ล่องลอยไปสู่อิสรภาพทางดนตรี …กับเพลงอินดี้ป๊อปในแบบฉบับของวง KIKI |รายงานพิเศษ

รายงานพิเศษ | ศรัณยู ตรีสุคนธ์
ล่องลอยไปสู่อิสรภาพทางดนตรี
…กับเพลงอินดี้ป๊อปในแบบฉบับของวง KIKI
ดนตรีที่มีท่วงทำนองที่ทั้งเท่, เหงา และสนุกสนานของ KIKI (กีกี้) วงอินดี้ป๊อปที่มีฝีไม้ลายมือในการแต่งเพลงที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัววงนี้เหมือนมีมนต์สะกด
เพราะแทบจะทุกเพลงของ KIKI ฟังติดหูแทบจะในครั้งแรกที่ได้ยิน
ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะเมโลดี้ของดนตรีที่มีการเลือกใช้โน้ตและจังหวะอย่างละเมียดละไม
นอกจากนี้ เสียงร้องของเฮเลน (เอเลน่า อะมาร็องตินิซ์ พันธุ์สุข นักร้องและนักแต่งเพลงหลักของวง) ก็มีความอ่อนหวานชวนฝันคล้ายๆ เสียงร้องของศิลปินหญิงในแนวดรีม ป๊อป และแนวป๊อปทางเลือกบางคน (อย่างเช่น อลิซาเบธ เฟรเซอร์ แห่งวง Cocteau Twins, โฮป แซนโดวอล แห่งวง Mazzy Star และเทรซี ทอร์น แห่งวง Everything But the Girl)
โดยสไตล์แล้วอาจจะไม่เหมือนมากนัก แต่ด้วยเนื้อเสียงของเธอฟังแล้วให้ความรู้สึกเช่นนั้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเสียงร้องในเพลง Blue, Don’t Forget Me และ Can You Feel My Love?

สมาชิกวง KIKI ประกอบไปด้วย เฮเลน, บอส (ภูริช พันธุ์สุข) และนน (ธนญ แสงเล็ก) โดยทั้งบอสและนนเป็นมือกีตาร์วงสมเกียรติ ทั้ง 3 คนฟอร์มวงกันในช่วงโควิดและให้เหตุผลในการฟอร์มวงว่า
“เพราะแต่ละคนไม่มีงานและค่อยข้างเปื่อยกัน พี่นนเลยผุดไอเดียกันว่าเรามาทำอะไรสนุกๆ ขำๆ กันมั้ย ไม่ได้ซีเรียสในการฟอร์มวงกันตั้งแต่แรก เพราะต้องการทำเพลงกันเพื่อฆ่าเวลาและหาอะไรบันเทิงทำในช่วงที่ห่อเหี่ยวกันทุกคน”
“ทำไปทำมาก็เก็บเพลงครบ 1 EP จนกลายเป็นครบอัลบั้มแรกที่มีชื่อว่า Metamorphosis : Final Stage จนตอนนี้เก็บครบอัลบั้ม 2 และเริ่มมีเพลงอัลบั้ม 3 ตามมาด้วย ขอฝากเนื้อฝากตัวกับทุกคนด้วยนะคะ/ครับ”
ส่วนใครที่สงสัยว่า KIKI มีความหมายว่าหรือสื่อถึงอะไรหรือเปล่า
เฮเลนไขข้อสงสัยว่า “จะแปลกมั้ยหากบอกว่า KIKI ไม่ได้มีความหมายอะไรเลย มันเป็นเพียงชื่อที่เพื่อนคนหนึ่งเรียกเฮเลนว่า ‘กีกี้’ เพราะชื่อ ‘เฮเลน’ มันจำยาก (หัวเราะ) ใจจริงแค่ต้องการตั้งชื่อวงที่อ่านง่าย เขียนง่าย ติดหู และเวลาเขียนตัวใหญ่เบ้งๆ แล้วมันดูแข็งแรง”
สไตล์ดนตรีป๊อปของ KIKI ถือว่าหลากหลายทีเดียว เพราะมีส่วนผสมของทั้งฟังก์, อิเล็กทรอนิกส์ ป๊อป, ดรีม ป๊อป, ซินธ์ป๊อป และป๊อป แดนซ์
แต่สมาชิกวงบอกว่าการทำเพลงของวงไม่มีการแนวดนตรีมาตีกรอบหรือจำกัดทิศทางในการทำเพลงเลย
เช่นเดียวกับการทำงานเพลงร่วมกัน โดยเฮเลนเน้นย้ำความเป็นอิสระในการทำเพลงว่า
“ทางเราไม่ได้มีแนวดนตรีที่ชอบฟังแบบตายตัว ยิ่งเพราะเราทำงานในวงการนี้ การจำกัดแนวเพลงที่ฟังมันไม่ค่อยตอบโจทย์สำหรับพวกเราเท่าไหร่ วันๆ เราจะชอบหาเพลงใหม่ฟังตาม Spotify”
ในขณะที่บอสแสดงความเห็นในลักษณะคล้ายๆ กันว่า “พวกเราชอบดนตรีที่ค่อนข้างหลากหลายมาก แต่มีพื้นฐานที่ชอบอะไรที่มันป๊อป ฟังสนุก ฟังแล้วโยกหัวตามหรือเต้นได้ เลยเอาดนตรีหลายๆ แบบที่ชอบหรืออยากทดลองมามัดรวมกัน บวกกับการแชร์ไอเดียของเราสามคนจนออกมาเป็นเพลงในรูปแบบที่ทุกคนได้ฟังกันทุกวันนี้ฮะ”
KIKI เป็นวงอินดี้ป๊อปที่ใช้ความรู้สึกนำทางในการทำเพลงและแต่งเพลงเป็นภาษาอังกฤษ สิ่งพิเศษที่ทำให้งานเพลงของวง KKI มีความลึกซึ้งมากกว่าวงป๊อปทั่วๆ ไปก็คือเนื้อหาของเพลงที่พูดถึงความฝัน, ความเศร้าจากความสัมพันธ์ที่แตกร้าว, ความโดดเดี่ยวแปลกแยก
นอกจากนี้ก็ยังมีการนำสีสันของธรรมชาติอย่างแสงแดด, สายลม, ท้องฟ้า มาเป็นสื่อกลางในการเปรียบเปรยประเด็นของเพลงแต่ละเพลงด้วย แถมสัมผัสคล้องจองของเนื้อคำหรือ Rhyme ก็ถือว่าสวยงาม
เฮเลนพูดถึงเบื้องหลังการแต่งเพลงเอาไว้ว่า “เฮเลนเองไม่เคยแต่งเพลงมาก่อน ส่วนตัวเคยแต่งแต่กลอนประกวดตั้งแต่สมัยมัธยมและเป็นสิ่งที่ชอบมาก เพราะรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้ถนัดการเขียนหนังสือหรือเขียนอะไรที่เป็นทางการมากนัก การเขียนกลอนจึงเป็นเหมือนอีกหนทางหนึ่งในการเขียนเพื่อระบายความรู้สึกและภาพที่ตัวเองมีในหัวโดยที่ไม่ต้องสนใจเหตุผลมากเท่าไหร่ เนื่องจากเป็นคนเพ้อฝัน การใช้คำเปรียบเปรย หรือการใช้โวหารภาพพจน์เลยกลายเป็นเรื่องสนุก และมีความคุ้นเคยกับการใช้ภาษาเขียนในแนวทางนี้”
“บางทีเรื่องราวที่มันเจ็บปวดเราก็จะอาศัยการเขียนแบบตรงไปตรงมาเพราะไม่อยากให้เนื้อร้องมันซับซ้อนและเข้าใจยากมากเกินไป”
“อย่างเพลง Back in the game ที่เราตั้งใจแต่งเพลงให้เรื่องส่วนตัวที่เราเจอมันสามารถเชื่อมไปถึงประสบการณ์ส่วนตัวของผู้ฟังได้ด้วยเช่นกัน เลยไม่ได้อยากสร้างกำแพงภาษาที่ทำให้เกิดความหมายกำกวมมากเกินจำเป็นด้วยค่ะ แต่บางกรณีเราก็ต้องอาศัยการใช้การเปรียบเปรยเพื่อสื่อถึงภาพที่ต้องใช้จินตนาการเพิ่มขึ้นมาอีกหน่อย บางทีก็จะมีการใช้คำที่ irony เพื่อเพิ่มความประชดประชันของสิ่งที่อยากจะสื่อเพื่ออรรถรสในการฟัง”
“อย่างในเพลง Lost and Found จาก EP อันนั้นก็เป็นอีกเพลงที่มีเนื้อหาเจ็บปวดบนความสุข ที่เราเล่นกับช่วงฤดูในการสื่อสารความรู้สึก”
Metamorphosis เป็นเพลงที่พูดถึงการเปลี่ยนแปลงของชีวิตที่น่าสนใจ โดยเฮเลนได้เผยถึงสิ่งที่ต้องการสื่อผ่านเพลงเพลงนี้ไว้ว่า Metamorphosis จริงๆ แล้วเป็นเพลงพาร์ตที่ 2 ของ The Beginning ซึ่งต้องฟังติดกันถึงจะเข้าใจเพราะมันจะมีองค์ประกอบที่เชื่อมสองเพลงนี้เข้าหากันอยู่
ในส่วนของเพลง Metamorphosis มันเป็นเหมือนเพลงที่ย้ำเตือนเราว่า นี่คือชีวิตเรา เวลาของเรากำลังจะหมดลงทุกวินาที ด้วยเหตุนี้เราจึงควรที่จะมีอิสระในการทำ การคิด การลุยชีวิตของเราในแบบที่เราต้องการและในแบบที่จะทำให้เรามีความสุขที่สุด
โชว์ของวง KIKI ได้รับการตอบรับที่ดีจากแฟนๆ เสมอ โดยเฉพาะเทศกาลดนตรีมหรสพ (เทศกาลดนตรีอินดี้นานาชาติที่ใหญ่ที่สุดงานหนึ่งในไทย) ซึ่งทางวงบอกว่าการแสดงสดมีความสำคัญมากๆ กับวง
โดยเฮเลนเผยถึงสาเหตุที่ทางวงให้ความสำคัญกับการแสดงสดว่า “รู้สึกดีมากเลยที่เห็นคนมาดูเราเล่นเยอะมาก ตอนแรกไม่ได้คาดหวังอะไรเลย พกไปแต่ความตั้งใจว่าเราทุกคนจะต้องทำเต็มที่ ไม่ว่าคนจะดูมากน้อยขนาดไหน ถึงจะมีคนดูแค่ 5-10 คนเราก็ต้องใส่เต็มให้เท่ากับตอนที่มีคนดูเราหลักร้อยหรือหลักพัน”
“แต่ต้องบอกเลยว่างาน Maho Rasop Festival นี่เป็นอีกงานที่เติมพลังใจให้กับทุกๆ คนในวงเรา ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามีความสุขมากตอนที่ได้ยินคนตะโกนร้องเพลงของเราได้ เต้นตามเพลง บางคนถึงขั้นร้องไห้ก็มี ในฐานะคนทำเพลงมันเหมือนเราบรรลุไปอีกขั้นแล้วที่ได้มาสัมผัสอะไรแบบนี้ ค่อนข้างเหนือจริงเลยแหละ”
“ในส่วนของการแสดงสด มันคือส่วนที่สำคัญที่สุดของวง KIKI เพราะเราอยากให้ทุกคนชอบเพอร์ฟอร์แมนซ์ของวงมากกว่าสิ่งที่คนได้ฟังในสตรีมมิ่งเพราะเราคิดกันว่าพลังงานและความรู้สึกที่คนดูควรจะได้รับมันควรจะอิมแพ็กต์มากกว่าตอนที่เค้าฟังเพลงในแบบ audio ของวง”
เฮเลนเผยว่า ในปีหน้า KIKI จะมีผลงานออกมาให้ได้ฟังกันด้วย “ตอนนี้พวกเรากำลังทำอัลบั้มที่สอง ตอนนี้ทำกันไปประมาณ 80% แล้ว และตั้งใจจะปล่อยซิงเกิลแรกในช่วงต้นปีหน้า อยากให้ทุกคนติดตามพวกเราและรอฟังผลงานใหม่ๆ ของพวกเราด้วยนะคะ อัลบั้มนี้สนุกมาก แถมยังมีโปรเจ็กต์พิเศษต่างๆ มีอะไรมาให้เซอร์ไพรส์ตลอดปีหน้าแน่นอน”
“นอกจากจะฝากผลงานแล้ว อยากจะขอบคุณทุกๆ คนที่สนับสนุนวงมาโดยตลอดด้วยนะคะ เรามีไฟในการทำงานได้ขนาดนี้ก็เพราะพวกคุณทุกคนจริงๆ ไว้มาเจอกันตอนเราแสดงคอนเสิร์ตนะ”
สะดวก ฉับไว คุ้มค่า สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ได้ที่นี่https://t.co/KYFMEpsHWj
— MatichonWeekly มติชนสุดสัปดาห์ (@matichonweekly) July 27, 2022
