
รายงานพิเศษ | ศรัณยู ตรีสุคนธ์
Hope the Flowers
บุปผาที่ยังยืนเด่นโดยท้าทาย
“Hope The Flowers เกิดจากการที่เราได้พบดอกไม้ที่เคยออกดอกสวยงามหน้าบ้านและแห้งเฉาตายไปตามเวลา หลังจากนั้นไม่นาน ดอกไม้ดอกนั้นยังกลับมาออกดอกสวยงามได้อีกครั้ง จนทำให้นึกได้ว่า ขนาดดอกไม้ดอกนี้ยังมีความหวังกลับมามีชีวิตอีกครั้ง แล้วทำไมชีวิตมนุษย์ถึงจะต้องหมดหวังด้วย”
ฮอน (ณรงค์ฤทธิ์ อิทธิพลนาวากุล, มือกีตาร์หลัก เผยถึงที่มาของชื่อวงดนตรีแนวโพสต์ร็อก (Post-Rock) สัญชาติไทยที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการมานานเกือบ 10 ปี
โพสต์ร็อกเป็นดนตรีแนว “Instrumental” หรือ “ดนตรีบรรเลง” รูปแบบหนึ่งเป็นสไตล์ดนตรีที่มีผู้ฟังค่อนข้างเฉพาะกลุ่ม เนื่องจากความเนิบช้า, แทบไม่มีท่อนฮุก, มีความซับซ้อนด้านรายละเอียดดนตรี และต้องใช้สมาธิในการฟังในระดับที่สูงพอสมควร
ฮอนพูดถึงงานเพลงโพสต์ร็อกตามแบบฉบับของวง Hope the Flowers ที่แตกต่างไปจากวงอื่นๆ เอาไว้ว่า
“เราคิดว่าเสน่ห์ของดนตรีโพสต์ร็อกคือการที่เราได้จินตนาการไปกับดนตรีโดยที่ไม่ถูกพาความคิดไปตามเนื้อร้องที่เขากำหนดไว้ ว่าเราจะต้องรู้สึกอะไร คิดอะไรในเพลงที่ฟังอยู่ แล้วมันก็ค่อนข้างจะเหมาะกับการที่ชอบฟังเพลง Easy Listening เพื่อผ่อนคลายความคิด ความรู้สึก ความเครียด อีกทั้งยังเสริมสร้างจินตนาการของผู้ฟังด้วย”
“ดนตรีในแบบของ Hope The Flowers เราคิดว่าสิ่งที่มันไม่เหมือนคนอื่นคือการที่เราไม่ได้ยึดติดว่ามันจะต้องเป็นโพสต์ร็อกหรือเป็นเพลงบรรเลงแบบไหนเท่านั้น มันจะหนักจะเบาก็ได้ผสมผสานกันไป หรือมันจะใช้ดนตรีแบบไหนก็ได้มาเป็นส่วนผสม, ทดลองไปพร้อมๆ กับเพื่อนๆ ในวง และที่สำคัญคือการใช้เมโลดี้ที่เหมือนเนื้อร้องมาเล่นเป็นริฟ (ริฟคือฐานของการแต่งเพลงเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศของเพลง) เล่าเรื่องไปตามเพลงผสมผสานกับความหนักหน่วงของภาคริธึ่ม จึงคิดว่ามันทำให้ดูแตกต่างจากหลายๆ วงที่เคยฟัง”
ฮอนนิยามดนตรีในแบบวง Hope the Flowers เอาไว้อย่างครอบคลุม แต่สิ่งที่ช่วยเสริมให้งานเพลงของวงดอกไม้ที่ไม่เคยหมดแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์วงนี้มีเอกลักษณ์มากยิ่งขึ้นก็คือเมโลดี้แบบไทยๆ ด้วย
เห็นได้ชัดจากเพลง “Sunlight” ที่มีทำนองเพลงที่ให้กลิ่นดนตรีไทยเดิมและเนื้อร้องที่ให้ความหัวงและเสริมสร้างกำลังใจได้เป็นอย่างดี
โดยในปัจจุบัน Hope the Flowers ถือเป็นวงดนตรีที่ได้รับการกล่าวถึงเสมอเมื่อพูดถึงวงโพสต์ร็อกไทยเคียงคู่ไปกับวงโพสต์ร็อกไทยยอดฝีมือวงอื่นๆ อย่าง Inspirative, On the Plateau, Withyouathome, Forgot Your Case และวงโพสต์ร็อกและชูเกซ (Shoegaze) ไทยที่กลายเป็นตำนานไปแล้วในตอนนี้อย่าง Goose และ อัศจรรย์ จักรวาล

Hope the Flowers มีสมาชิกรวมทั้งสิ้น 7 คนด้วยกัน
โดยจุดเริ่มต้นในการตั้งวงเกิดจากที่ฮอนเริ่มต้นทำเพลงคนเดียวมาตั้งแต่ปี 2013 ซึ่งเป็นช่วงที่เขาเริ่มอยากสร้างเพลงด้วยอุปกรณ์ที่มีอยู่ โดยไม่พึ่งเนื้อร้อง
หลังจากนั้นก็เริ่มมีหาสมาชิกวงเพื่อเข้ามาเล่นดนตรีในงานแสดงครั้งแรกในช่วงปลายปี 2013 จนนำมาสู่การเปลี่ยนสมาชิกผลัดหมุนเวียนไปเรื่อยๆ จนกลายเป็น 7 คนในปัจจุบัน
โดยสมาชิกวงประกอบไปด้วย ฮอน (กีตาร์), ไกด์และเนย (ริธึ่ม กีตาร์), จ็อบ (เบส), เฟิร์ส (กลอง), อาร์ม (คีย์บอร์ด) และมีน (ทรัมเป็ต, ไวโอลิน)
สำเนียงของเครื่องดนตรีที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวที่แตกต่างกันออกไปก็ทำให้สไตล์ดนตรีของวง Hope the Flowers มีความหลากหลายและสอดผสานกันอย่างสวยงามไม่ว่าจะเป็นป๊อป, ร็อก, ฟิวชั่น, ไทย ร็อก, ชูเกซ และอินดี้ โดรน (Indie Drone) ในแบบวง Mono, Slowdive, Ride ไปจนถึง Explosions in the Sky และ Mogwai
ดนตรีโพสต์ร็อกส่วนใหญ่ไม่มีเนื้อเพลง, ไม่มีเสียงร้อง แต่เมื่อได้ฟังแล้วทุกคนต่างก็มีเรื่องราวของแต่ละที่จะใส่เข้าไปตามท่วงทำนองของบทเพลงซึ่งถือเป็นเสน่ห์ของดนตรีแนว Instrumental แบบนี้
โดยฮอนบอกว่า ความท้าทายในการแต่งเพลงให้ออกมาตรงกับโจทย์ที่วางเอาไว้อยู่ที่การร่างโครงสร้างเรื่องราวขึ้นมาก่อนเพื่อเป็นมู้ดโทนและธีม (ประเด็นหลัก) ของเพลงผ่านชื่อเพลง กำหนดห้องและเครื่องดนตรีที่จะมีในแต่ละส่วนในแต่ละเพลง ใช้ริฟที่เป็นเหมือนเนื้อร้องมาเป็นหลักก่อน
หลังจากนั้นเราก็จะส่งให้ทุกคนในวงฟัง ซึ่งในส่วนต่อมาก็จะเปิดโอกาสให้ทุกคนได้ใส่สิ่งที่ตัวเองอยากใส่ลงไปในเพลง
ส่วนความเศร้าและความสวยงามที่อยู่ในเพลงของวงโดยรวมที่กลายเป็นลายเซ็นของวงไปแล้ว ฮอนพูดถึงวิธีการแต่งเพลงว่า
“ตอนแต่งเพลงในครั้งแรกๆ ต้องยอมรับว่าเราทำมันจากความเศร้าก่อน มันเป็นความเศร้าที่แบบที่เราไม่รู้ว่าจะอธิบายความเศร้าของเราให้คนอื่นรับรู้ได้อย่างไรโดยที่ไม่มีเนื้อเพลง ไม่มีการชักจูง ชี้นำความรู้สึกของเรา มันก็เลยเกิดเมโลดี้ที่เหมือนจะเป็นเนื้อร้องคอยเล่าความรู้สึกของเราลงไป ซึ่งมันก็น่าอัศจรรย์มากตรงที่ ผู้คนที่ได้ฟังเพลงของเรากลับได้รับความรู้สึกว่าเพลงมันดูมีความหวังมากกว่าความเศร้า บ้างก็ว่าเป็นความเศร้าที่ดูมีความหวัง”
ในส่วนของวงอินดี้ไทยโดยรวมที่ต้องต่อสู้หนักกว่าวงดนตรีกระแสหลักเพื่อให้ได้เผยแพร่ผลงานเพงหรือเล่นคอนเสิร์ตที่สะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย ฮอนแสดงความเห็นว่า “ดนตรีทางเลือกแบบพวกเรามันค่อนข้างจะค้นหายาก, เข้าถึงยากและค่อนข้างเป็นเอกเทศ มันจึงทำให้คนไม่ค่อยรู้จักและไม่รู้จะหาฟังที่ไหน บวกกับจำนวนคนในประเทศไทยในส่วนน้อยมันไม่ได้มากพอเหมือนกับฝั่งยุโรป”
“และที่สำคัญอีกอย่าง มันเป็นเพราะรัฐไม่ได้มีการสนับสนุนดนตรีและศิลปะในเชิงส่งออกและเชิงโปรโมตให้กับดนตรีประเภททำเองและประเภทเฉพาะกลุ่ม จึงทำให้อุตสาหกรรมดนตรีมันกระจุกอยู่แต่ในจุดที่ที่ทุกคนมองว่า ถ้าทำแบบนี้ก็จะสร้างรายได้ได้ จึงทำให้ดนตรีประเภทนี้ยิ่งดูไม่มีอนาคตขึ้นไปอีก”
ในปัจจุบัน ฮอนพยายามผลักดันดนตรีร็อกทางเลือกด้วยการสร้าง Asia Sound Space ซึ่งเป็นซีนคอนเสิร์ตโพสต์ร็อกและผลักดันวงดนตรีสายทางนี้ให้มีพื้นที่ในการแสดงสด รวมไปถึงค่ายเพลงของตัวเองที่มีชื่อว่า Newlights Production ด้วยเช่นกัน
ส่วนผลงานเพลงล่าสุดของวง Hope the Flowers ก็คือเพลง “Find Yourself” ที่พูดถึงการค้นหาตัวเอง, ค้นหาจิตวิญญาณ เพื่อทบทวนความคิดและความรู้สึกของตัวเอง ว่ามีสิ่งใดที่จะปล่อยวางได้ สิ่งใดที่พอจะบรรเทาความทุกข์ในใจได้บ้าง ให้เวลาตัวเองและทบทวนสิ่งที่ไม่เคยนึกถึงมัน เพื่อทำให้สภาพจิตใจดีขึ้นมาบ้างจากการฟังเพลงเพลงนี้
Hope the Flowers กำลังจะปล่อยอัลบั้มที่ 5 Sonorous Faith PT.2 ในเดือนมกราคมปี 2023 ซึ่งพวกเรายินดีเป็นอย่างมาก หลังจาก PT.1 ทำในช่วง Covid-19 ระบาด ที่พูดถึงการส่งต่อพลังจิตวิญญาณให้กับผู้อื่น
“ในปีหน้านี้พวกเราจะครบรอบวง 10 ปี พวกเราเองก็อยากมีคอนเสิร์ตครบรอบ 10 ปี ซึ่งน่าจะเป็นคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกของวงที่ไม่เคยเกิดขึ้น รวมไปถึงการที่อยากจะทำเพลงที่มีเนื้อร้องมากขึ้น ก็อยากจะฝากเพื่อนๆ รอติดตามพวกเราไว้ด้วยนะครับ ทั้งคอนเสิร์ตเปิดอัลบั้มและครบรอบ 10 ปี ขอฝากทุกคนไว้ด้วยนะครับกับ Hope The Flowers ในเส้นทางดนตรีที่ไม่ง่ายที่จะเติบโตในประเทศนี้”
ฮอนกล่าวทิ้งท้าย
ช่องทางการติดต่อวง Hope the Flowers
https://hopetheflowers.bandcamp.com/
https://www.facebook.com/HopeTheFlowers/
https://www.instagram.com/hopetheflowers/
สะดวก ฉับไว คุ้มค่า สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ได้ที่นี่https://t.co/KYFMEpsHWj
— MatichonWeekly มติชนสุดสัปดาห์ (@matichonweekly) July 27, 2022
