ได้ จะสอนว่า “ด สระไอ ได ไม้โท ได้” หรือ “ด สระไอ ได ไม้โท ด้าย” ก็จะมีปัญหาทั้ง ๒ แบบ
ส่วนการสอนอ่านแบบเรียงรูปก็มิใช่ว่าจะแก้ปัญหาได้ จะสอนว่า “สระไอ ด ได ไม้โท ได้” หรือ “สระไอ ด ได ไม้โท ด้าย” ก็จะมีปัญหาเช่นกัน
บางทีเราอาจจะต้องเพิ่มเรื่องการพูดลงไปด้วย โดยถือว่าการพูดเป็นเรื่องของจังหวะ การเน้น ฯลฯ ซึ่งไม่ได้กำหนดรูปการเขียนไว้หมดทุกเสียง เพราะรูปการเขียนเป็นเพียงข้อตกลงร่วมกันว่าเสียงที่ออกต่างๆ กันนั้น หากหมายความอย่างเดียวกัน ให้กำหนดรูปเขียนดังที่ตกลงกันไว้ เพื่อประโยชน์แก่การสื่อสารยามมิได้เห็นหน้ากัน เพราะหากทุกคนเขียนตามที่ตนเองออกเสียง คำคำเดียวกันอาจจะมีรูปการเขียนที่แตกต่างกันหลายรูป ซึ่งจะสร้างปัญหาในการสื่อสาร การเก็บ และการค้นหาข้อมูล
อย่างไรก็ตาม การที่สระไอในภาษาไทยปัจจุบันอาจจะแทนได้ทั้งเสียงสั้นและเสียงยาวกลับเข้ามาช่วยเรื่องการเขียนคำทับศัพท์จากภาษาอังกฤษ เพราะภาษาอังกฤษไม่ได้แบ่งสระออกเป็นเสียงสั้นยาวอย่างเด็ดขาด แต่ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของพยางค์และการเน้น
ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง หลักเกณฑ์การทับศัพท์ภาษาอังกฤษ ประกาศ ณ วันที่ ๒๖ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๓๒ (ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๑๐๖ ตอนที่ ๑๕๓ หน้า ๔๓๙ ๑๔ กันยายน ๒๕๓๒) ได้ให้ตารางเทียบสระภาษาอังกฤษไว้ดังนี้
สระภาษาอังกฤษ ใช้สระ ตัวอย่าง
ai ไอ Cairo = ไคโร
ei ไอ Einsteinium = ไอน์สไตเนียม
i ไอ Liberia = ไลบีเรีย
ire ไอ Ireland = ไอร์แลนด์
ie ไอ necktie = เนกไท
ui ไอ Ruislip = ไรสลิป
uy ไอ Schuyler = สไกเลอร์
y ไอ cyclone = ไซโคลน
ye ไอ rye = ไรย์
จะเห็นได้ว่าแม้จะกล่าวถึงเรื่องเสียง แต่หลักเกณฑ์ พ.ศ.๒๕๓๒ กลับให้พิจารณาที่รูปการเขียน ทั้งนี้อาจจะเป็นเพราะข้อจำกัดในสมัยนั้นก็ได้
ในปัจจุบันนี้คนไทยเริ่มคุ้นเคยกับเสียงภาษาอังกฤษแล้ว ทั้งจากการฟังเสียงเจ้าของภาษาโดยตรง และจากการฟังพจนานุกรมที่มีเสียงเจ้าของภาษากำกับไว้ด้วย
ราชบัณฑิตยสถาน/สภา จึงได้ตั้งคณะกรรมการปรับปรุงหลักเกณฑ์การทับศัพท์ขึ้นมาเพื่อปรับปรุงหลักเกณฑ์การทับศัพท์ภาษาเดิมที่เคยทำมาแล้วและจัดทำหลักเกณฑ์การทับศัพท์ภาษาใหม่ๆ ด้วย โดยยึดหลักการออกเสียงของเจ้าของภาษา แต่ให้เขียนได้เท่าที่อักขรวิธีไทยจะอำนวยให้ และให้ถอดอักษรในภาษาเดิมพอควรแก่การแสดงที่มาของรูปศัพท์

หลักเกณฑ์ที่อยู่ในระหว่างการจัดทำจึงเสนอใหม่ ให้พิจารณาที่สัทอักษรซึ่งแสดงเสียงแทนการพิจารณาตัวเขียน โดยเทียบกับตารางข้างต้น ดังนี้
aI = ไอ
Cairo [kaIroU] = ไคโร Einsteinium [aInstaIniซm] = ไอน์สไตเนียม
Liberia [laIbIriซ] = ไลบีเรีย Ireland [aIrlซnd] = ไอร์แลนด์
necktie [nektaI] = เนกไท Ruislip [raIslIp] = ไรสลิป
Schuyler [skaIlซr] = สไกเลอร์ cyclone [saIkloUn] = ไซโคลน
rye [raI] = ไรย์
สัทอักษรที่ว่านี้มีกำกับท้ายคำอยู่ในพจนานุกรมภาษาอังกฤษแบบมาตรฐานทุกฉบับ รวมทั้งในฉบับออนไลน์ที่ให้ฟังเสียงประกอบด้วย
เราจึงไม่ต้องสนใจว่ารูปการเขียนจะเป็นอย่างไร เพราะรูปการเขียนเป็นเพียงข้อตกลงว่าคำนั้นๆ จะให้เขียนอย่างไรเท่านั้น
หมายเหตุ
แก้คำผิด ในเรื่อง “เสียงควบกล้ำใหม่ในภาษาไทย ตอนที่ ๒” มติชนสุดสัปดาห์ (วันที่ ๖-๑๒ ตุลาคม) เปลี่ยน สเปกโทรสโคป เป็น สเปกโทรสโกป
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
